เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
จิ้งหรีด...โปรตีนแห่งอนาคต
19 สิงหาคม 2563
1,454
แหล่งโปรตีนของโลกอนาคต และโลกปัจจุบันที่กำลังฮิตกันทั่วโลก อย่าง "แมลง" และที่ฮิตสุด ๆ เห็นจะเป็นจิ้งหรีด ที่ต่างชาติถึงกับเข้ามาลงทุนทำฟาร์มในไทยและใหญ่ที่สุดในโลก
นายนิโคลัส แบรี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คริกเกท แลบ จำกัด (Cricket Lab Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า บริษัท คริกเกท แลบ จำกัด (Cricket Lab Co.,Ltd.) เป็นฟาร์มจิ้งหรีดระบบปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังเป็นโรงงานผู้ผลิตผงโปรตีนจากจิ้งหรีด โดยผลิตตามมาตรฐานยุโรป โดยฟาร์มและโรงงานของเราตั้งอยู่ที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ จิ้งหรีดจะถูกเลี้ยงในฟาร์มพาณิชย์ระบบปิด โดยวางกล่องเลี้ยงในกล่องแนวตั้งสูงถึง 6 เมตร และ ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นในการเลี้ยง ความสะอาด อาหารอินทรีย์ และน้ำที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีดเป็นแบบ UV Filter ซึ่งเป็นมาตราฐานเดียวกันกับน้ำที่คนบริโภค โดยฟาร์มปฏิบัติให้สอดคล้องตามมาตราฐาน Good Agriculture Practice หรือ (GAP)Cricket Lab มีการเลี้ยงจิ้งหรีดอยู่ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สะดิ้ง (Acheta Domesticus) เพื่อผลิตโปรตีนผง & จิ้งหรีดอบแห้งและ พันธุ์เวียดนาม (Gryllus Assimilis) เพื่อผลิตจิ้งหรีดแช่แข็งสำหรับนำไปประกอบอาหารแบบเป็นตัว
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ Food and Agriculture Organization of United Nation (FAO) ยกให้จิ้งหรีดเป็นแหล่งโปรตีนจากสัตว์ที่มีประสิทธิภาพสูงและยั่งยืน (sustainable) เพราะเป็นโปรตีนคุณภาพเดียว กับ หมู เนื้อ ไก่ ปลา แต่ให้คุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรตีนกว่า 70% และสารอาหารรองอื่นๆที่ร่างกายต้องการแต่ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ เช่น กรดอะมิโนที่จำเป็น 9 ชนิด, กรดไขมัน โอเมก้า 3 & 6, วิตามิน B12, ธาตุเหล็ก, และดีต่อระบบการย่อยอาหาร นอกจากนี้การเลี้ยงจิ้งหรีดไม่ต้องใช้สารปฎิชีวนะ (Antibiotic) และสารเร่งการเติบโต (Growth Hormone) เหมือนการเลี้ยงเพื่อบริโภคของสัตว์อื่นๆ จุดเด่นของจิ้งหรีดมีช่วงอายุการเก็บเกี่ยวที่สั้นกว่า, ใช้ทรัพยากรในการเลี้ยงน้อย เช่น ใช้อาหารน้อยกว่า 12 เท่า, ใช้พื้นที่เลี้ยงน้อยกว่า 15 เท่า, ใช้น้ำในการเลี้ยงน้อยกว่า 2000 เท่า, ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน 100 เท่า ผลิตภัณฑ์หลัก ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยม คือ จิ้งหรีดอบแห้ง, จิ้งหรีดบดผง, และ จิ้งหรีดแช่แข็ง
ปัจจุบันการบริโภคแมลงไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่อีกต่อไป เพราะในต่างประเทศผู้บริโภคหันมารับประทานผลิตภัณฑ์จากแมลง ข้อมูลจาก Food Navigator พบว่ามีผู้บริโภคแมลงทั้งในทวีปอเมริกา, ยุโรปหรือแม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน หรือแบรนด์ดังอย่าง Muji ของประเทศญี่ปุ่นเพิ่งทำการตลาดสินค้าจากแมลงเมื่อไม่นานมานี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งประชากรบางกลุ่มในประเทศไทยที่บริโภคแมลงอยู่แล้ว เช่น รถด่วน หนอนไหม จิ้งหรีด ตั๊กแตน
นอกจากนี้ทาง Cricket Lab ยังได้มีความร่วมมือกับภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สำหรับโครงการ Smart Farming ในการนำมูลจิ้งหรีดไปทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ organic fertilizer สำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ คือ การปลูกผักโดยไม่ใช้ดินหรือเป็นการปลูกผักในน้ำที่มีธาตุอาหารละลายอยู่ เพราะในปัจจุบันปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์ทั่วๆไปยังตรวจพบสารเคมีตกค้างอยู่ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความกังวลในการรับประทาน ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทฯและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ทดลองนำปุ๋ยมูลจิ้งหรีดจากฟาร์มมาทำเป็นปุ๋ยน้ำสำหรับปลูกผักดังกล่าว เพราะอาหารจิ้งหรีดในฟาร์มเป็นอาหารออร์แกนิค และมีผลแลบรองรับค่า NPK ที่ค่อนข้างสูงซึ่งเหมาะกับการเกษตรเป็นอย่างยิ่งปัจจุบัน Cricket Lab and Sens Foods ได้ลงทุนถึง 3 ล้านยูโร เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนาด้านการเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ในการเลี้ยงจิ้งหรีดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้ได้โปรตีนคุณภาพสูงในราคาที่ต่ำกว่าการผลิตโปรตีนจากสัตว์ประเภทอื่น เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมการบริโภคแมลงในรูปแบบใหม่ และการใช้โปรตีนจิ้งหรีดยังสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้อีกทางหนึ่ง ทำให้ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศ และยังช่วยพัฒนาด้านการวิจัยและพัฒนารูปแบบของการบริโภคโปรตีนแห่งอนาคต
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอบคุณ : คมชัดลึก (ไลฟ์สไตล์) / ChiangmaiNews
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-28°C
เชียงใหม่
21-26°C
นครราชสีมา
21-26°C
ชลบุรี
23-28°C
นครศรีธรรมราช
25-29°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×