เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เลือกซื้อมังคุดแบบนี้ ได้ทานของดีแน่นอน!
02 มิถุนายน 2560
1,872
ช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคมเป็นเทศกาลผลไม้ที่ใหญ่สุดประจำปี เพราะมีทั้งราชา ราชินีผลไม้ อย่างทุเรียน มังคุดและเงาะ ออกสู่ตลาดมากมาย ชนิดที่สามารถพูดได้ว่า หากผลไม้อื่นเสนอหน้ามาขายในช่วงนี้มีแต่ราคาตก ดับชีพกันไปได้เป็นแถบๆ นี่จึงเป็นเวลาที่ชาวสวนผลไม้ชนิดอื่นพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ผลผลิตของตนออกมาแข่งกับเจ้าตลาดผลไม้เหล่านี้ เพื่อให้ได้ผลผลิตราคาดี มีรายรับอยู่ได้สบาย ดังนั้น ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาอันดีของผู้บริโภคที่จะได้ทานทั้งราชาและราชินีแห่งผลไม้ในเวลาไล่เลี่ยกัน วันนี้จึงขอนำเสนอวิธีการเลือกซื้อมังคุดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีผลไม้ รสชาติหวานเย็นอมเปรี้ยวเล็กน้อย ไว้เป็นแนวให้นักชิมได้นำไปใช้สังเกตมังคุดก่อนคว้ามาชั่งกิโลทาน เพื่ออรรถรสในความอร่อยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ซื้อมังคุดมา 3 กิโลกรัมมีผลเน่า เนื้อแก้ว แข็ง แห้ง ทานไม่ได้ไป 2 กิโลกรัม
ครั้นจะไปอ้างสิทธิ์ความเป็นธรรมจากคนขายก็จะได้คำตอบกลับมาว่า "ของมันอยู่ข้างในใครจะไปเห็น" หรือ ที่หนักกว่านั้นก็คือ "คุณเป็นคนเลือกเอง" แล้วทีนี้จะไปโทษใครได้ นอกจากมานั่งคร่ำครวญเจ็บใจตัวเอง หากไม่อยากพลาดพลั้งในครั้งต่อไปมาเลือกซื้อมังคุด ตามเทคนิคที่ผู้เขียนรวบรวมมาได้จากประสบการณ์และความสามารถในการทานมังคุดได้วันละ 5-6 กิโลกรัม ด้วยหลักการเลือกซื้อมังคุดแบบนี้กันเถอะ

หลักการเลือกซื้อมังคุด เพื่อให้ได้ผลดีไม่มีเน่า-เสีย


1. ขั้วผลต้องมีสีเขียวสดไม่เหี่ยวแห้ง : เพราะขั้วผลที่มีสีเขียวสดไม่แห้งเหี่ยว จะเป็นตัวบ่งบอกว่ามังคุดลูกนี้มีความสดใหม่ เพิ่งเก็บมาจากต้นได้ไม่นาน จึงเป็นผลที่ควรจับจ้องมาชั่งกิโลและพากลับบ้านมากที่สุด

2. ผิวไม่มีรอยยุบบุบบี้ : ข้อนี้หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วจากพื้นฐานการเลือกซื้อพืชผัก ผลไม้อื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่การเลือกซื้อมังคุด หากแต่ความบุบบนผลมังคุด บ่งบอกว่าเนื้อในตรงนั้นได้รับแรงกระแทกทำให้ ช้ำแข็ง หรือ ลักษณะเหมือนเนื้อแก้ว* จึงทานไม่อร่อย
3. ไม่มียางไหลซึมออกมา : ร่องรอยยางสีเหลืองที่ติดอยู่ตามเปลือกนอกของผลมังคุดนั้น บ่งบอกว่ามังคุดผลนี้มีปัญหาของโรคผลแตกยางไหล** ก่อนจะเก็บเกี่ยวผลผลิต 1- 2 เดือน เมื่อแกะดูเนื้อในจะพบว่ามีลักษณะเกือบปกติ แต่ติดยางสีเหลืองและชิ้นส่วนของเปลือกบนเนื้อ ทำให้เนื้อมีรสชาติฝาด-ขม

4. ผลมีสีแดง-ดำม่วง จับแล้วไม่อ่อนนิ่มยวบมือ : สีของมังคุดนั้นบ่งบอกว่า มังคุดมีความสุกแก่ในระยะไหน ลูกที่มีสีผิวติดสีแดง คือ ออกแดง-ดำ /ม่วง ไม่ดำมืดทั้งผลนั้นควรเลือกซื้อที่สุด เพราะเนื้อในจะอยู่ในระยะที่ทานแล้วอร่อยสุดไม่ยวบไป รสชาติติดหวาน-อมเปรี้ยว ไม่สุกงอม จนความหวานเริ่มจืดจาง ส่วนผลที่มีสีดำเข้มทั้งผลนั้นส่วนใหญ่เปลือกจะเริ่มยวบหรือนิ่มแล้ว เพราะเป็นระยะที่เนื้อในแก่งอม รสชาติเริ่มจืด ไม่แซ่บซ่าส์ ซึ่งในทางตรงกันข้าม หากผลมีสีดำเข้มทั้งผล แต่เปลือกนอกแข็งจนกดเบาๆ หรือแม้แต่จะกดแรงๆ ก็ไม่ลง นั่นแสดงว่าผลนั้นแห้งเน่าเสียทานไม่ได้ไปแล้วล่ะ

ขั้วผลมังคุดมีสีเขียวสดไม่เหี่ยวแห้ง


เกร็ดเล็ก - เกร็ดน้อยเกี่ยวกับมังคุด : นอกจากหลักการเลือกซื้อมังคุดดังที่กล่าวมาแล้ว ผู้เขียนขอแนะนำเทคนิคการทานมังคุดให้อร่อย แบบอิ่มเต็มความสุขกันไปเต็มๆ คำ ไว้สักเล็กน้อยว่า การจะทานมังคุดให้อร่อย ควรเลือกทานมังคุดผลเล็กๆ ย่อมๆ จะได้อรรถรสกว่าผลใหญ่ เพราะจะได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่ทานได้พอดีคำ เนื้อฉ่ำ กรุบกรอบ หรือ แซ่บกว่า แบบไม่มีเมล็ดมาขวางกั้นความอร่อยอีกด้วย และถ้าอยากรู้ว่าเนื้อในผลมังคุดนั้นจะมีมากหรือน้อย ก็ให้ดูจากจำนวนกลีบก้นผลมังคุดได้เลย

------------------- ^ ^ -------------------
หมายเหตุ :

* มังคุดเนื้อแก้ว นั้นเป็นความผิดปกติทางด้านสรีรวิทยาของพืช เนื้อมังคุดจะใส กรอบ และ ฉ่ำน้ำ อยู่ในเนื้อ รสชาติจืด มักพบในเมล็ดที่ใหญ่สุด ปัจจุบันไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการกระทบกระเทือน หรือ ธาตุอาหารไม่สมดุลย์

**โรคผลแตกยางไหล จะพบมากในช่วงการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ มีฝนตกชุกสลับแล้ง ผลได้รับน้ำมาไม่สม่ำเสมอทำให้ขาดความสมดุลย์ของแร่ธาตุอาหารในการเจริญเติบโต เซลล์จึงไม่แข็งแรงเกิดการแตกของเนื้อเยื่อได้ง่าย เนื้อในจึงเสีย
มียางไหลซึมออกมา เป็นเนื้อแก้ว


ขั้วผลเหี่ยวแห้ง เนื้อในเน่า-เสีย


ลักษณะมังคุดเนื้อแก้วจากผลที่ได้รับการกระทบกระเทือน และพบได้ในผลที่ภายนอกดูเกือบปกติอีกด้วย


มังคุดที่มีอาการผลแตก-ยางไหล-เนื้อเสีย
ภาพ : http://slideplayer.in.th/2040337/8/images/21



เรื่อง/ภาพโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor @ www.rakbankerd.com
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
23-30°C
เชียงใหม่
17-28°C
นครราชสีมา
22-31°C
ชลบุรี
23-31°C
นครศรีธรรมราช
23-30°C
ภูเก็ต
24-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×