เกษตรกรต้นแบบ
"สมคิด กร่ามะเริง : เกษตรกรผู้ไม่ยอมท้อต่อความลำบาก"
 10 สิงหาคม 2559   155
จ.นครราชสีมา
เกิดเป็นคนต้องดิ้นรนกันไป คิดหวังประการใด
ต้องหมั่นทำไปให้สำเร็จ

สมคิด กร่ำมะเริง เจ้าของของศูนย์การเรียนรู้ เกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน

ภาคเกษตรกรรมของไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึงที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เกิดความก้าวหน้า หากเกษตรกรเองไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนแนวคิด ปรับวิถีชีวิตให้ทันสมัยร่วมกับแนวทางผสมผสาน และเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากจะมีความมั่นคงในหลายๆ ด้านแล้ว ยังส่งผลให้ประสบความสำเร็จได้ไม่แพ้อาชีพอื่น ตัวอย่างเกษตรกรที่มีความคิดเช่นนี้คือ คุณสมคิด กร่ำพิมาย เกษตรกรวัย 58 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านขุนโบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งกว่าจะมีชีวิตที่ดีในปัจจุบัน คุณสมคิดจึงย้อนเล่าความหลังให้ฟังว่า ในอดีตครอบครัวได้เช่าพื้นที่ทำนาประมาณ 10 ไร่ ทำนามาตั้งแต่อายุ 10 ปี กระทั่งจบ ป.4 และด้วยฐานะที่ยากจนจึงไม่มีเงินเรียนหนังสือเหมือนคนอื่นเขา ทำให้ต้องทำนาตั้งแต่ยังเด็ก และด้วยฝนฟ้าไม่ค่อยเป็นใจในการทำนาสักเท่าไร ทำให้ประสบปัญหาต่างๆ ตามมาเช่น ค่าปุ๋ยแพงขึ้น ค่าพันธุ์ข้าวแพงขึ้น ทำให้การทำเกษตรเกิดภาวะขาดทุนทุกๆ ปี

หลักคิดในการใช้ชีวิต

หลังจากนั้นในช่วงปี 2546 จึงได้มีการรวมกลุ่มจัดตั้งวิสากิจชุมชนขึ้นเพื่อทำเหล้าสาโทขายในชุมชนของตัวเองและต่างอำเภอ เป็นการผลิตเอง ขายเอง ถือว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่มีรายได้ดีและมีกำไรถึง 20 ล้าน เลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็เกิดประสบการณ์ที่จำได้ไม่เคยลืม คือเกิดภาวะเศรษฐกิจผันผวนทำให้กลุ่มต้องขาดทุนกว่า 10 ล้านบาท ต่อมาในปี 2548 จึงหวนกลับมาทำอาชีพเกษตรกรรมอีกครั้งในพื้นที่ของตัวเอง เริ่มต้นคือการทำนา ทำไร่ และได้พึ่งพาสารเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะทำลายผืนดินที่ใช้ทำกินแล้ว ยังเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย เพราะร่างกายที่เคยแข็งแรงดูอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพที่เคยดีกลับไม่มีเรี่ยวแรง เหตุเพราะสารเคมีที่ใช้ทุกวันสะสมในร่างกายอย่างไม่รู้ตัว และเมื่อคุณสมคิดเริ่มประสบปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากสารเคมีที่ใช้ตกค้างในร่างกาย จึงกลับมาคิดทบทวน และเกิดความคิดขึ้นมาว่า หากต้องพึ่งพาสารเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร ในอนาคตต้องลำบากเป็นแน่ เพราะยิ่งทำยิ่งจน ต้นทุนสูง ไม่ใช่เฉพาะสินค้าเกษตรที่ผลิตออกมา แต่มันหมายถึงต้นทุนชีวิตของลุงด้วย จากนั้นจึงได้คิดที่จะไม่ใช้สารเคมี โดยยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแนวคิดด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง คุณลุงสมคิดจึงหันหลังให้กับสารเคมี หันหน้าทำนาข้าวแบบอินทรีย์และต่อยอดเกษตรด้านอื่นๆ อย่างการเลี้ยงปลาดุก ใช้จุลินทรีย์และสารชีวภาพทดแทน ขณะเดียวกันสุขภาพที่เคยมีปัญหาก็ฟื้นคืนกลับมาแข็งแรงดังเดิม

จากที่เป็นคนชอบเลี้ยงปลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทดลองขยายพันธุ์ปลาดุกที่เลี้ยงไว้ก็ให้ผลผลิตที่ดี มีการปลูกต้นไม้เป็นแนวกันชนสารเคมี และขุดบ่อเลี้ยงปลาเพิ่ม และก่อตั้งสถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลุ่มเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน บ้านหนองเสว ตำบลโบสต์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้มีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาชุมชนหลายๆด้าน เพื่อให้เพื่อนบ้านและชุมชนเข้มแข็งและพัฒนาเพิ่มไปในอีกหลายๆด้าน

เกษตรกรตามรอยพ่อดูแลเอาใจใส่แม่พันธุ์ปลา

ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร

หลังจากมีโอกาศเข้ารับการถ่ายทอดความรู้จากประมงจังหวัดนครราชสีมา ในการทำเกษตรแบบผสมผสาน และภูมิปัญญาอีกหลายๆ ด้าน ทำให้คุณสมคิดมีความรู้ความเชี่ยวชาญมากขึ้น โดยเฉพาะการเลี้ยงปลา ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงมือเลี้ยงปลาเพิ่มอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ปลาดุก ปลาหมอ กบ และขยายพันธุ์ลูกปลาดุกขายเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งด้วย
ซึ่งการเพาะลูกปลาดุกขายนั้น คุณสมคิดแนะนำให้เลือกซื้อพันธุ์ปลาที่มีความแข็งแรง ว่ายน้ำได้ปราดเปรียว บริเวณครีบของปลาดุกไม่เป็นสีขาวและสีแดง หัวไม่ตั้งบนผิวน้ำ ส่วนการเตรียมบ่อเพื่อเลี้ยงปลาดุกนั้น บ่อที่ใช้เลี้ยงปลาดุกส่วนใหญ่จะขุดให้ลึกลงไปประมาณ 2 เมตร ความกว้างยาวของบ่อเลี้ยงปลาจะขึ้นอยู่กับเนื้อที่หรือขึ้นกับการออกแบบให้สามารถเปิดบ่อเลี้ยงปลาได้มากที่สุด ทำการสูบน้ำออกจากบ่อแล้วตากบ่อจนแห้งสนิท เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค แล้วใส่ปูนขาวที่พื้นบ่อ สำหรับพื้นที่บ่อ 1 ไร่ จะใส่ปูนขาวประมาณ 50 กิโลกรัมทิ้งบ่อไว้ประมาณ 3 – 4 วัน ให้ทำการสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงปลาดุกได้

หลังจากนั้นจึงหาพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยง แล้วใช้การผสมเลียนแบบธรรมชาติ ข้อดีคือใช้ต้นทุนต่ำและวิธีนี่สามารถผสมพันธุ์ได้ปีละ 2-3 ครั้ง และไม่ทำให้พ่อแม่พันธุ์ปลาดุกบอบซ้ำ คุณสมคิดพยายามใช้สิ่งที่มีอยู่อนุบาลลูกปลาและสามารถเลี้ยงชีพจากการเพาะปลาดุกขาย ทำรายได้ให้เป็นอย่างดี

การให้อาหารลูกปลาดุก และการดูแลเอาใจใส่

เกียรติประวัติและผลงาน

ช่วงชีวิตที่ผ่านมาจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ และเข้ามาอยู่ในวงการเกษตร ทำให้คุณสมคิดพบเจอกับความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นความสุขที่สร้างขึ้นจากตนเอง คือการเป็นผู้ให้ ผู้ให้ที่คอยถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ในการทำการเกษตร ณศูนย์เรียนรู้เกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงของการพัฒนาชุมชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่การพึ่งตนเอง มีเนื้อหาและองค์ความรู้ให้ศึกษาหลายอย่าง เช่น 1.การทำเกษตรผสมผสาน ขุดสระ เลี้ยงปลา ทำนา ปลูกพืชผักสวนครัวและผลไม้ 2.การรักษาพื้นบ้าน นวดแผนโบราณ 3.การเพาะพันธุ์ปลา 4.กองทุนข้าว 5.กองทุนหมุนเวียนในหมู่บ้าน 6.กลุ่มผู้เลี้ยงปลา

เกียรติประวัติและผลงานด้านอื่นๆ
-วิทยากรกระบวนการเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง
-คณะกรรมการเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดนครราชสีมา

สูตรน้ำนมไข่ อาหารอนุบาลพันธุ์ปลา โตเร็ว สร้างภูมิต้านทาน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

นายสมคิด กร่ำมะเริง
เลขที่99 หมู่ที่ 14
ตำบลโบสต์ อำเภอพิมาย
จังหวัดนครราชสีมา 30110

เรื่อง/ภาพโดย: อังศุมาลิน รัตนจิตร จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครราชสีมา
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-28°C
เชียงใหม่
22-26°C
นครราชสีมา
23-30°C
ชลบุรี
25-28°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×