เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
รายงานพิเศษ : เปิดบ้าน ปั้นแบรนด์สินค้าเกษตรไทย ให้ก้าวไกลสู่สากล
โดยคนรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งยุคนี้
14 กันยายน 2560
5,387
เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา รักบ้านเกิด.คอม มีโอกาสได้เปิดบ้านต้อนรับ เกษตรกรและนักธุรกิจหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะต่อยอดธุรกิจ สร้างแบรนด์สินค้าเกษตรที่ตนมีให้โด่งดังและปังยิ่งกว่าเดิม ทั้งหมด 47 ชีวิต ในงานสัมมนา "ปั้นแบรนด์สินค้าเกษตรไทย ก้าวไกลสู่สากล" โดย อาจารย์ นราธิป อ่ำเที่ยงตรง (www.narathip.com) สุดยอดวิทยากรผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสินค้าหลายชนิด และยังเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาด การขาย การบริการและการพัฒนาศักยภาพองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้มีประสบการณ์ด้านการฝึกอบรมการตลาดกว่า 200 หลักสูตรจากกว่า 100 สถาบันชั้นนำทั่วประเทศ ณ ห้อง Phoenix 3 IMPACT Exhibition Center ในงาน SIMA ASEAN THAILAND 2017 ณ IMPACT เมืองทองธานี
อาจารย์นราธิป อ่ำเที่ยงตรง (www.narathip.com)
สุดยอดวิทยากรผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสินค้าหลายชนิด


โดยอาจารย์เริ่มจากการมอบกุญแจให้ผู้มาอบรมในวันนี้นำไปใช้ไขเปิด ประตูสู่ความสำเร็จ บนเส้นทางสายเศรษฐี ไว้ 4 ประการ คือ

1.ให้คนทำเงินให้กับเรา หรือ วางระบบคนได้ โดยการปั้นคนให้ปัง

2. ให้ระบบทำเงิน เช่น สร้างเฟรนไชน์ธุรกิจ เพื่อจะได้เกิดรายได้แบบ Passive Income

3. ให้เงินทำเงิน ด้วยการลงทุนอย่างชาญฉลาด เอาเงินมาต่อเงิน ทำให้มีภูมิคุ้มกันแบบพอเพียง

4. ให้แบรนด์ทำเงินแล้วจะทำให้ธุรกิจอยู่ได้ตลอดกาล


แค่เพียงหัวใจสู่ประตูเศรษฐี ทั้ง 4 ข้อที่เกริ่นมาก็ทำให้หลายชีวิตที่มารวมกันเพื่อต่อยอดสานความรู้ในวันนี้มีประกายตาลุกวาว และมีแรงใจโหมฮือให้กล้าลุกขึ้นมาสร้างความเชื่อมั่นเสริมความมั่นใจที่จะปั้นแบรนด์ของตนจากดินสู่ดาวได้สำเร็จ บนแนวทางการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก คือ

1. ขยัน หมั่นสร้าง "ความแตกต่าง" เพื่อให้เกิดความ "สนใจ" จากลูกค้า

2. ขยัน หมั่นสร้าง "คุณค่า" ให้เกิดขึ้น เพื่อสร้าง "ความเชื่อมั่น" หรือ "ความเชี่ยวชาญ" จากลูกค้า

3. ขยัน หมั่นสร้าง "จุดสัมผัส" เพื่อให้เกิด "ความจดจำ" เช่น เพลง เสียง ภาพ หรือ สโลแกน

4. ขยัน หมั่นสร้าง "การสื่อสาร" ไปยังผู้บริโภคให้ "ตรงเป้าหมาย" ห้าม "หว่าน" เลือกสื่อให้ชัดเจน

5. ขยัน หมั่นสร้าง "การร่วมมือ" กับงานต่างๆ เช่น สปอนเซอร์ เพื่อให้ "เห็นบ่อย" ขึ้น หรือ มีรายการส่งเสริมการตลาด หรือ การขายต่างๆ

นี่ยังไม่นับรวมความสนุกสนานที่เกิดมีตลอดช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ ในขณะฟังการบรรยายและ work Shop ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้บรรยากาศในการเล่าเรียนครั้งนี้คึกคักจนยากจะเกิดอาการง่วงหลับระหว่างเรียนเข้าไปด้วย ก็เกิดเสียงเรียกร้องให้รักบ้านเกิดจัดสัมมนาแบบนี้ให้บ่อยครั้งขึ้นแล้ว ซึ่งรักบ้านเกิดจะนำพาไปพบกับข้อเท็จจริงข้อนี้จากปากของพวกเขากันว่ามางาน "สัมมนารักบ้านเกิด" ทั้งที จะได้ข้อคิดดีๆ อะไรกลับไปกันบ้าง

คุณอริษา แสงเสวตร (นิ้ง)


คุณอริษา แสงเสวตร หรือ นิ้ง อายุ 26 ปี ผู้จัดการฟาร์มและสัตวบาลประจำฟาร์ม ที่ Teen Eggs จาก 47 หมู่ 7 ตำบลบางกะไห อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นเพความสนใจในการเกษตรมาก่อน จึงเลือกเรียนคณะสัตวบาล จาก ม.ศิลปากร มีหน้าที่ในการดูแลจัดการฟาร์มทุกอย่างตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของไก่และรอบๆ แทนเจ้าของ ทราบข่าวมาจากเว็บรักบ้านเกิด.คอม โดยการค้นหาผ่านกูเกิ้ล เพราะเห็นว่าหัวข้อน่าสนใจและรู้จักรักบ้านเกิดมานาน เพราะเป็นแหล่งข้อมูลการเกษตร ที่มีข้อมูลเยอะ ทั้ง Content และ Clip vdo จึงตัดสินใจมาสัมมนาในครั้งนี้ เพราะเห็นหัวข้อน่าสนใจ และน่าจะนำไปใช้ดูแลจัดการฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ที่มีไก่มากถึง 2 แสน 2 หมื่นตัว บนพื้นที่กว่า 70 ไร่ ที่เลี้ยงในโรงเรือนระบบปิด เน้นผลิตไข่คุณภาพ และ ปุ๋ยมูลไก่สด ที่มีมากถึงวันละประมาณ 20 ตัน

"ปกติเรื่องมูลไก่นี้จะมีคนเลี้ยงปลามาวิ่งซื้อไปให้ปลากินอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นช่วงฝนตกชุก เขาจะเข้าบ่อปลาไม่ได้ รถติดหล่มบ้างน้ำท่วมบ้าง ฝนตกหนักบ้าง ทางฟาร์มจำต้องเก็บมูลไก่ไว้รอจำหน่าย เพราะเอาออกขายไม่ได้ ระหว่างการเก็บก็จะเกิดแก๊สแอมโมเนียขึ้นมา เมื่อเปิดทีจะมีกลิ่นเหม็นมาก จึงกลายเป็นความเดือดร้อนด้านมลภาวะทางกลิ่นกับผู้คนในระแวกใกล้เคียง นี่จึงเป็นที่มาว่าอยากจะหาวิธีการต่อยอดสร้างแบรนด์ทั้งไข่ไก่และมูลไก่ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ด้วยแบรนด์ของฟาร์มเอง เพราะถ้าเราขายแบบปกติก็จะเป็นแบบไข่ไก่ทั่วไป มีพ่อค้ามารับไปปล่อยตลาดอีกที อันนี้คือเราได้อยู่แล้ว แต่เราอยากมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง จึงทำการสร้างแบรนด์กับโลโก้ขึ้นมา โดยเน้นชูที่คุณภาพของไข่จากฟาร์ม คือ ไข่แดงจะมีสีแดงส้มจนเกือบจะเหมือนไข่เป็ด ซึ่งเกิดจากการเลี้ยงดู เสริมอาหารด้วยข้าวโพด และ ผลิตไข่ออกจากฟาร์มสดใหม่วันต่อวัน แบบที่ถ้าตอกไข่ออกมานี่รู้เลยว่าเป็นไข่เรา"

สำหรับความรู้จากการสัมมนาในวันนี้จะนำไปใช้หลักๆ เลย คือ เรื่องการทำแบรนด์ปุ๋ยมูลไก่ โดยจะนำความรู้ไปต่อยอดเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นจากเดิม เพราะถ้าขายสดจะมีอายุการใช้งานสั้นแต่ถ้าแปรรูปเป็นอัดเม็ดจะยืดอายุการใช้งานออกไปได้นานขึ้น และลดผลกระทบจากการเก็บมูลไก่ไว้รอจำหน่ายด้วย ซึ่งสิ่งที่ได้จากการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ก็คือ แนวคิด จากปกติเราจะทำตลาดไปเรื่อยๆ พอมาสัมมนาทำให้เราชัดเจนว่าเราจะไปเจาะกลุ่มไหนที่ตรงกับเอกลักษณ์ของสินค้าเรา ใส่ในเรื่องของเอกลักษณ์สินค้าเข้าไปและหากลุ่มเป้าหมายให้เข้ากับสินค้าของเรา ทำให้อ่านตลาดออก ตีโจทย์แตก จากนั้นมีความคิดว่าถ้าวันหนึ่งการตลาดต่อยอดตรงนี้ไปได้ ก็อยากจะหาช่องทางทำเองด้วยการนำความรู้ที่ได้จากการอบรมสัมมนามากำหนดเป้าหมายให้เส้นทางอาชีพของชีวิตตัวเองในอนาคตด้วย.

คุณดาวู๊ด สืบตระกูล (ดาวู๊ด)


คุณดาวู๊ด สืบตระกูล หรือ ดาวู๊ด อายุ 32 ปี เปิดบริษัทเป็นตัวแทนขายสื่อโฆษณา ชื่อว่า Voyage Media International เปิดมาได้เกือบ 2 ปีแล้ว โดยธุรกิจจะเป็นแบบต้องไปดิวกับเจ้าของสื่อต่างๆ เพื่อเป็นตัวแทนขายสื่อให้กับสื่อของเขา ซึ่งปัจจุบันจะมีของนิตยสารบนเครื่องบิน เช่น แอร์เอเชีย บางกอกแอร์เวย์ ออกแนวการโรงแรมการท่องเที่ยว แต่สนใจด้านสินค้าเกษตร เพราะอยากเพิ่มธุรกิจขึ้นมาอีกหนึ่งธุรกิจ จึงมองเรื่องการผลิตแบรนด์เป็นของตัวเอง ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะทำเป็นสินค้าชนิดไหน แต่มีเป้าหมายว่า วัตถุดิบนี้ต้องเป็นสมุนไพรไทย หรือ ชาไทยเท่านั้น เพื่อต้องการโปรโมทให้คนไทยหรือคนต่างชาติได้รู้ว่าสมุนไพรของไทยนั้นมีดี มีสรรพคุณไม่แพ้พวกสารเคมีสังเคราะห์เลย แต่จะออกแบบรูปแพคเกจจิ้งให้ทันสมัย เพราะปัจจุบันสินค้าไทยยังมีแพ็คเกจแบบโบราณ ไม่ค่อยทันสมัย จึงอยากนำมาปรับลุ้คใหม่ให้ทันสมัยขึ้นซึ่งมองไว้ 2 ตัว เป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับหนังศรีษะ คือ เซรั่มบำรุงผมและแชมพูสมุนไพร แนวปิดผมขาว และอยากใช้วัตถุดิบทางเลือกที่ไม่ซ้ำใคร การมาอบมรมในครั้งนี้ก็เพื่อหาความนี่รู้ไปปั้นแบรนด์สินค้าส่งขายที่ พม่า กัมพูชา เวียดนาม ซึ่งประเทศเหล่านี้เขามีความยอมรับในคุณภาพของสินค้าไทยที่ดี และเชื่อมั่นว่ามีคุณภาพ และจากที่ไปดิวงานกับทางดีแทคมาทำให้ได้รู้จักรักบ้านเกิดในระดับหนึ่ง โดยมาทางสาย Pr เคยมาร่วมงามรับรางวัลเกษตรกร และรู้จักรักบ้านเกิดมานานในนามของมูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิดดีในช่วงที่มีการโฆษณาแอด เมื่อไปเจองานสัมมนาทางเฟสบุ้ค ทำให้เกิดความคิดอยากมาอบรม ซึ่งก็ "ได้รับรู้หลักการตลาดมากขึ้น เช่น แบรนด์ของสินค้า ไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าอย่างเดียว แต่อยู่ที่ภาพลักษณ์การบริการและตัวเราด้วย ทำให้ทราบว่ากระแสธุรกิจที่จะไปได้ไกลในยุคนี้ คือ SMEs และ ความเป็น SMEs นั้นมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สามารถใส่ลูกเล่นเข้ามาในงานจัดการบริหารได้หลากหลาย" ส่วนความรู้เกี่ยวกับวิธีการทำตลาดที่อาจารย์สอนช่วงต้นๆ นั้นก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้ได้รู้ว่าคนไทยมีการทำธุรกิจ SMEs เล็กๆ และใช้พืชในไร่นาอันหลากหลายมาผลักดันเป็นเอกลักษณ์ของสินค้า จากนี้ไปคิดว่าจะต้องไปหาข้อมูลวัตถุดิบเพิ่มเติมว่าสินค้าไทยชนิดใดที่ตอบโจทย์เรา ด้าน บรรยากาศก็สนุกสนานเฮฮาดี ได้รับความรู้หลากหลายและเป็นครั้งแรกที่มาเกิดความประทับใจแบบ Happy มาก ๆ.

คุณพรรณพรหมพร เอี่ยมประชา (เบียร์)


คุณพรรณพรหมพร เอี่ยมประชา หรือ เบียร์ อายุ 40 ปี นักออกแบบจัดสวนและจิวเวอร์รี่ เปิดร้านขาย ต้นไม้อยู่ที่ ซอยวัดพระเงิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ในย่านธุรกิจต้นไม้ มายาวนานถึง 15 ปี จบบัญชี จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนคร วิทยาเขต พาณิชยการพระนคร ผู้มาค้นพบตัวเองหลังทำงานประจำไปได้สักพักหนึ่งว่าชอบเรื่องต้นไม้และการเกษตร จึงเริ่มหาความรู้เข้าคอร์สเรียนการออกแบบจัดสวน ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นคอร์สสั้นๆ จนได้รู้จักกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง ให้เราจัดสวนในโรงแรมระดับ 4 - 5 ดาว เมื่อ 5 - 8 ปีที่แล้ว ทำให้เราได้เริ่มต้นทำงานจัดสวนจากระดับเล็กๆ ไปจนถึงระดับใหญ่โต ด้านการปลูกต้นไม้ก็จะเน้นปลูกในกระถางขาย นอกจากนี้ที่ร้านยังเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องว่านและสมุนไพรอินทรีย์ เพื่อให้คนที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ หาซื้อและนำไปศึกษาต่อ "แรกเริ่มนั้นรู้จักกับรักบ้านเกิดจากการได้ไปเดินดูงาน Young Smart Farmer ที่ มสธ. แล้วไปพบกับบู้ธรักบ้านเกิดที่กำลังจะจัดอบรมสัมนาเรื่อง จุลินทรีย์หน่อกล้วย ของ อาจารย์อธิศพัฒน์ ซึ่งเก่งมากเรื่องเกษตรอินทรีย์ จึงเกิดความสนใจในความชำนาญการของวิทยากร ก็ได้สมัครเรียนตรงนั้นเลย พอดีในปีที่แล้ว จัดว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมาก เพราะได้เรียนรู้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญและสัมผัสได้จริง การสอนก็สามารถนำไปทำตามได้จริง ครั้งนั้นได้นำความรู้มาลองทำปุ๋ยจุลินทรีย์หน่อกล้วยและฮอร์โมนไข่เพื่อแจกจ่ายให้ลูกค้าได้นำไปใช้ ก็เกิดผลดีจริงๆ ตามที่อาจารย์อธิศพัฒน์ได้ถ่ายทอดมา จึงเผยแพร่ต่อสวนอื่นๆ ให้รู้จักและส่วนหนึ่งก็ผลิตขายเองด้วย"

พอปีนี้มีเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งเรื่องการสัมมนาปั้นแบรนด์สินค้าเกษตรฯ ก็เกิดความสนใจในหัวข้อนี้ จึงสมัครเข้ามาเพราะอยากรู้เกี่ยวกับการทำแบรนด์อยู่แล้ว พอมาได้เรียนรู้ ก็ได้รู้เลยว่าอาจารย์นั้นเก่งในการสอนและการนำเสนอ มีการนำหลักวิชาการที่เข้าใจยากมาสอนให้เข้าใจง่าย อย่างการ work Shop ก็นำมาใช้จริงได้ ซึ่งคิดว่าจะนำไปใช้กับตัวสินค้าที่เป็นจุลินทรีย์หน่อกล้วยและยาแรงที่ได้เรียนรู้มาจากอาจารย์อธิศพัฒน์ และ กล้วยแปรรูปที่ทำเฟรนไชน์อยู่ เพราะ "ผมทำเฟรนไชน์แปรรูปกล้วยชื่อ Happy Banana จึงคิดว่าน่าจะไปเรียนเอาความรู้มาประกอบการ Set Up ธุรกิจ ดีกว่าไม่รู้อะไรแล้วไปทำ เพราะมันอาจจะผิดพลาดและเสียเวลาได้ ทำให้รู้ว่าการทำแบรนด์ยุคใหม่นั้นต้องให้ความสำคัญกับช่องทางการหาและการซื้อ ซึ่งเป็นความรู้ที่ทำให้เรามาคิดได้ว่า เราไม่อาจเฉยๆ กับแบรนด์ที่เราสร้างมาได้อีกแล้ว เราต้องทำการตลาดให้คนค้นหา เข้าถึงและซื้อได้ง่ายขึ้น เพราะนี่เป็นเรื่องสำคัญมาก" เพราะการที่เราจะเริ่ม Start Up เราจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้ก่อน จึงอยากให้หลายๆ คนได้มาเรียนรู้ หากมีหัวข้อน่าสนใจก็จะมาเรียนอีก โดยเฉพาะแนวเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืนที่เขาทำแล้วใช้ได้จริง เช่น ทำ 1 ไร่ได้ 1 แสน แบบนี้ก็น่าสนใจดี เพราะเห็นแล้วเกิดความเป็นไปได้ ได้ความรู้มาแล้วไปทำได้จริง โดยมีตัวอย่างความสำเร็จให้สัมผัสได้จริง.



คุณสมจิตร ดิษฐ์คล้าย อายุ 49 ปี จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จบด้านบัญชีมาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดสำนักงานบัญชี รับทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี ชื่อว่า บริษัทเมืองทองการบัญชีและภาษีอากร จำกัด อยู่ในเขตคลองสามวา จังหวัดกรุงเทพมหานคร ทำบัญชีมานานหลายปีรู้สึกเครียดมากกับงานตรงนี้ จึงมองหาอาชีพที่จะทำแล้วสบายใจ ก็ได้ปรึกษากับน้องชายที่มีพื้นความรู้เรื่องพลังงาน จนมาลงตัวที่สวนไผ่ครบวงจร มีความตั้งใจจะผลิตน้ำไผ่ ชาใบไผ่ และ ถ่านไผ่ไร้ควัน เกรดพรีเมี่ยม เพื่อจำหน่ายทำการตลาดและผลักดันเกื้อหนุนชุมชนบนพื้นที่มรดกของพ่อ 12 ไร่ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบ้านจัดสรร จังหวัดนครศรีธรรมราช "โดยพื้นฐานเป็นคนที่ว่าถ้าทำอะไรก็จะชอบหาทางลัด ขี้เกียจ ไม่ชอบล้มลุกคลุกคลานมันเสียเวลา ชอบเอาตัวเองไปอยู่กับกลุ่มคนตรงนั้นที่เขามีความถนัดและมีความสนใจเหมือนกัน อย่างการผันตัวเองมาทำเกษตรก็จะมองหาแหล่งความรู้เพื่อศึกษาหาความรู้หากตรงไหนที่สัมผัสได้ก็จะเอาตัวเองเข้าไปสัมผัสตรงนั้น อย่างคอร์สสัมมนารอบนี้ เพื่อนที่มาด้วยกันเขาเป็นคนมาชวน และเนื่องจากเป็นคนที่ถ้าว่างก็จะรีบมาหาความรู้ใส่ตัวเลยทันที ไม่ว่าจะเป็นการสัมมนาหรืออบรมใดๆ โดยไม่ต้องมาใช้สมองตัดสินใจ หากรู้ว่าที่ไหนมีงานอบรมสัมมนาในหัวข้อที่ตนสนใจและมีเวลาว่าง ก็จะไม่รีรอ พี่จะตอบคำเดียวเลยว่าเอา พี่จะไม่มานั่งคิดนู่นนี่นั่นอะไรเลย พี่จะให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้มาก ซึ่งพี่จะให้ความสำคัญมากกับ ความรู้ และกิจกรรมที่จะทำร่วมกันในกลุ่มคน เพราะรู้ว่านี่คือทางลัดที่เราจะเรียนรู้จาก A ไป B ไป C และเดินต่อไปตามลำดับขั้น พี่วัยนี้แล้วก็ไม่มีเวลามาพลาดมาล้มมาก มาสัมมนาครั้งนี้ทำให้ได้สังคมเครือข่ายที่ดี ได้ความรู้ได้ไอเดียจากอาจารย์ไปดีมาก นี่เป็นการสัมมนาที่นั่งทั้งวันแล้วไม่ง่วง วันนี้จึงได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ได้รู้จักรักบ้านเกิดอย่างจริงจัง แล้วรู้สึกว่าคุ้มค่ามาก เสียดายที่มีเพียงปีละครั้ง นี่พี่ยังบอกเพื่อนเลยว่าถ้าเราพลาดเราจะเป็นกบในกะลาไปอีกนานปีเลย โชคดีมากที่มาวันนี้ เพราะได้อะไรเยอะมาก "

"สำหรับเรื่องการสร้างแบรนด์นี้ถ้าพี่ทำสำเร็จพี่จะไปสอนให้เกษตรกรภาคภูมิใจในตนเองไม่ใช่มาห่อเหี่ยว เพราะแบรนด์ ก็คือตัวเราด้วย มันจึงสำคัญมาก การ Keep Look นี่เราต้องสอนให้ผู้ประกอบการนั้น Keep Look เป็นด้วย ถ้า Keep Look ดี จากปกติขายได้ 100 บาทก็อาจจะขายได้ 200 บาทสบายๆ ไม่งั้น ต้นทุน 90 บาทมาขาย 100 บาทอย่างนั้นเมื่อไหร่พวกเขาจะได้ลืมตาก็ไม่รู้".

ทุกคนมาเรียนรู้อย่างตั้งใจ อาจารย์ก็ถ่ายทอดให้ไปแบบเต็มที่



จับกลุ่มกันทำ Work Shop แลกเปลี่ยนความคิดเสนอไอเดีย




มีการเปิดพื้นที่ให้นำเสนอสินค้า เพื่อรับการวิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็งของสินค้าตัวเอง




มีความรู้ มีเครือข่าย มีความสุขในงานสัมมนา



ไว้พบกับงานสัมมนาดีๆ จากรักบ้านเกิดกันใหม่ในโอกาสหน้า
ขอขอบพระคุณทุกท่านจากใจทีมงานรักบ้านเกิด


------

วิธีปั้นแบรนด์ให้ปังและดังยิ่งกว่าพลุแตก!! (ตอนแรก)

วิธีปั้นแบรนด์ให้ปังและดังยิ่งกว่าพลุแตก!! (ตอนจบ)


เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor @ www.rakbankerd.com
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
25-33°C
เชียงใหม่
22-30°C
นครราชสีมา
23-31°C
ชลบุรี
27-30°C
นครศรีธรรมราช
24-31°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×