เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ทำอย่างไร...หากมีที่ดินเปล่า
19 เมษายน 2563
3,503
ตั้งแต่ช่วงปลายปีพ.ศ. 2562 จนถึงวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ผู้มีที่ดินทั้งหลายต่างตื่นตัว กับเรื่องที่ดินที่ถือครองกันมาก เนื่องจากพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 (หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า ภาษีที่ดินใหม่) เริ่มนำมาบังคับใช้แทน พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และ พระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 กันแล้ว
จุดประสงค์ของภาษีที่ดินใหม่นี้ก็เพื่อ ผลักดันให้เกิดการสร้างประโยชน์ในที่ดิน ฉะนั้นใครที่ปล่อยให้ที่ดินโล่งว่างอยู่ ก็ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงกันไป แต่กล่าวโดยสรุปคือ ไม่ว่าจะมีที่ดินแบบไหนก็จะต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563

ภาษีที่ดิน (ใหม่) พ.ศ. 2563 แบ่งที่ดินออกเป็น 4 ประเภท โดยมีอัตราจัดเก็บภาษี ดังนี้

1. ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
1.1 กรณี บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในวันที่ 1มกราคมของปีภาษี
1.2 กรณี บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในวันที่ 1 มกราคมของปีภาษี
1.3 กรณี อื่นๆ เช่น บ้านรอง (บ้านหลังที่สอง)

2. ที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรมและอื่นๆ
เริ่มจัดเก็บล้านละ 3,000 -7,000 บาท หรืออัตราปีละไม่เกิน 1.2% ของมูลค่าที่ดิน โดยได้รับการลดหย่อนภาษี ในช่วง 2 ปีแรก (2563-2564) ให้ชำระ 0.3-.07% ต่อปีแล้วแต่มูลค่าของที่ดิน แต่ในปีพ.ศ. 2565 เป็นต้นไป จะเก็บที่เพดานภาษีไม่เกิน 1.2%

3. ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม
เริ่มต้นเก็บล้านละ 100 -1,000 บาท หรือไม่เกิน 0.15% ของมูลค่าที่ดิน แต่กรณีเป็นบุคคลธรรมดาที่ทำการเกษตร จะได้รับยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีใน 3 ปีแรกที่กฎหมายบังคับใช้และใน ปีที่ 4 เป็นต้นไป ได้รับยกเว้น 50 ล้านบาทแรกต่อหนึ่งเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เช่น อบต. แต่กรุงเทพมหานครถือเป็นหนึ่ง อปท.)

4. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า
เริ่มต้นเก็บล้านละ 3,000 บาท หรือไม่เกินปีละ 1.2% ของมูลค่าที่ดิน และหากทุก ๆ 3 ปีเจ้าของที่ดินยังไม่ทำประโยชน์ใดๆ ภาษีก็จะถูกบวกเพิ่มอีกล้านละ 3,000 บาท ทบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชนเพดานไม่เกินล้านละ 30,000 บาท หรือเพดานภาษี 3% แต่ในช่วง 2 ปีแรก จะได้รับการลดหย่อนภาษีให้เสียในอัตรา0.3-0.7% ต่อปี

หากมีที่ดินเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ควรทำอย่างไร?

1. แบ่งแปลงที่ดินให้เล็กลง เนื่องจากภาษีที่ดินใหม่คิดภาษีแบบขั้นบันได ยิ่งที่ดินแปลงใหญ่ ก็ยิ่งเสียภาษีเยอะ หากแบ่งที่ดินเป็นแปลงเล็กๆหลายๆแปลง ทำให้ราคาประเมินถูกลง เสียภาษีน้อยลง

2. ทำให้ที่ดินเป็นแบบผสม (Mixed- Use) เช่น การสร้างบ้านบนที่ดินส่วนหนึ่ง เพื่อเสียภาษีที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย อีกส่วนของพื้นที่อาจทำการเกษตรเพื่อใช้เสียภาษีที่ดินเพื่อการเกษตรในที่ดินส่วนนั้น เป็นต้น

3. ใช้ที่ดินในการทำการเกษตร เนื่องจากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมมีเพดานภาษีที่เพียง 0.15% เท่านั้น

พิจารณาจากตัวเลขแล้ว จะเห็นได้ว่า ภาครัฐสนับสนุนให้ใช้ที่ดินในการทำเกษตรกรรม เพราะภาษีที่ดินเพื่อการเกษตรมีอัตราต่ำที่สุดในอัตราภาษีที่ดินทั้งหมดเลยทีเดียว แต่การจิ้มหน่อกล้วยไปแบบส่งๆ ภาครัฐก็ไม่นับว่าเข้าข่ายที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนะ ใครอยากรู้ว่า แล้วต้องปลูกอะไร แบบไหนจึงจะถือว่าเป็น "การเกษตรกรรม" ติดตามรักบ้านเกิดไว้ให้ดีๆ เรามีข้อมูลมาบอกกันแน่นอน

สนใจเปลี่ยนที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้เป็นที่ดินเพื่อการเกษตร ติดต่อทีม Fulfield โทร 094-312-9966 หรืออีเมล์ marketing@rakbankerd.com

"Fulfield เปลี่ยนที่ดินรกร้าง สร้างมูลค่า ลดอัตราภาษี"
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
https://www.itax.in.th
https://www.sanook.com/money/718211
https://www.prachachat.net/property/news-392476
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/858648
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1714010
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ https://www.reic.or.th/News/RealEstate/441315
เอกสารภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
27-32°C
เชียงใหม่
24-33°C
นครราชสีมา
26-34°C
ชลบุรี
27-30°C
นครศรีธรรมราช
24-32°C
ภูเก็ต
26-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×