เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ตกงานเพราะโควิด กลับบ้านไปทำเกษตรได้ไหม
20 พฤษภาคม 2563
2,208
พิษโควิด-19 ในปี 2020 ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั้งโลก ประเทศไทยได้รับผลกระทบในเกือบทุกสาขาธุรกิจ และที่เห็นจะรุนแรงมากเป็นพิเศษก็คงเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว ทำให้ตลาดแรงงานมีความอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มแรงงานที่มีความเสี่ยงสูงคือกลุ่มลูกจ้างชั่วคราว กลุ่มอาชีพอิสระและลูกจ้าเอสเอ็มอี ซึ่งมีจำนวนรวมกันสูงถึง 23.4 ล้านครัวเรือน ถือเป็นคนส่วนมากถึง 62% ของกำลังแรงงานทั้งหมด
กิจการหลายกิจการต้องปิดทำการชั่วคราว บางกิจการมีความจำเป็นต้องปิดกันอย่างถาวร และเมื่อรายจ่ายยังคงเดิม แต่รายรับลดลงถึงกับไม่มีเลย เป็นเหตุจำเป็นให้ผู้ประกอบการ นายจ้าง ต้องหาแนวทาง และปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ และสิ่งที่ตามมาคือ ผู้คนตกงาน กลุ่มคนเหล่านั้นจะทำอะไรต่อ???



หลายคนเลือกที่จะสู้ต่อในเมืองใหญ่ แต่หลายคนเลือกที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา และมองหาลู่ทางใหม่ ๆ ที่จะช่วยเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน และเป็นการถาวร "การทำเกษตร" จึงเป็นหนทางที่หลายคนมองเห็น เพราะคิดว่า นั่นคือ "ทางรอด" ของการใช้ชีวิต
"ปลูกเพื่อกิน ปลูกเพื่ออยู่ หรือปลูกเพื่อขาย"

เป้าหมายนั้นสำคัญ...ว่าเราจะกลับไปทำเกษตรเพื่ออะไร เพื่อให้เราได้มีอะไรกิน เพื่อให้เราอยู่ได้(พอมีพอกิน) หรือเพื่อสร้างเม็ดเงินสร้างผลกำไรจากการขายผลผลิต


เรามักมองว่า "เกษตร" ใครก็ทำได้ อันนี้เรื่องจริง แต่!!! อย่างที่บอกว่ามันขึ้นอยู่ที่เป้าหมายที่เราวางไว้ และแน่นอนว่า เกินครึ่งที่เลือกจะกลับไปทำเกษตร เพราะต้องการเม็ดเงินจากสิ่งที่ทำอย่างแน่นอน พอเราเอาเงินมาเป็นตัวกำหนด มันก็จะยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะใคร ๆ ก็ทำได้จริง แต่จะทำให้ประสบความสำเร็จนั้น ก็คงจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
"ลงมือทำให้เกิดผล เกิดรายได้ที่ยั่งยืนและเลี้ยงครอบครัวได้ ต้องมีอะไรบ้าง"

"มีใจ"

เกษตรกรเป็นอาชีพที่ใคร ๆ ก็มองว่ายากลำบาก หลังต้องสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน
สิ่งที่จะช่วยทำให้ผ่านความลำบากเหล่านี้มีอยู่สิ่งเดียวเท่านั้นคือ "ใจรัก"

รักที่จะทำ รักที่จะรอ รักที่จะลุกขึ้นจากความล้มเหลว และมองไปถึงความสำเร็จ
อาชีพทุกอาชีพมีเกียรติ และอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก

ที่ทำให้ทุกคนได้"อิ่ม"มีแรงที่จะทำอาชีพของแต่ละคน

"มีที่ดิน"

"ที่ดิน"ถือเป็นต้นทุนที่แพงที่สุดของอาชีพเกษตรกร
ข้อจำกัดของการทำเกษตรคือต้องใช้ระยะเวลา ไม่ว่าจะปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ ต้องคำนวณทั้งหมด
เพราะสำหรับใครที่ต้องเช่าเพราะไม่มีที่ดิน ต้องคิดให้มากเพราะข้อจำกัดเหล่านี้ (เวลาเดินค่าเช่าก็เดินตาม)

ส่วนใครที่มีที่ดินอยู่แล้ว ถือเป็นกำไรชีวิต แต่เราก็ต้องนำมาตั้งเป็นทุน เพื่อจะได้คำนวณต้นทุนการผลิตและผลกำไรต่อไปในอนาคต

"มีความรู้จักกับธรรมชาติรอบกาย"

เกษตรกรคือนักวิทยาศาสต์ในรูปแบบหนึ่ง
เป็นศาสตร์กับการอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับดิน อยู่กับน้ำ อยู่กับลม อยู่กับฝน

การเข้าใจธรรมชาติ เกี่ยวกับฤดูกาล แหล่งน้ำ ทิศทางแดด ลม เป็นความรู้พื้นฐานที่เกษตรกรพึงมี

รายละเอียดเรื่องธรรมชาติเหล่านี้ที่เราต้องทำความรู้จักมันอย่างลึกซึ้ง และหากใครที่รู้จักนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้ เพื่อดูความแม่นยำของสภาพอากาศก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดีไม่น้อย

"มีเทคโนโลยี"

ในยุคที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ยุคของดิจิทัล การนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาใช้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทันยุคทันสมัย และทันต่อความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น

-เทคโนโลยีทางชีวภาพ เกี่ยวกับ ดิน เมล็ด ปุ๋ย
-เทคโนโลยีเกี่ยวกับจักรกลการเกษตรที่จะเข้ามาทุ่นแรง?
-เทคโนโลยีเกี่ยวกับการควบคุมสภาพแวดล้อม ทางด้าน ความชื้น อุณหภูมิ แสงแดด และน้ำ
-เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปผลผลิต การเก็บรักษา และการขนส่ง
-เทคโนโลยีเกี่ยวกับสัตว์และอาหารสัตว์ ที่ต้องทำควบคู่กับการเกษตรแบบเพาะปลูก

เหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวแปรที่จะทำให้การผลิตของเราประสบความสำเร็จ

"มีการวางแผน"

เกษตรกรยุคใหม่ต้องมีเป้าหมาย และการจะไปให้ถึงเป้าหมายได้ต้องมีการวางแผนและการจัดการที่ดี
เป้าหมายที่วางไว้นั้นเพื่ออะไรบ้าง
- เพื่อการผลิตที่จะทำให้มีกำไร
- เพื่อให้เวลาสัมพันธ์กับสิ่งที่เราทำ
- เพื่อการใช้ที่ดินของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุด

"มีความรู้"

มันแน่นอนอยู่แล้ว การจะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด เราต้องศึกษามาก่อน และรู้อย่างถ่องแท้ หรือไม่ก็มันก็ต้องรู้อยู่บ้าง เราเริ่มจากศูนย์ได้ แต่ต้องเป็นศูนย์ที่มากับการค้นคว้า พัฒนา และต่อยอดจากสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ถ้าไม่รู้จะไปหาความรู้ที่ไหน ก็นี่แหละ www.rakbankerd.com

"มีความคิดสร้างสรรค์"

หลายคนอาจสงสัยว่า เป็นเกษตรกรต้องเป็น "ครีเอทีฟ" ด้วยเหรอ
เอาจริงๆ มันเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะทุกอย่างที่กำลังจะเกิด มันต้องเกิดจากความใหม่ ความต่าง และความน่าสนใจ ถึงจะดึงดูดผู้บริโภคได้ เป็นเกษตรกรในยุคนี้ ต้องมีแนวคิดใหม่ ๆ ในการทำเกษตรรูปแบบใหม่ ๆ มองหาพืช มองหากิจกรรมที่ตลาดต้องการ และสร้างความต่างจากสิ่งที่เคยมีอยู่แล้ว เพื่อให้เราขายได้ นี่คือจุดที่สำคัญมาก?.

"มีตลาด"

ตลาดนำการผลิต คงพอจะได้ยินคำนี้บ่อย ๆ ถ้าไม่อยากปลูก ไม่อยากเลี้ยง แล้วไม่มีคนซื้อ ไม่มีคนกิน ไม่มีคนใช้ ต้องสำรวจตลาดให้ดีก่อน และหาที่ลงให้ได้ ไม่ว่าจะตลาดแถว ๆ บ้าน ตลาดใหญ่ ๆ ถัดไปจากหมู่บ้าน ไปจนถึงห้างร้านต่าง ๆ ต้องดูให้ดีว่าเขาอยากจะได้ในสิ่งที่เราจะทำมากน้อยแค่ไหน

"มีความออนไลน์"

Internet of Thing คืออนาคตของเกษตรกร เพราะทุกวันนี้แทบจะไม่มีใครใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อโทรเข้าโทรออกอย่างเดียว ทุกอย่างมันถูกย่อลงมาบนหน้าจอเล็ก ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีนวัตกรรมที่นำมาใช้ในฟาร์ม ข่าวสาร ความรู้ แม้กระทั่งตลาดขายของ ที่เกษตรกรจะสามารถนำของไปปล่อยได้ในนั้น

"มีพลังและเริ่มลงมือ"

สุดท้ายแล้ว รวบรวมพลังใจ พลังกาย แล้วลุย ลงมือเลย มันไม่มีทางสำเร็จหากเราไม่ลงมือทำ

ในยามวิกฤติแบบนี้ คนที่ปรับตัวได้ไวและเรียนรู้ได้เร็วเท่านั้นถึงจะมีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่น ๆ ขอให้เราทุกคน ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ด้วยรักและห่วงใยจากรักบ้านเกิด
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ : The bangkok insight / สวนกินได้
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-30°C
เชียงใหม่
23-26°C
นครราชสีมา
24-29°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
25-32°C
ภูเก็ต
26-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×