เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
กานต์รวี บัวบุญ ปฏิวัติภาพลักษณ์เกษตรกรให้สวยงาม
ผ่านสื่อโซเชียล
20 กันยายน 2560
177
ตอนนี้อาชีพเกษตรกรถูกมองว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง ถูกมองว่ายิ่งทำยิ่งจน ยิ่งทำยิ่งมีแต่หนี้ เราจึงมาคิดว่าจะทำอย่างไรดี ถ้ายังมีคนคิดกันแบบนี้ ก็จะไม่มีคนรุ่นใหม่อยากเป็นเกษตรกร จึงเริ่มทำการเกษตรแบบให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจอาชีพการเกษตรเสียใหม่ ด้วยการโพสต์ภาพความสวยงามของการทำอาชีพเกษตรลงบนโลก Online ตามสื่อ Social media ต่างๆ เช่น พัฒนาการของผักที่ปลูก เพื่อให้พวกเขาเห็นว่าผักวันนี้เป็นอย่างไร กว่าจะได้ไข่มาแต่ละฟองต้องทำอย่างไร ต้องใส่ปุ๋ยอย่างไรบ้าง และ Share ความรู้ลงไปพร้อมกันด้วย ก็ทำให้มีคนมาติดตามในสิ่งที่เราทำเพิ่มมากขึ้น นี่จึงเป็นการเริ่มต้นการสื่อสารความสวยงามของอาชีพเกษตรกร เพื่อให้คนอื่นรับรู้ว่าการทำอาชีพเกษตรกรนั้นไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนเข้าใจ ไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งจน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติภาคการเกษตรของบ้านเรา เพื่อให้ลูกหลานไทยได้เปลี่ยนมุมมองที่มีต่ออาชีพนี้ ซึ่งถ้าเราไม่เริ่มทำเสียตั้งแต่วันนี้ อาชีพเกษตรกรก็จะมีแค่ในตำราให้ลูกให้หลานเราได้ศึกษาต่อไปเท่านั้น ว่าอาชีพเกษตรกรคืออะไร แต่ถ้าเป็นอาชีพที่ทำแล้วจนก็คงไม่มีใครอยากทำแน่นอน
กานต์รวี บัวบุญ จังหวัดมหาสารคาม
อดีตข้าราชการสาวสวย ผู้ผันตัวเองสู่อาชีพเกษตรกรรม



"อดีตการส่งเสริมของประเทศไทยจะเป็นแบบสงเคราะห์มานานมาก สงเคราะห์จนเราไม่รู้ว่าเราจะต้องช่วยเหลือตัวเองอย่างไรก่อน พอรัฐมาสงเคราะห์ให้ก็จะไม่ค่อยมีการพูดถึงเรื่องการทำตลาด จึงทำให้เกษตรกรไทยกลัวที่จะขาย เพราะไม่รู้ว่าจะขายอย่างไร นอกจากนี้ยังมีการทำเกษตรแบบแฟชั่น เช่น ปลูกมะนาวตามๆ กันไป จึงมักมีปัญหาเรื่องราคา ดังนั้นการสร้างความต่าง สร้างเรื่องราวของสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ สินค้าเราต้องมีเรื่องราว เพราะถ้ามีเรื่องราวก็จะไปได้กับทุกอย่าง"



กานต์รวี บัวบุญ หรือ อ้น อายุ 31 ปี Young Smart Farmer สาวเก่งสวยคม จากจังหวัดมหาสารคาม อดีตราชการพยาบาลที่มีอายุการทำงานพยาบาลมานานถึง 8 ปี จบปริญญาตรี จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดสระบุรี พยาบาลวิชาชีพ( 4 ปี) พ่วงด้วยความรู้ในระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม คณะรัฐประศาสนศาสตร์ และกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอกในที่เดียวกันนี้ด้วย กล่าวว่า "ทำงานเป็นพยาบาลมา 8 ปี จนมาถึงจุดเปลี่ยนของอาชีพตอนแม่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมในระยะที่ 3 จึงเริ่มคิดได้ว่าอาชีพพยาบาลสามารถดูแลคนได้เยอะแยะ แต่พอคนในครอบครัวป่วยกลับไม่สามารถดูแลใครได้เลย แม่ต้องผ่าตัดต้องไปให้ยาเคมีบำบัด ก็ไม่สามารถพาแม่ไปได้ ต้องจ้างคนอื่นไป นี่จึงเป็นปมที่ทำให้ต้องหันเหออกมาสู่อาชีพอื่น จึงมามองที่อาชีพเกษตรว่าเป็นอาชีพที่มีอิสระทางความคิด เราสามารถที่จะออกแบบได้ว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง อย่างอาชีพพยาบาลที่ทำอยู่นั้นเงินเดือนสูงก็จริง แต่เราไม่มีอิสระที่จะคิดจะทำอย่างอื่นได้ ไม่เหมือนการเป็นนายตัวเอง จึงตัดสินใจออกมาทำเกษตร ทุกวันนี้ทำอาชีพนี้มานาน 3 ปีแล้ว"

ค้นพบหนทางสร้างสุขและเสริมสุขภาพดี ด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์


หลักคิดเปลี่ยนชีวิต :"ตอนนี้อาชีพเกษตรกรถูกมองว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง ถูกมองว่ายิ่งทำยิ่งจน ยิ่งทำยิ่งมีแต่หนี้ เราจึงมาคิดว่าจะทำอย่างไรดี ถ้ายังมีคนคิดกันแบบนี้ ก็จะไม่มีคนรุ่นใหม่อยากเป็นเกษตรกร จึงเริ่มทำการเกษตรแบบให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจอาชีพการเกษตรเสียใหม่ ด้วยการโพสต์ภาพความสวยงามของการทำอาชีพเกษตรลงบนโลก Online ตามสื่อ Social media ต่างๆ เช่น พัฒนาการของผักที่ปลูก เพื่อให้พวกเขาเห็นว่าผักวันนี้เป็นอย่างไร กว่าจะได้ไข่มาแต่ละฟองต้องทำอย่างไร ต้องใส่ปุ๋ยอย่างไรบ้าง และ Share ความรู้ลงไปพร้อมกันด้วย ก็ทำให้มีคนมาติดตามในสิ่งที่เราทำเพิ่มมากขึ้น นี่จึงเป็นการเริ่มต้นการสื่อสารความสวยงามของอาชีพเกษตรกร เพื่อให้คนอื่นรับรู้ว่าการทำอาชีพเกษตรกรนั้นไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนเข้าใจ ไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งจน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติภาคการเกษตรของบ้านเรา เพื่อให้ลูกหลานไทยได้เปลี่ยนมุมมองที่มีต่ออาชีพนี้ ซึ่งถ้าเราไม่เริ่มทำเสียตั้งแต่วันนี้ อาชีพเกษตรกรก็จะมีแค่ในตำราให้ลูกให้หลานเราได้ศึกษาต่อไปเท่านั้น ว่าอาชีพเกษตรกรคืออะไร แต่ถ้าเป็นอาชีพที่ทำแล้วจนก็คงไม่มีใครอยากทำแน่นอน"


ดังนั้นเราต้องมาปฏิวัติภาพลักษณ์ของเกษตรกรเสียใหม่ บางคนจะคิดว่าทำจริงหรือเปล่า พอมาเห็นเราแต่งหน้าทาแป้งลงแปลงผัก ทำไมเกษตรกรทาแป้งแต่งหน้า จริง ๆ แล้วมันก็เป็นธรรมชาติของผู้หญิงทุกคนที่จะต้องรักสวยรักงาม คือ ถ้ามาทำเกษตรแล้วขี้เหร่ใครล่ะจะอยากทำ ก็เลยต้องทำออกมาให้เป็นภาพแบบนี้ เพราะนี่คือความสุขของชีวิตเรา ไม่ใช่ว่าการมาเป็นเกษตรจะต้องมาปล่อยตัวให้ตัวดำ หน้าเป็นฝ้า ใส่ม่อฮ่อม ในเมื่อความสุขของผู้หญิงเป็นแบบนี้เราก็ต้องทำให้มันมีความสุขกับสิ่งที่เราเป็น ไม่จำเป็นจะต้องมียูนิฟอร์มแบบนั้นเป็นเกษตรกรก็หล่อสวยได้



สำหรับการทำเกษตรนั้นเน้นแบบผสมผสานปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่ทำกิน 22 ไร่ แบ่งทำนา 10 ไร่ ขุดสระน้ำ 4 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่เหลือเป็นที่ดินดอนน้ำไม่ถึง จึงปรับพื้นที่ทำการเลี้ยงสัตว์ผสมผสานหลายอย่าง เช่น เลี้ยงเป็ดไข่ พันธุ์กากีแคมป์เบลและซีพีซุปเปอร์ 500 ตัว ให้ไข่แล้ว 200 ตัว เน้นผสมอาหารเลี้ยงสัตว์จากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นเอง เพาะขยายพันธุ์เป็ดไข่ด้วยเครื่องฟักไข่ที่ประดิษฐ์เอง นอกจากนี้ยังปลูกพืชผักและไม้ดอกแบบผสมผสานและเลี้ยงไก่ไข่ด้วยอาหารที่ทำเอง เช่น รำ หญ้าเนเปียร์ น้ำหมักปลา ไว้ประมาณ 50 ตัว การเลี้ยงไก่ด้วยวิธีนี่ทำให้ได้ไก่ให้ไข่ได้ดีถึง 95% เน้นทำการตลาดออนไลน์ สร้างแบรนด์ด้วยภาพลักษณ์แบบ Happy Farm Organic จนได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างล้นหลาม และมีลูกค้ากลุ่มรักสุขภาพเข้ามาอุดหนุนสินค้าเกษตรผ่านการซื้อขายแบบออนไลน์ไม่ขาดสาย


จุดเริ่มต้นในงานเกษตรกรรม : เริ่มจากการวิเคราะห์แล้วเห็นว่า ขนาดเราเป็นบุคคลากรทางด้านสุขภาพ คิดว่าเราเลือกอาหารที่ดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีแล้วแม่ยังมาป่วยได้ ก็แสดงว่ารอบตัวเรามีแต่สารพิษเต็มไปหมด เลยคิดว่ามีพื้นที่ทำการเกษตร เราจะทำอย่างไรดี เนื่องจากทางภาคอีสานที่อยู่นั้นมีปัญหาเรื่องน้ำ ถ้าจะไปทางการเพาะปลูกพืชก็จะมีปัญหาเรื่องน้ำ จึงมาพิจารณาเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ แล้วมาคิดต่อว่าถ้าเลี้ยงสัตว์ใหญ่นี่ชาวบ้านอาจทำตามไม่ได้ เพราะใช้ต้นทุนสูง จึงวิเคราะห์ต่อว่า ถ้าเลี้ยงวัวควายนี่ตัวนึงจะตกสองสามหมื่นบาทชาวบ้านคงทำตามได้ลำบาก จึงตัดออกไป พอมาเป็นหมูก็จะต้นทุนสูงอีก เพราะต้นทุนค่าอาหารนั้นมีมาก ส่วนใหญ่จะขาดทุนจึงตกไป สุดท้ายมาวิเคราะห์ที่ไก่พื้นเมืองและไก่ไข่ตามแนวคิดแรกที่คิดได้ว่า อยากให้แม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมปลอดสารพิษไม่มีสารเคมี การเกษตรของเราจึงปลอดสารเคมี ไม่ว่าจะปลูกข้าวเลี้ยงสัตว์ ก็จะทำแบบวิถีอินทรีย์ทั้งหมด ซึ่งไม่ได้ทำเพื่อขอการรับรองแต่ทำเพื่อบริโภคเองด้วยความหวังว่าสุขภาพของคนที่เรารักนั้นจะดีขึ้น

กานต์รวี บัวบุญ
กับอีก 1 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ


เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ : หัวใจสำคัญของการทำเกษตรในยุคนี้ คือ ต้องเอาตลาดนำ โดยแรกเริ่มที่ทำก็จะมีคนเข้ามาถามบ่อยๆ ทุกครั้งที่ออกไปส่งเสริมใครว่า "ทำแล้วจะไปขายใคร" ซึ่งเริ่มแรกทำไก่พื้นเมือง ก็จะมองตลาดหลักๆ ผ่านสื่อโซเชียล เป็นการสร้างเรื่องราวของเราให้ไปถึงผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่บนสื่อเหล่านั้น ซึ่งสมัยนี้จัดว่าได้เปรียบมากที่ไม่ต้องไปลงทุนเปิดหน้าร้าน หรือทำหน้าร้านให้สวยงาม แค่นำเสนอเรื่องราวตัวเองผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย คนที่มาดูก็จะรู้ในสิ่งที่เราทำว่าเราทำมาอย่างไรสินค้าเป็นอย่างไร อย่างไข่นี่ทำอย่างไรจะได้ไข่มา 1 ฟอง ก็จะนำเสนอลงเพจรึเฟสบุ้คสม่ำเสมอ ทำให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้และสะดวกใจที่จะรับรู้ เรื่องการซื้อขายตอนนี้จึงง่ายมาก เพราะเราสามารถทำการตลาดผ่านมือถือและส่งของให้เขาได้เลย ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน รถทัวร์ ขนส่ง ไปรษณีย์ ก็ทำได้หมดผ่านมือถือ ดังนั้น การที่เราอายุน้อยๆ จะไปส่งเสริมชาวบ้านที่อายุรุ่นพ่อรุ่นแม่ และทำเกษตรมานานกว่าเรามากเพื่อที่จะให้เขาเชื่อเรานั้น จะต้องตอบคำถามเรื่องการตลาดให้ได้เสียก่อน หากตอบคำถามเรื่องการตลาดได้เพียงคำถามเดียวเท่านั้น ทุกการส่งเสริมก็จะง่ายหมด เราจึงหันมาเริ่มจากตัวเองก่อน พอเริ่มตลาดได้ เราค่อยหาเครือข่ายให้ชาวบ้านทำ ถ้าตอบเรื่องตลาดได้ คุยกับชาวบ้านก็ง่ายขึ้นเยอะ จากนั้นเราจึงค่อยเดินเข้าไปบอกว่านี่มีตลาดตรงนี้นะจะทำหรือไม่ เขาก็จะทำตามส่วนเรื่องมาตรฐานไม่ต้องห่วงเขาทำตามได้หมด

ข้อเสนอแนะถึงคนรุ่นหลัง :หากรักจะทำการเกษตร จะต้องเริ่มจากการปรับทัศนคติต่ออาชีพเกษตรกรก่อนว่ามันไม่ได้แย่เสมอไป เราไม่ได้เป็นพลเมืองชั้นสอง เราเป็นอาชีพที่มีอิสระภาพทางความคิดเราคิดอะไรเราทำได้ แล้วมาวิเคราะห์ตัวเองว่ามีต้นทุนอะไรเท่าไหร่ แล้วเลือกความชอบว่าชอบอะไรจากนั้นให้ศึกษาจากสิ่งที่ชอบและต่อยอดไป ซึ่งมันไม่มีอะไรยากเกินความพยายามของเราเอง หากคนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้เช่นกัน ถ้าเราไม่ท้อไปเสียก่อน.


ภาพโดย : กานต์รวี บัวบุญ
เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor @ www.rakbankerd.com
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
- กานต์รวี บัวบุญ จังหวัดมหาสารคาม โทร.08-5421-7734
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-28°C
เชียงใหม่
22-24°C
นครราชสีมา
22-25°C
ชลบุรี
24-27°C
นครศรีธรรมราช
23-33°C
ภูเก็ต
26-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×