เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ทำไมต้องเป็นพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต
18 กุมภาพันธ์ 2562
4,139
ขอทราบเหตุผลดี ๆ ที่ทำไมยังต้องใช้สารเคมีเหล่านี้
 
"พาราควอต"
เพราะเป็นสารเคมีกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า) สารเคมีชนิดนี้มีพิษเฉียบพลันสูงต่อมนุษย์ ไม่มียาถอนพิษ และมี ผลกระทบเรื้อรังต่อสุขภาพ เช่น ก่อโรคพาร์กินสัน สมองเสื่อม แม้ใส่อุปกรณ์ป้องกันก็ยังสามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้โดยการสัมผัสทางผิวหนังรวมทั้งบาดแผล แล้วซึมเข้าร่างกายจนเกิดอันตรายถึงชีวิต ทั้งยังพบตกค้างในอาหาร สิ่งแวดล้อมและมนุษย์จากการวิจัยของหลายสถาบัน นอกจากนี้พาราควอตยังสามารถผ่านจากมารดาไปสู่ตัวอ่อนในครรภ์ จากการศึกษาของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบการตกค้างของพาราควอตในซีรั่มทารกแรกเกิดและมารดา และหากมีประวัติการขุดดินในพื้นที่เกษตร ยิ่งมีความเสี่ยงในการตรวจพบพาราควอต คิดเป็น 6 เท่าของหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีการขุดดิน

"คลอร์ไฟริฟอส"
เพราะเป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอีกหนึ่งชนิดที่ส่งผลกระทบต่อแม่และเด็กได้ มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่ระบุว่า สารเคมีดังกล่าวส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ทำให้มีอาการสมาธิสั้น ไปจนถึงปัญหาด้านความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้าน นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการทำงานของต่อมไร้ท่อ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอัตราการเป็นมะเร็งลำไส้ได้

งานวิจัยตรวจสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา รายงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล และข้อมูลการตรวจสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในผัก-ผลไม้ ของเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ให้ข้อมูลที่สอดคล้องกัน โดยพบว่าคลอร์ไฟริฟอสเป็นสารเคมีที่ตกค้างมากที่สุดในกลุ่มสารกำจัดแมลง

"ไกลโฟเซต"
เพราะเป็นสารเคมีกำจัดวัชพืช สารเคมีชนิดนี้สามารถส่งผลกระทบต่อแม่และเด็กได้ ซึ่งสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติภายใต้องค์การอนามัยโลกได้เผยแพร่รายงานในปี 2558 โดยกำหนดให้ไกลโฟเซตเป็น "สารที่น่าจะก่อมะเร็ง" (probably carcinogenic to humans) ในมนุษย์ เนื่องจากมีหลักฐานเพียงพอว่าก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง และหลักฐานที่หนักแน่นว่าก่อให้เกิดความผิดปกติของสารพันธุกรรม (ทำลายยีน-โครโมโซม) นอกจากนี้ยังมีข้อค้นพบว่า ไกลโฟเซตสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลายชนิดเพิ่มมากขึ้น เช่น เบาหวาน โรคอ้วน อัลไซเมอร์ และทำให้เซลล์รกได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน

ในประเทศไทยพบไกลโฟเซตปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยมหาวิทยาลัยนเรศวร พบการตกค้างของไกลโฟเซตในน้ำดื่มบรรจุขวดที่ผลิตในจังหวัดน่านเฉลี่ย 10.1 ไมโครกรัมต่อลิตร และพบในน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค 11.26 ไมโครกรัมต่อลิตร โดยมีระดับการตกค้างในหลายตัวอย่างที่เกินค่ามาตรฐานของบางประเทศ การตกค้างของไกลโฟเซตในสิ่งแวดล้อมและในร่างกายของแม่และทารกเป็นสิ่งที่น่ากังวล เนื่องจากมีงานวิจัยชี้ว่าการตกค้างแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของต่อมไร้ท่อได้
เราไม่มีเหตุผลดีดีซักข้อ ว่าทำไมเราต้องใช้สารเคมีเหล่านี้?????

ทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกอนาคตที่ปลอดภัยให้กับตัวเองและลูกหลาน เรายังเหลือเหตุผลอะไรที่ต้องใช้สารเคมีเหล่านี้ ทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง เราเชื่อว่าเกษตรกรไทย พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง พร้อมที่จะปรับตัว เพื่อชีวิตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า

ด้วยความห่วงใยจากรักบ้านเกิด
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ :
www.facebook.com/ThaiPesticideAlertNetwork/photos/rpp.260995884002610/1482326221869564/?type=3&theater
www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=9032#.WpHbw-dtc2w
news.nationalgeographic.com/2018/04/neonics-neonicotinoids-banned-european-union-protect-bees-pollinators-environment-science-spd
www.greenpeace.org/eu-unit/en/News/2018/neonicotinoids-down-bee-killing-pesticides
www.facebook.com/biothai.net
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
22-33°C
เชียงใหม่
15-28°C
นครราชสีมา
18-31°C
ชลบุรี
22-31°C
นครศรีธรรมราช
23-27°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×