เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
SMART FARM กับการเกษตรยุคดิจิทัล
06 พฤศจิกายน 2561
270
คำว่า "SMART FARM" ได้เข้ามาทำให้เกษตรกร รวมถึงเรา ๆ ทุกคน เกิดความสงสัยมาระยะเวลาหนึ่ง แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่า "SMART FARM" อะไรบ้างที่จะเป็นตัวช่วยในการทำเกษตรในยุคนี้
ในยุคที่แต่ละประเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แรงงานในภาคการเกษตรลดลง รวมถึงเป็นยุคที่อยู่ในสังคมผู้สูงอายุ และคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยจะสนใจอาชีพเกษตรกรซักเท่าไหร่ แต่มนุษย์ยังมีความจำเป็นที่จะบริโภคสินค้าเกษตรเพื่อการยังชีพ ทำให้ภาคเกษตรเริ่มมีการปรับตัวเองโดยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยประเทศผู้นำอย่างเช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย เป็นต้น จนทำให้เกิดคำว่า SMART FARM หรือที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ "เกษตรอัจฉริยะ"

SMART FARM หรือ เกษตรอัจฉริยะ คือ การทำเกษตรในยุคใหม่ ยุคดิจิทัล ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยี เครื่องจักร นวัตกรรมต่าง ๆ ที่มีความแม่นยำสูงเข้ามาใช้ในการทำงาน ที่สำคัญต้องปลอดภัยทั้งต่อเกษตรกร สิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยในการเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การทำเกษตรอัจฉริยะ คือ การเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture หรือ Precision Farming) โดยเป็นการทำเกษตรที่เข้ากับสภาพพื้นที่โดยเน้นพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ เน้นประสิทธิภาพในการเพาะปลูก ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์จนถึงกระบวนการปลูกที่นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจวัดทั้งเรื่องของสภาพดิน ความชื้นในดิน แร่ธาตุในดิน ความเป็นกรดด่าง (หรือที่เรียกกันว่า ดินเค็ม/ดินเปรี้ยว) สภาพปริมาณแสงธรรมชาติ รวมถึงเรื่องศัตรูพืชต่างๆ บางประเทศมีการควบคุมสิ่งแวดล้อมผ่านการปลูกในโรงเรือน เพื่อป้องกันศัตรูพืชและสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆได้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นบางแห่งได้ลองตั้ง "โรงงานปลูกผัก" ในหลายประเทศ เช่น บริษัทฟูจิซึ ได้ตั้ง "โรงงานปลูกผัก" ในฟินแลนด์เนื่องจากประเทศฟินแลนด์ประสบปัญหาไม่สามารถปลูกพืชได้ เนื่องจากในฤดูหนาวมีแสงอาทิตย์น้อย โรงงานนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาให้ปลูกพืชในระบบปิดหรือปลูกในที่ร่ม โดยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมแสง อุณหภูมิ น้ำ ให้เป็นไปแบบอัตโนมัติ และคาดว่าจะให้ผลผลิต 240 ตัน/ปี หรือบริษัทชาร์ปที่มีโรงงานปลูกสตรอเบอร์รี่ในตะวันออกกลาง มีการฟอกอากาศด้วยเทคโนโลยี "พลาสมาคลัสเตอร์" ทำให้ได้สตรอเบอร์รี่ที่หวานเหมือนปลูกในญี่ปุ่น การใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยแบบนี้ทำให้ไม่มีศัตรูพืช ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง จึงปลอดภัย ได้ราคาและคุณภาพสูง ปลูกได้ตลอดปี แต่มีข้อเสียที่ต้นทุนสูงกว่าปลูกแบบธรรมชาติ

ความแตกต่างของภูมิประเทศแต่ละที่ทำให้สภาพของดิน น้ำ ความสมบูรณ์ของแร่ธาตุต่างๆ แสง ศัตรูพืช พืชท้องถิ่น แมลงท้องถิ่น ที่เป็นปัจจัยจำนวนมากในการสนับสนุนและเป็นอุปสรรคต่อการทำเกษตรให้มีประสิทธิภาพและได้พืชผลตามขนาดที่ต้องการ จะเห็นได้ว่าฟาร์มอัจฉริยะมีความต้องการและความแตกต่างจากการทำเกษตรแบบปกติเป็นอย่างมาก โดยมีวัตถุประสงค์อีกข้อหนึ่งคือ การไม่ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ดังนั้นความแม่นยำในการเสริมปัจจัยต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของพืชแต่ละชนิด จึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำเกษตรอัจฉริยะที่ได้ประสิทธิภาพ
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำ สมาร์ทฟาร์ม จะต้องมีองค์ประกอบทั้ง 3 ด้าน ดังต่อไปนี้

1. การระบุตำแหน่งพื้นที่เพาะปลูก
2. การแปรวิเคราะห์ข้อมูลที่ตรงกับระยะเวลาของการเพาะปลูกพืช
3.การบริหารจัดการพื้นที่โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร และต้องเข้ากับการเพาะปลูกพืชในชนิดนั้นๆ

ปัจจุบันในบ้านเราเองก็มีตัวอย่างการทำสมาร์ทฟาร์ม ที่ประยุกต์เอาเทคโนโลยีมาช่วย อย่างกรณีของอาจารย์ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ได้คิดค้นแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อช่วยผู้ที่เลี้ยงปลานิลส่งขาย ภายในแอพพลิเคชั่นสามารถแสดงสภาพอากาศ คุณภาพ ปริมาตรน้ำ ผลตอบแทน ราคา วัดน้ำหนักและขนาดปลาได้ เพิ่มความสำเร็จในการสร้างรายได้มากขึ้นเพียงปลายนิ้วคลิก

ล่าสุดที่พึ่งเปิดตัวไป กับ ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง DTAC ที่ได้จับมือกับ บริษัทรักบ้านเกิด และรีคัลท์ พัฒนา แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ กับแอพฯ Farmer Info ที่เปิดให้บริการแก่เกษตรกรมากว่า 5 ปี ด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ ที่ชื่อว่า "ฟาร์มแม่นยำ" กับการนำเทคโนโลยีดาวเทียม Big Data จากทั่วโลก ช่วยในเรื่องของการพยากรณ์อากาศเฉพาะพื้นที่ การตรวจสุขภาพพืช รวมไปถึงการวางแผนการเพาะปลูก ที่สามารถบอกข้อมูลรายแปลงได้อย่างแม่นยำ

และยังมีตัวอย่างคนไทยอีกรายที่มีความสามารถในการเขียนโปรแกรม ได้ประกอบอุปกรณ์สำหรับแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ ให้มีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ค่ากรดต่างๆ ใช้ Relay (อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่เป็นสวิตซ์ตัด-ต่อวงจร) ในการควบคุมปั๊มแรงดันเพื่อพ่นละอองน้ำ ทำให้สะดวกในการปลูกและไม่เสียเวลาดูแลมากนัก มองอีกแง่หนึ่ง ถือเป็นโอกาสดีสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีการเกษตรที่จะใช้ความถนัดด้านการพัฒนาด้านซอฟแวร์ หรือผลิตเครื่องจักรกลด้านการเกษตรเข้ามาทำตลาดได้

ปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่เกษตรกรไทย สามารถจับต้องได้ และใช้งานได้จริง เพียงแค่เปิดรับ และกล้าที่จะปรับเปลี่ยน พัฒนาไปพร้อม ๆ กัน มันสามารถจะช่วย่ให้การดูแล และการจัดการแปลงเกษตรของเราทำได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ไหนก็ตาม จากการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน เพื่อก้าวสู่การเป็น SMART FARMER อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้การเกษตรเป็นเรื่องง่าย ๆ แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส


ขอขอบคุณ
http://www.mitrpholmodernfarm.com/news
http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/606451
https://www.facebook.com/smartfarmthailand/?ref=ts&fref=ts
https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_23510
http://www.thairath.co.th/content/448146
https://brandinside.asia/smart-farming-thailand-opportunity/
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
21-30°C
นครราชสีมา
23-32°C
ชลบุรี
24-30°C
นครศรีธรรมราช
23-27°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×