กูรู 4 ภาค
ต้นแบบเกษตรกรผู้มีแนวคิด ทักษะความรู้และภูมิปัญญาอันโดดเด่น พร้อมเผยแพร่ประสบการณ์และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่สาธารณะ ทั้งในด้านการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและการจัดการเกษตรแบบครบวงจร เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ระบบเกษตรกรรมของไทย
ทองคำ อินพรหม
เกษตรกรผู้ใช้หัวใจทำนาแบบมืออาชีพ
เพราะพื้นที่ราบลุ่มในเขตชลประทานอำเภอแม่สายจ.เชียงรายยังมีสายน้ำล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินแห่งนี้ตลอดทั้งปี ชาวบ้านที่นี่จึงไม่ว่างเว้นจากการทำนาข้าวเลย ส่วนใหญ่ทำนาเพื่อจำหน่ายเมล็ดข้าวและเหลือไว้ส่วนหนึ่งสำหรับบริโภคในครัวเรือน นาข้าวเป็นดั่งขุมทรัพย์ที่ชาวบ้านไม่เคยหยุดหย่อนกอบโกยเก็บเกี่ยวเพื่อขายให้ได้มาซึ่งเงินทองการทำนาแบบดั้งเดิมให้พอมีพอกินเริ่มเลือนหายไป ชาวบ้านทำนามากขึ้น ทำให้ดูแลได้ไม่ทั่วถึง จึงต้องใช้สารเคมีมาเป็นตัวช่วย และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจถึงผลเสียที่ตามมา แต่ไม่มีเหตุผลใดเลยที่ชาวบ้านจะหยุดการใช้สารเคมีอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามท่ามกลางเกษตรกรผู้มีอาชีพทำนา ยังมีชาวนามืออาชีพอย่างลุงทองคำ และป้าสีดา อินพรหม สามีและภรรยาคู่ชีวิตที่ให้ความสำคัญต่อการทำนาปลอดสารพิษ เหตุเพราะเห็นผลเสียของสารเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายสิ่งมีชีวิตในผืนนา และทำลายสุขภาพของชาวบ้านเอง
วิรัตน์ จันเลน
เกษตรไทย ผู้ใช้หัวใจปลูกสับปะรดนางแล
ถวิล สุริยะ
ผู้มีมานะอดทน สร้างตนให้เป็นต้นแบบนาข้าวอินทรีย์
มนูญ วงศ์อรินทร์
เลี้ยงสัตว์แบบอินทรีย์ด้วยวิถีแห่งความพอเพียง
วีระ สุทธิสาร
ทายาทเกษตร ด้วยสำนึก ด้วยศรัทธา และรักบ้านเกิด
จากมนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง โดยทิ้งคำว่า นาย และ ลูกจ้าง หันหลังให้กับเมืองกรุง กลับบ้านเกิดบุรีรัมย์ ผันตัวเองเข้าสู่วงการเกษตร ด้วยคำว่า โอกาส ทำให้หนุ่มใหญ่อย่างคุณวีระ เข้ามาอยู่ในแวดวงปราชญ์เกษตร จนได้หล่อหลอมประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้การเกษตร และเดินตามรอย จนได้ชื่อว่าเป็นปราชญ์เกษตรอีกหนึ่งคนที่พร้อมจะมอบและเผยแพร่ความรู้เกษตรให้แก่ประชาชนทั่วไป
บุญยง สาระ
ปราชญ์ชาวนาผู้ปลูกข้าวให้เป็นยา
ไพศาล ผาจันดา
เกษตรกรผู้พลิกผืนนาข้าวให้มีค่า
สังเวียน สิงห์สิทธิ์
ต้นแบบคนเลี้ยงโคนมแห่งเมืองดอกลำดวน
ระพี ช้างนะ
ชาวนาผู้สานฝันจากบรรพบุรุษ จากรุ่นสู่รุ่น
เพราะบรรพบุรุษสร้างขุมทรัพย์ไว้ให้ เราเป็นลูกหลานต้องสานต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันผมเป็นรุ่นที่ 4 คุณระพี ช้างนะ เจ้าของที่นา 63 ไร่ เดิมมี 33 ไร่ ซื้อเพิ่มอีก 30 ไร่ แห่งบ้านไร่อ้อย หมู่ 3 ตำบลช่องสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เล่าไปด้วยสีหน้าแห่งความสุขและความภาคภูมิใจในอาชีพทำนาของตนเอง ทำนาด้วยแรงกายและแรงใจ ซึ่งมีผู้ชี้แนะและแนะนำความรู้ในการทำนามาจนถึงทุกวันนี้ และภูมิใจมากที่สุดก็คือ มีแม่ที่คอยเป็นแบบอย่างที่ดีตลอดมา คุณระพีปลูกพืชได้ทุกอย่างหลังจากว่างเว้นจากการทำนา ไม่ว่าจะเป็นตะไคร้ มะเขือพวง ดอกดาวเรือง กะเพรา โหระพา และพืชอีกหลายๆอย่าง ในลักษณะเกษตรผสมผสาน ไม่ใช่การปลูกข้าวอย่างเดียว รวมๆแล้วสร้างรายได้ให้เขาหลักแสน หลักล้าน จากผืนนาแห่งนี้
เหลี่ยง แสงรัตน์
ชาวนาเกษตรอินทรีย์ โดยวิถีธรรมชาติ
ชาติชาย เหลืองเจริญ
เกษตรกรผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยบ้านนอก แหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ด้านเกษตรแบบครบวงจร
อ๋า พรมไธสง
จากตังเกขี้เมาสู่ชาวนาต้นแบบ
จำเนียร กาญจนพรหม
เกษตรกรต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
นางจำเนียร กาญจนพรหม เป็นบุคคลที่กำเนิดในครอบครัวเกษตรกร จ.ตรัง ซึ่งมีอาชีพปลูกยางพารา จำนวน 6 ไร่ เป็นอาชีพที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ป้าจำเนียรมีโอกาสศึกษาจนจบปริญญาตรี จบมาแล้วก็ได้สืบทอดอาชีพของครอบครัว ต่อมาปี 2538 มองเห็นอาชีพเสริม เนื่องจากระหว่างต้นยางมีพื้นที่ว่าง จึงคิดที่จะนำสัตว์มาเลี้ยง โดยเริ่มเลี้ยงหมูก่อน ต่อมาก็เลี้ยงวัว ควาย สุกร เป็ด ไก่ ห่าน แพะ และปลา รวมถึงปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริเวณบ้าน โดยมีเป้าหมายหลักให้ครอบครัวอยู่อย่างเป็นสุข การทำอาชีพเสริมของครอบครัว มุ่งเน้นให้บุคคลในครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกัน เป้าหมายสูงสุดอยากเห็นทายาทเกษตรกร จากบุตรของตนเองสืบทอดอาชีพเกษตรกรรมสืบไป ทางครอบครัวจึงสร้างกิจกรรมเสริม โดยเริ่มต้นจากตนเองทำให้ลูกดู ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เป็นการปลูกฝังให้บุตรมีความเชื่อมั่น และศรัทธาในอาชีพเกษตรกรรม จนลูกชายสองคนมีใจรักและสิบสานด้านการเกษตรต่อ ป้าจำเนียรและครอบครัวใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุขและช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อีกทางหนึ่งด้วย
อนันต์ ศิรินุพงศ์
ประยุกต์ใช้แพทำนา ลดต้นทุนแบบยั้งยืน
สหัส อ่อนทอง
เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ภายใต้หลักความพอเพียง
จรูญ ประดับการ
ปราชญ์ปาล์มน้ำมันแห่งบ้านทุ่งคา