เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เกษตรกู้โลก save the world
20 มกราคม 2563
793
จากสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก ที่เราต้องเผชิญในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแถบขั้วโลก ที่ก้อนน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูเขาน้ำแข็ง ทำให้ระดับน้ำทะเลทางขั้วโลกเพิ่มขึ้นและไหลสู่ทั่วโลกทำให้เกิดน้ำท่วมได้ทุกทวีป สัตว์ทะเลเสียชีวิตเพราะระบบนิเวศน์เปลี่ยน ยุโรปใต้ ภูมิประเทศกลายเป็นพื้นที่ลาดเอียง เกิดความแห้งแล้งในหลายพื้นที่ และปัญหาอุทกภัยจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากธารน้ำแข็งบนบริเวณยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะจะละลายหมด และล่าสุดที่สร้างความสูญเสีย และคร่าชีวิตสัตว์ป่าไปกว่า 500 ล้านตัว กับเหตุการณ์ไฟป่าที่ออสเตรเลีย ที่กินพื้นที่ไปกว่า 4.8 หมื่น ตร.กม. หรือกว่า 30 ล้านไร่
 
ทุก ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่มาจากปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งต้นเหตุหลักมาจากมนุษย์อย่างพวกเรา เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เรามีส่วนที่ทำให้โลกนั้นร้อนขึ้นทุกวัน แล้วในฐานะที่เราเป็นเกษตรกรคนหนึ่ง เราจะสามารถช่วยโลกของเราอย่างไรได้บ้าง แน่นอนการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ต้องยกให้กับเกษตรอินทรีย์
เกษตรอินทรีย์ป้องกันหรือลดภาวะโรคร้อนได้อย่างไร?

มีข้อสรุปอยู่ 5 ข้อ ที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน
1. เกษตรอินทรีย์เน้นการสร้างอินทรีย์วัตถุ เก็บคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในดิน ฉะนั้นมันไม่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
2. เกษตรอินทร์ไม่ได้ใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งพอเราใช้ไปแล้วจะเกิดก๊าซชนิดหนึ่งคือ ก๊าซไนตรัสออกไซต์ มันร้ายกว่าคาร์บอนไดออกไซต์ 300 เท่า การทำเกษตรอินทรีย์จึงช่วยลดก๊าซไนตรัสออกไซต์ได้
3. ไม่มีการเผาตอซัง มันลดคาร์บอนไดออกไซต์ ลดสารพัด เป็นการรักษาดิน รักษาน้ำในดิน และลดการฆ่าสัตว์เล็กสัตว์น้อย รีไซเคิลทรัพยากรจากธรรมชาติที่เหลือทิ้งกลับมาใช้โดยไม่สูญประโยชน์ เช่น ฟางข้าว มลูสัตว์ เศษใบไม้ ฯ
4. ไม่ต้องใช้พลังงานเพื่อผลิตปุ๋ย อย่างปุ๋ยไนโตรเจนทำมาจากก๊าซธรรมชาติ แล้วใช้ดีเซลเป็นพลังงาน100% ของปุ๋ยยูเรียมาจากน้ำมันทั้งสิ้น ยิ่งทำให้โลกร้อน
5. เกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่จะทำผสมผสาน ไม่ผลิตเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉะนั้นมันช่วยให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก ไม่ปล่อยก๊าซมีเทนสารพัด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก เมืองไทยมีกลุ่มหนึ่งส่งเสริมพัฒนาให้ทำเกษตรแบบนี้
ภาวะโลกร้อนกระทบต่อเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์อย่างไร?
จากการศึกษาที่เป็นการประมวลกันทั้งนักวิชาการและชาวบ้าน โลกร้อนมีผลกระทบใหญ่ๆ อยู่ 3 อย่างในทางปฏิบัติ
1. โลกมันร้อนขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น ผลกระทบต่อเรื่องข้าวทั้งอินทรีย์และไม่อินทรีย์คือ เกสรข้าวจะติดน้อยลง ยิ่งประเทศร้อนๆ ยิ่งแย่ลง ประเทศหนาวจะดีกว่า เพราะการผสมเกษตรอุณหภูมิต้องพอดี อาศัยช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงเอง หากร้อนข้าวจะลีบ ติดผลน้อย
2. คาดการณ์ว่าน้ำฝนจะแปรปรวน สถิติก็ชัดเจน ช่วง 20 ปีของเมืองไทยเจออุทกภัยมากยิ่งขึ้น ปีนี้ชัดเจนเลย และแล้งมากขึ้นด้วย
3. โรคระบาด โรคที่เราไม่คิดว่าจะเจอก็เจอ เช่น เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ในทางวิชาการพวกเรียนเกษตรถูกสอนว่า มันสำปะหลังเป็นพืชในอุดมคติ เจอแล้งไม่เป็นไร เจอฝนมันโต แมลงไม่มีโรคไม่มี แต่ในที่สุดโลกร้อนทำลายเสียหายไป 20-30% แล้ว อีกบางตัวอย่างเช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พอเจอแล้งก็ระบาดไปหลายล้านไร่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล วัฎจักรมันคือ 10 ปีจะเกิดขึ้นทีหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2523 ปี 2532 ปี 2543-44 เรามักจะไม่เตรียมตัวรับมือกับมัน เตรียมแต่สารเคมีไว้ฉีด ยิ่งฉีดก็ยิ่งระบาด พอยิ่งแล้งก็ยิ่งไปกันใหญ่

สรุปสั้นๆ เกษตรอินทรีย์ คือวิถีที่ถูกต้อง เพราะเป็นวิถีที่ไม่ทำร้ายธรรมชาติ ไม่ทำร้ายผู้บริโภค เป็นวิถีเกษตรแห่งธรรมมะ คือการทำบุญที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุด
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ : กฤษณา พาลีรักษ์ ถอดความและเรียบเรียงจากเวที ?เกษตรอินทรีย์กับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากภาวะโลกร้อน? ในงานมหกรรมเกษตรอินทรีย์ ครั้งที่ ๒
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-35°C
เชียงใหม่
17-32°C
นครราชสีมา
17-33°C
ชลบุรี
23-33°C
นครศรีธรรมราช
22-30°C
ภูเก็ต
25-31°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×