กูรู 4 ภาค
"อุไร จันจำปา : ปราชญ์เกษตรผู้เปลี่ยนชีวิตด้วยข้าวอินทรีย์"
 17 สิงหาคม 2559   72
จ.นครศรีธรรมราช
ดำรงชีวิตตามวิถีเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ เพื่อสุขภาพ

ป้าอุไรยิ้มได้เพราะนาไร้สารเคมี

คุณอุไร จันจำปา เกษตรกรที่กำเนิดในครอบครัวชาวนา ใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีอาชีพทำนาจำนวน 70 ไร่ เป็นอาชีพที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ป้าอุไรทำนาข้าวพื้นเมือง โดยปลูกข้าวสายพันธุ์ยุมหนุน ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมืองของ ตำบลบ้านเพิง อำเภอปากพนัง และปลูกข้าวปิ่นแก้ว ซึ่งปลูกโดยใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี ทำให้ต้นทุนสูง ต่อมาได้ถูกชักชวนให้เข้าโครงการของ สสส. จึงได้ปรับเปลี่ยนมาทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ และมีโอกาสศึกษาจนจบ มส.3 จบมาแล้วก็ได้มาสืบทอดอาชีพของครอบครัว โดยสมรสกับนายสมพร ศรีวิรัตร์ และมีบุตรจำนวน 1 คนโดยมีเป้าหมายหลักให้ครอบครัวอยู่อย่างเป็นสุข มุ่งเน้นให้บุคคลในครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกัน เป้าหมายสูงสุดอยากเห็นทายาทเกษตรกร จากบุตรของตนเองสืบทอดอาชีพเกษตรกรรมสืบไป ทางครอบครัวจึงทำข้าวซ้อมมือแบบแพ็คสูญญากาศโดยเริ่มต้นจากตนเองทำให้ลูกดูควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เป็นการปลูกฝังให้บุตรมีความเชื่อมั่น และศรัทธาในอาชีพเกษตรกรรม จนลูกมีใจรักและสืบสานด้านการเกษตรต่อ ป้าอุไรและครอบครัวใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุขและช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อีกด้วย

หลักคิดในการใช้ชีวิต

การดำเนินกิจกรรมของครอบครัว ตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งยึดถือการทำนาแบบอินทรีย์ จะใช้วิธีการทำนาโดยไม่ใช้สารเคมีแต่จะใช้เป็นการทำปุ๋ยอนทรีย์ และการนำอินทรียวัตถุต่าง ๆ มาใช้ในนาข้าวแทนการใช้สารเคมี มีทั้งการปลูกปอเทืองเพื่อทำปุ๋ยพืชสด การใช้น้ำหมักชีวภาพในการฉีดพ่นนาข้าวเพื่อบำรุงต้นข้าวและฟื้นฟูสภาพดิน การทำปุ๋ยจะนำมาใช้เองในครัวเรือน สำหรับการปลูกผักที่ปลอดสารพิษเพื่อรับประทานเองและเพื่อจำหน่าย มีการรวมกลุ่มกันทำการผลิตข้าวไว้ขาย โดยการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวซ้อมมือบ้านเพิง เพื่อทำการผลิตและมีโรงสีข้าวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวซ้อมมือบ้านเพิง ซึ่งจะเป็นเครื่องสีข้าวขนาดกลาง มีเครื่องทำความสะอาดข้าวและเครื่องคัดแยกสิ่งเจือปน ก่อนนำข้าวขึ้นสี

เมื่อ พ.ศ.2549 ได้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนด้านเครื่องมือ ความรู้ และการตลาดจากหน่วยงานของรัฐ และ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการทำนาของชาวนาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และศึกษาการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่เกี่ยวข้องกับการทำนา และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการทำนา เพื่อให้นาข้าวมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นด้วย

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวซ้อมมือบ้านเพิง

ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร

ป้าอุไร เล่าว่าได้นำภูมิปัญญาแบบพื้นบ้านมาใช้ โดยการหาวัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่นมาใช้ทำนาเพื่อลดต้นทุนเพื่อลดค่าใช่จ่ายในครัวเรือน เช่น การทำน้ำหมักชีวภาพ ทำโดยนำซากพืชซากสัตว์ที่หาได้จากในท้องถิ่นมาหมักดองไว้เพื่อเป็นน้ำหมักชีวภาพ ใช้กำจัดตอซัง หรือนำมาทำเป็นปุ๋ยเร่งการเจริญเติบโตของกอข้าว และการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งป้าอุไรต้องมีความประณีตในการเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวตั้งแต่การเก็บเกี่ยวข้าวมาจนถึงการนำข้าวมาเก็บไว้ในยุ้งฉาง เพื่อป้องกันการปะปนของเมล็ดข้าวต่างสายพันธุ์ โดยการเก็บข้าวด้วยแกะ การเก็บข้าวด้วยแกะนั้นเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้าวของทางภาคใต้ วิธีเก็บข้าวด้วยแกะนั้นเป็นวิธีที่ป้องกันการปนของเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อเก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวเอาไว้ใช้เองสำหรับฤดูกาลใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวมาจากที่อื่น ด้วยความสามารถและความรอบรู้ของป้าอุไรและครอบครัว ต่อสู้จนมาตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวซ้อมมือบ้านเพิง และเป็นที่รู้จักกันต่อๆมา

ด้วยป้าอุไรเป็นคนที่มีความพยายามและมุ่งเน้นการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์เพื่อลดต้นทุน และหาแนวทางในการทำนาโดยใช้วิธีแบบพื้นบ้าน และนำข้าวที่ตนและสมาชิกในกลุ่มมารวมกันแล้วนำมาทำเป็นข้าวแพ็คสูญญากาศขาย เป็นข้าวกล้องยุมหนุน ป้าอุไรกล่าวว่าการทำนาหรือทำอะไรก็ตามด้วยสารเคมี เป็นสิ่งที่อันตรายต่อชีวิต

สมาชิกดี ข้าวดี นำกลุ่มก้าวไกล

เกียรติประวัติและผลงาน

-ได้รับมาตรฐานจากกรมการข้าว (GAP) พ.ศ. 2557
-ได้รับมาตรฐานสินค้า OTOP ระดับ 4 ดาว พ.ศ.2559

ข้าวยุมหนุนบ้านเพิง

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

นางอุไร จันจำปา
บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่4
ต.บ้านเพิง อ.ปากพนัง
จ.นครศรีธรรมราช 80140

เรื่อง/ภาพโดย: สิทธิโชค กุลสุข จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราช