เกษตรกรต้นแบบ
"ยศวัฒน์ ศิริอธิพันธ์ : ทำเกษตรแบบเข้าใจ พาเมล่อนไทยไปตลาดโลก"
 27 มกราคม 2560   551
จ.สุโขทัย
ทำเกษตร ถ้ามีความรู้ ความเข้าใจที่ดี
การทำเกษตรก็จะเป็นเรื่องที่ง่าย
และประสบความสำเร็จในที่สุด

คุณยศวัฒน์ ศิริอธิพันธ์ จ้าของธุรกิจ “สุโขทัยการเกษตร”

เมล่อนถือเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในประเทศไทย แต่การจะปลูกเมล่อนให้ตรงตามคุณภาพ ที่จะสามารถส่งออกไปสู่ต่างประเทศได้นั่น ยังถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่ “คุณยศวัฒน์ ศิริอธิพันธ์” ผู้เป็นอีกหนึ่งในหลายคนที่มีความสนใจ ได้พัฒนาการปลูกเมล่อนในประเทศไทยอย่างจริงจัง จนนำไปสู่การต่อยอด เผยแพร่ความรู้ในการทำเมล่อนคุณภาพ สู่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย จน “เมล่อนสุโขทัย” กลายเป็นสินค้าเกษตรขึ้นชื่อ

เข้ามาสู่วงการเกษตรได้อย่างไร . . .
“ เริ่มเข้าสู่วงการนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนจบที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตั้งแต่ปี 2530 กลับมาที่บ้าน ซึ่งก็คิดมาตลอดว่าจะทำยังไงให้เข้ากับชาวบ้าน เอาความรู้ที่เรียนมา มาช่วยในด้านสังคมของการเกษตร สังคมที่มีความด้อยโอกาสกว่าอาชีพอื่น ซึ่งมองว่าการด้อยโอกาสของอาชีพนี้ มันยังเป็นประโยชน์ของส่วนรวม ของประเทศ ต้องบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสมบูรณ์ทางด้านเกษตรมาก เหมาะสมกับภาคเกษตรมาก แต่สิ่งที่ด้อยคือองค์ความรู้ในภาคการเกษตรอ่อนแอมาก เพราะเกษตรกรทำเกษตรแบบความเชื่อจากบรรพบุรุษ จากประเพณี ทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้โดยไม่มีความรู้ที่แท้จริง อาศัยฤดูการทางธรรมชาติเท่านั้น ทำให้เกษตรกรทำอาชีพเกษตรแบบซุ่มเสี่ยง โดยไม่มีองค์ความรู้ สิ่งที่ตามมาก็คือสินค้าไม่มีคุณภาพ เลยทำให้วงจรเหล่านี้ในทางการเกษตร ผลิตออกมาแล้วล้นตลาด เพราะทุกคนทำเหมือนกันหมด ปลูกออกมาพร้อมกัน ขายพร้อมกัน เวลาเสียก็เสียพร้อมกันหมด เวลาได้ก็ได้พร้อมกันหมดก็เลยล้นตลาด ”

คุณต๊อกมองว่าสิ่งเหล่านี้กลายมาเป็นปัญหาในสังคมเกษตร เพราะเกษตรกรไม่มีความรู้ ขาดความเข้าใจในพืชที่ตัวเองทำ อย่างในประเทศญี่ปุ่นและอิสราแอล เกษตรกรจะมีความรู้มากในการที่จะทำอาชีพอะไรสักอาชีพ สมมุติจะปลูกพริกสักตัวก็จะดูตั้งแต่สายพันธุ์ ดูว่าต้องใช้ปุ๋ยตัวไหน ยาตัวไหน ดินแบบใด พื้นที่ไหนเหมาะ ตลาดแบบใด ฤดูใด และกลุ่มเกษตรกรประเทศเขาเข้มเข็งมาก แต่ของไทยต้องรอภาครัฐเข้ามาสนับสนุน อย่างแรกเลยก็จัดตั้งเป็นสหกรณ์ กู้เงินได้ไหม ถ้ากู้เงินได้ก็รวมกลุ่มมาทำเกษตร พอไม่มีความรู้ ก็เป็นหนี้ ก็เลยทำให้อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ไม่น่าทำ คนรุ่นใหม่ไม่อยากทำ เกษตรกรเองก็ไม่อยากให้ลูกหลานมาทำเกษตร ส่งให้ไปเรียนในเมืองทำงานบริษัท โรงงานต่าง ๆ มันเลยเป็นอาชีที่ล้มเหลว

“ ในความคิดผมในฐานนะที่เข้ามาคลุกคลีวงการนี้เกือบ 30 ปีมองว่าสิ่งเหล่านี้มันสามารถที่จะพัฒนาสิ่งที่ขาดได้ อย่างแรกก็คือองค์ความรู้ เลยมีการจัดตั้งกลุ่มคนเหล่านี้เข้ามา เพื่อที่จะปลูกพริกส่งให้ภาคอุตสาหกรรม ทำในรูปแบบที่ยั่งยืน โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2547 เริ่มพัฒนาและสร้างองค์ความรู้ในเรื่องของการปลูกพริกให้แก่เกษตรกร เพราะจุดแข็งของเกษตรกร คือ เขามีที่ดิน มีแรงงาน แต่ไม่มีความรู้ไม่มีตลาด ไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีทุน เราก็มาแลกเปลี่ยนกัน ส่งเสริมในสิ่งที่เขาขาด ”

เมล่อนสวยๆ ด้วยการดูแลอย่างดี

ประวัติและความเป็นมา
คุณยศวัฒน์ ศิริอธิพันธ์ หรือ คุณต๊อก เจ้าของธุรกิจ “สุโขทัยการเกษตร” บ้านเลขที่ 60/2 หมู่ที่ 12 ตำบลยางซ้าย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย บอกว่าก่อนหน้านี้ตนทำงานมาหลากหลายในเรื่องของงานด้านการเกษตร ทำมานานถึง 20 กว่าปี แต่เรื่องที่ถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดก็คงจะเป็นพริก ซึ่งในกลุ่มเกษตรกรของจังหวัดสุโขทัยถือเป็นแหล่งขึ้นชื่อในเรื่องพริก คุณต๊อกได้ทำการพัฒนาและช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้เกษตรกรสามารถใช้เทคโนโลยีที่ดี มีการเปลี่ยนความคิดเปลี่ยนรูปแบบในการทำเกษตรจนทำให้เกิดผลอย่างชัดเจน

คุณต๊อกบอกว่าการทำงานของตนคือการพาเกษตรกรเดินเข้าไปสู่ตลาดในภาคของโรงงานอุตสาหกรรมที่เขามีความต้องการสินค้าในจำนวนมาก แต่ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหนเพราะตอนนั้นพริกยังไม่ได้มีการรวมกลุ่ม ซึ่งทางเกษตรกรทำได้เท่าไหร่โรงงานรับซื้อหมดแน่ แต่คุณภาพต้องได้ รถชาติต้องตรง สีสันต้องเป็นไปตามกำหนด โรงงานอยากได้ แต่ไม่สามารถคุยกับเกษตรกรได้

เข้าดูแลเมล่อนด้วยตนเองทุกวัน

ทางคุณต๊อกจึงเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยง ระหว่างเกษตรกรกับโรงงาน จุดกลางระหว่างการอยู่ร่วมกัน คนปลูกมีความสุขกับการทำเกษตร ได้เงิน โรงงานได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ แล้วนำไปสู่การส่งออก เลยเป็นที่มาของคำว่า “ ผู้ปลูกมีความสุข ผู้บริโภคปลอดภัย ” เป็นจุดเริ่มต้นให้สินค้าในนามของสุโขทัยการเกษตร ซึ่งตอนนี้ดำเนินมาเป็นปีที่ 17 แล้ว เป็นรู้จัก และอยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบัน

“ เมื่อเราสร้างกลุ่มเกษตรกรให้มีความรู้และมีความเข้าใจในการแก้ปัญหาแล้ว เลยลองมองหาพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ เพื่อมาช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น จึงได้กลายมาเป็นเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกเมล่อน ที่เริ่มทำเมล่อน เพราะเห็นว่าพืชตัวนี้ยังสามารถที่จะพัฒนาและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ โดยการทำให้มีคุณภาพเท่าเทียมกับต่างประเทศได้ แข่งขันได้ ผมมองว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังจะเปิดการค้าเสรี AEC สิ่งเหล่านี้ประเทศอาจจะได้เปรียบตรงที่เป็นส่วนกลาง และในด้านองค์ความรู้เชื่อว่าประเทศไทยยังเหนือกว่าหลาย ๆ ประเทศในอาเซียน แต่ถ้ายังทำพืชเดิม ๆ แข่งกับเพื่อนบ้านในเรื่องของต้นทุน ไทยสู้ไม่ได้ เนื่องจากต้นทุนในแรงงานอาเซียน ไทยถือเป็นประเทศที่สูงในด้านงานภาคการเกษตร ค่าแรงวันละ 300 บาท เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านค่าแรง 80-100 บาท ฉะนั้นสู้ไม่ได้แน่ ๆ ในเรื่องต้นทุนเพราะการเกษตรต้นทุนส่วนใหญ่อยู่ที่แรงงาน เลยต้องหันมาจับพืชที่มีราคา พัฒนาเกษตรกรด้วยการทำเกษตรแนวใหม่ ให้ราคาดี อย่างเมล่อน ”

กว่าจะประสบความสำเร็จต้องอาศัยเวลาและความมุ่งมั่น
คุณต๊อกเล่าว่าก่อนที่จะเผยแพร่การปลูกเมล่อนให้แก่เกษตรกร ตนได้ทดลองทำเอง ทั้งลองผิดลองถูกมานานกว่า 5 ปีเต็ม ในการปลูกทดลอง การเลือกสายพันธุ์ การเช็คโรค เช็ดขบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้เมล่อนมีคุณภาพ จนนำไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่ดีและเหมาะสม ซึ่งเป็นการผสมผสานเอาเทคโนโลยีของต่างประเทศมาบวกกับของไทย เพราะของไทยมีราคาถูกกว่า หากใช้ของต่างประเทศอย่างเดียวต้นทุนจะสูงมาก เกษตรกรจะรับไม่ได้ จึงนำเอาความรู้ที่มีเข้ามาสู่กระบวนการผลิตเทคโนโลยี เพื่อให้ตัวเมล่อนเหล่านี้ไปสู่คุณภาพ สู่แบรนด์ที่มันสามารถสร้างขึ้นมาได้

“ พอผมเข้ามาทำตรงนี้ได้ผล เกษตรกรได้มองเห็นโอกาสในการทำอาชีพที่มากกว่าพริก ก็เริ่มมีอาชีพที่เพิ่มมากขึ้น แต่แรงที่เริ่มทดถอย จะทำพริกก็เริ่มไม่ไหว ผมเลยมาคิดเรื่องของเมล่อน เพื่อรองรับตรงนี้ อย่างถ้าเกษตรกรมีพื้นที่สัก 2 ไร่ ก็ทำโรงเมล่อนได้ 4 โรง ตัดสักเดือนละ 2 โรง ก็จะมีรายได้ เกือบ 1 แสนบาท/เดือน เกษตรกรก็จะมีความสุข แค่ 2 คนตายาย พันธุ์ยอด ผสมดอก เด็ดแขนง การใช้สารเคมีก็แทบไม่มีเลย มีรายได้เต็ม ๆ อีกทั้งคนที่ทำการเกษตรก็ยังรู้สึกสนุกกับงาน ปลูกแล้วมีความสุข ถึงแม้จะมีอายุมากแล้ว ทำเกษตรแบบเดิมไม่ได้ ก็ยังมีอาชีพเสริม แถมไม่ต้องคอยพึ่งพาธรรมชาติเพราะเราปลูกแบบโรงเรือนพึ่งพาธรรมชาติน้อยมาก ใช้ระบบทามเมอร์เข้ามาตั้งเวลาในการให้น้ำ ควบคุมโดยการใช้สายพันธุ์จากต่างประเทศ นำมาพัฒนาให้เหมาะสมกับพื้นที่ของประเทศไทย ทนต่อโรคในไทย จนกลายเป็นสายพันธุ์ของประเทศไทย ”

สมาชิกในปัจจุบัน
ปัจจุบันเกษตรกรที่ทำเกษตรในกลุ่มพริกสุโขทัย เมื่อเริ่มมีรายได้ ก็จะหันมาทำโรงเรือนในการปลูกเมล่อน เริ่มกันคนละ 1 -2 โรงเรือน เริ่มเรียนรู้ จนตอนนี้มีเครือข่ายมากกว่า 80 โรงเรือน เฉพาะในกลุ่มของสุโขทัยการเกษตรเองตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 1-2 ปี จะเพิ่มเป็น 300 โรงเรือน ซึ่งจะสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 150 โรงเรือน นับเป็นจำนวนผลิตเกือบ 1 แสนลูก/เดือน และหวังจะนำเกษตรกรไปสู่ตลาดการส่งออก AEC อันใกล้นี้ เพราะเชื่อว่าเมล่อนของเราเป็นที่เชื่อมั่นว่า เมล่อนสุโขทัย ทุกอย่างตรงตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ ความหอมหวาน ความกรอบ โดยความหวานของกลุ่มจะตั้งไว้ที่ 13 บิลอย่างต่ำ ซึ่งเกษตรกรก็ได้ความรู้จากกลุ่มไปพัฒนา และทำออกมาได้ตรงตามมาตรฐานของกลุ่มทุกราย

“ เมล่อนถือเป็นพืชที่อาจจะยังไม่คุ้นหูสำหรับเกษตรกรไทย แต่เมล่อนตอนนี้เป็นเรื่องง่ายมากสำหรับคนที่สนใจจริง ๆ ระยะเวลาตั้งแต่การเพาะกล้าจนถึงการเก็บเกี่ยวใช้เวลา 70 วัน เพาะกล้า 9 วัน ปลูก 2 อาทิตย์ก็จะออกยอด จากนั้นก็จะทำการเด็ดแขนงออก พอครบ 1 เดือนจึงจะทำการผสมเกสร โดยการเอาเกสรตัวผู้กับตัวเกสรเมียมาผสมกันในเวลาเช้าประมาณ 6 -10 โมงเช้า ที่เราต้องผสมเกสรเนื่องจากเมล่อนถูกเลี้ยงไว้ในโรงเรือน แมลงไม่มามารถเข้าไปได้จึงต้องใช้แรงงานคนแทนแมลง เมื่อผสมแล้วจะติดทั้งหมด 3 ลูก เกษตรกรจะต้องทำการเลือกลูกที่สมบูรณ์ที่สุดไว้ เพราะหากเก็บไว้ทั้ง 3 ลูก เมล่อนจะไม่หวาน ลูกจะเล็ก คุณภาพจะด้อย ฉะนั้นเมื่อผสมดอก ประมาณ 35 วันก็จะเริ่มไว้ลูกจริง ใช้เวลาดูแลอีก 35 วัน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมแล้วก็ใช้เวลา 70 วัน โดยในโรงเรือน 1 ปีที่ลงปลูกจะเก็บได้ 5 รอบ ส่วนอายุโรงเรือนจะอยู่ได้ 10 ปีขึ้นไป ถือเป็นการลงทุนระยะยาว สร้างรายได้ที่มากขึ้น เมล่อนจึงเป็นอาชีพอีกอย่างที่จะเปลี่ยนอาชีพเกษตรกรให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนและมั่นคงได้ ”

ฝากข้อคิดไว้สักนิด
คุณต๊อกยังฝากถึงเกษตรกรรุ่นใหม่อีกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานเกษตร คือ 1. องค์ความรู้ 2. เทคโนโลยีที่ดีและเหมาะสม 3. การจัดการที่ดี 4. การสร้างคุณภาพตามมาตรฐาน 5. การสร้างแบรนด์ นี่คือเกษตรกรต้นแบบที่จะอยู่ในทศวรรษ 21 อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี และมีรายได้ที่ดี ในสังคมเกษตรกรรมที่ดีและยั่งยืนในอนาคต อย่างที่บอกทำอาชีพนี้มาเกือบ 30 ปีแน่นอนว่าต้องเจอกับความล้มเหลวทุกอาชีพมันมีความเสี่ยงในการล้มเหลว แต่อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงเยอะที่สุด ซึ่งตนได้นำเอาความล้มเหลวนั้นมาสร้างเป็นบทเรียนที่มีค่าที่สุด
“ ณ วันนี้เมื่อมาทำการเกษตรแบบใหม่ ความล้มเหลวจะไม่เกิดขึ้นกับเราอีก เพราะฉะนั้นถ้าเราเลือกจะใช้ชีวิตแบบการต่อสู้ ความสำเร็จจะรอเราอยู่ข้างหน้า แต่ผมไม่สามารถบอกได้ว่าคนไหนจะสำเร็จเมื่อไหร่ 1 ปี 2 ปี 5 ปี หรือ10 ปีก็ได้ แต่ว่าผมชื่อว่าทุกคนมีโอกาส ถ้าเรานำเอาความผิดพลาดทั้งหมดมาใช้ เมล่อนจึงถือเป็นพืชตัวใหม่ ที่จำเป็นจะต้องมีการพัฒนา เพื่อการแข่งขันในอนาคต เพื่อทดแทนพืชเกษตรที่ยังต้องอาศัยธรรมชาติแบบเดิม ๆ ที่ไม่ได้ผล หรือราคาเป็นปัญหา ซึ่งการทำเกษตรถือเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงมาก ตั้งแต่ในเรื่องของการปลูก การดูแล รวมไปถึงเรื่องของการตลาด แต่ถ้ามีความรู้ ความเข้าใจที่ดี การทำเกษตรก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายและประสบความสำเร็จในที่สุด ”คุณต๊อก กล่าวในที่สุด

การจัดการและดูแลที่ดี เพื่อก้าวสู่ตลาด AEC และตลาดโลก

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

คุณยศวัฒน์ ศิริอธิพันธ์
เลขที่60/2 หมู่ที่12
ต.ยางซ้าย อ.เมือง
จ.สุโขทัย 64000

เรื่อง/ภาพโดย: ณัฏฐ์ คำวิชัย ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
27-32°C
เชียงใหม่
25-31°C
นครราชสีมา
25-30°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×