กูรู 4 ภาค
"สังวาล พิมลรัตน์ : ปราชญ์เดินดิน หญิงแกร่งแห่งบ้านพะงุ้น"
 30 มีนาคม 2559   83
จ.ชุมพร
ทุกอย่างต้องคิดก่อนทำ จำให้ขึ้นใจ จะทำอะไรต้องรู้จักวางแผน

นางสังวาล พิมรัตน์ หรือป้านวยเป็นเกษตรกรนักคิดนักทำ ยิ้มง่ายและร่าเริง

สิ่งสำคัญในวิถีของคนเกษตรนั้น ไม่ใช่ความเก่งมาแต่กำเนิด ไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์มากมาย แต่จะต้องมีความมุ่งมั่น ความพยายาม ความอดทนเป็นอย่างมาก กว่าจะประสบความสำเร็จได้ เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ จึงนับได้ว่าเป็นบุคคลที่น่ายกย่องและเอาเป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่นเกษตรท่านนี้ที่เราภูมิใจนำเสนอ จากผู้หญิงตัวเล็กๆ ในครอบครัวชนบท เรียนจบเพียงชั้น ป.4 ด้วยความที่ท่านคลุกคลีอยู่กับการทำเกษตรตั้งแต่จำความได้ จึงมีความศรัทธาอย่างแรงกล้าและเชื่อมั่นในวิชาชีพการเกษตรที่สืบทอดภูมิปัญญาและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น จึงต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรค ล้มลุกคลุกคลาน ลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จในการทำสวนกาแฟและทำเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นผู้นำในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรในชุมชนและกลุ่มคนอีกมากมายจนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และบุคคลที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่นี้ ก็คือ นางสังวาล พิมลรัตน์ หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่าป้านวย ปราชญ์เกษตรเดินดิน หญิงแกร่งวัย 60 ปี แห่งบ้านพะงุ้น อำเภอสวี จังหวัดชุมพร

หลักคิดในการใช้ชีวิต

ด้วยประสบการณ์การทำการเกษตรที่สั่งสมมาทั้งชีวิต หนึ่งสมอง สองมือสองเท้าที่ผ่านโลกมามากมาย ได้เรียนรู้ถึงความผิดพลาด ล้มลุกคลุกคลาน ทำให้ป้าสังวาล หรือป้านวย มีหลักคิดหรือคติประจำใจที่จดจำใส่ใจที่จะนำมาปฏิบัติเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตว่า ในการทำงานทุกอย่างต้องคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะลงมือทำ และทุกครั้งที่ทำอะไร จะต้องรู้จักเตรียมพร้อม วางแผนอยู่เสมอ ถ้าเราล้มเหลวและผิดพลาดก็จะไม่เสียหายหนักมาก จะทำอะไรอย่าหวังน้ำบ่อหน้า มันจะเกิดความผิดพลาดได้ง่ายและมักจะไม่ประสบผลสำเร็จ

นอกจากนี้ป้านวยยังน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง มาปรับใช้ในส่วนของกิจกรรมทางการเกษตร และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ความขยัน ประหยัด รู้จักใช้ชีวิตอย่างมีสติและพอเพียง มีภาวะความเป็นผู้นำ ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แนะนำแนวคิดและประสบการณ์ดีๆ ให้ผู้อื่นอย่างเต็มใจ และมีจิตสาธารณะ

การปลูกกาแฟเป็นอาชีพที่ป้านวยภาคภูมิใจ

ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร

ป้านวยเป็นเกษตรกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชหลายๆอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะการเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์กาแฟ และผักพื้นบ้านต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ป้านวยศึกษา คิดค้น และค้นหาวิธีการที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตอย่างไม่หยุดนิ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หากได้ผลดีก็มีจิตสาธารณะที่จะแบ่งปันความรู้ให้กับผู้อื่นอย่างเต็มใจ โดยป้านวยได้แนะนำวิธีการ ขยายพันธุ์ต้นกาแฟโดยการเสียบยอด ช่วยให้ทรงพุ่มเตี้ยเก็บเกี่ยวผลผลิตง่ายและได้ผลหรือเมล็ดกาแฟที่ดกและสมบูรณ์กว่าการปลูกด้วยเมล็ดตามปกติ โดยใช้วิธีการเสียบยอด นำต้นพันธุ์พื้นเมืองตัดให้เหลือต้นตอยาวประมาณ 10 เซนติเมตร จากนั้นใช้มีดที่มีความคม ผ่าต้นตอลึกประมาณ 1 เซนติเมตรเพื่อเตรียมเสียบยอด จากนั้น นำยอดพันธุ์กาแฟที่มีความสมบูรณ์ตัดโคนยอดเฉียงแล้วนำมาเสียบยอดกับต้นตอที่ผ่าไว้ ใช้ถุงพลาสติกใสตัดให้เป็นลักษณะคล้ายผ้าเทปพันรอบรอยที่เสียบยอดไว้ให้แน่นให้กิ่งพันธุ์ยึดเกาะกันเพื่อไม่ให้น้ำและอากาศเข้าได้ จากนั้นใช้ถุงพลาสติกใสที่เตรียมไว้สวมคลุมถุงกิ่งพันธุ์ที่เสียบยอดเรียบร้อยแล้ว และใช้เชือกฟางผูกให้แน่นเพื่อไม่ให้อากาศเข้าได้ ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ต้นกาแฟจะแตกยอดและพร้อมปลูกในแปลงต่อไป

เมื่อสอบถามถึงผักพื้นบ้าน ป้านวยแนะนำให้รู้จักกับต้นผักเหลียง ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านประจำถิ่นในแถบจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง ซึ่งป้านวยพยายามชักชวนให้เกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่มาปลูกไว้เก็บกินและขายเป็นรายได้เสริมเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน เพราะเป็นผักปลอดสารพิษ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด และได้แนะนำถึงวิธีการเพาะพันธุ์ต้นผักเหลียงโดยใช้แขนงแทนวิธีการซื้อกิ่งตอนมาปลูก วิธีนี้จะช่วยให้ต้นผักเหลียงรอดง่าย โตเร็วและไม่กลายพันธุ์ ซึ่งโดยปกติเกษตรกรนิยมปลูกโดยการซื้อกิ่งพันธุ์ที่ได้จากการตอนนำมาปลูก ทำให้ต้นเหลียงโตช้า เจริญเติบโตได้ไม่ดี และมีโอกาสตายสูง การไม่รู้ที่มาที่ไปของต้นพันธุ์ ก็ทำให้มีโอกาสกลายพันธุ์สูง ใบหรือยอดที่ได้จะมีรสขม ไม่หวานกลมกล่อม และไม่ได้ต้นพันธุ์ตามที่ต้องการ โดยป้านวยได้แนะนำถึงเคล็ดลับและขั้นตอนตั้งแต่การคัดแยกแขนงจนถึงขั้นตอนวิธีการปลูก การคัดเลือกแขนงที่มีความสมบูรณ์ ไม่เล็กและอ่อนจนเกินไป ใช้จอบขุดอย่างระมัดระวัง ให้ติดรากแก้ว และเถาที่เลื้อยอยู่ผิวดิน ยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร โดยห้ามตัดให้สั้นเด็ดขาด แต่ให้ขดรากแก้วและเถาที่เลื้อยอยู่เข้าด้วยกัน แล้วนำไปปลูกพักไว้ในถุงเพาะชำ โดยเลือกถุงเพาะชำทีมีขนาดใหญ่พอสมควร หากใช้ถุงเพาะชำขนาดเล็กจะทำให้ต้นผักเหลียงฟื้นตัวได้ช้า และในการเพาะชำนั้นไม่ควรใส่ดินจนเต็มปากถุง ควรจากปากถุงลงไปประมาณ 1 นิ้ว เพื่อให้น้ำที่รดซึมลงด้านล่างได้อย่างเต็มที่ และยังสะดวกต่อการยกและขนย้ายอีกด้วย

นอกจากนี้ ป้านวยยังได้แนะนำผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ ผักหวาน ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านที่ปลอดสารพิษ และเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี แต่เกษตรกรมักจะมีปัญหาเรื่องการเพาะชำหรือขยายพันธุ์ที่ล่าช้า บางรายไปซื้อน้ำยาเร่งรากที่มีราคาแพง มาเพาะชำ ทำให้สูญเสียต้นทุนโดยใช่เหตุ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การปลูกผักหวานจะใช้วิธีการตัดกิ่งมาเพาะชำและต้องใช้เวลาเป็นแรมเดือนในการเพาะชำให้กิ่งพันธุ์งอกรากและแตกยอดพร้อมจะนำไปปลูกในแปลง ป้านวยจึงแนะนำวิธีดีๆ ในการเพาะชำให้กิ่งพันธุ์ของต้นผักหวานให้งอกรากและแตกยอดพร้อมปลูกได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 10 วัน โดยการใช้กะปิกุ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่าครึ่งลิตรทีเตรียมไว้ในภาชนะปากกว้างเช่นถังน้ำ หรือกะละมัง จากนั้นนำท่อนพันธุ์ของต้นผักหวานที่ตัดจากต้นด้วยมีดหรือกรรไกรที่มีความคม โดยเลือกกิ่งพันธุ์ที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป ความยาวประมาณ 1 ฟุต ตัดแต่งใบออกให้หมด นำท่อนพันธุ์มาแช่ในน้ำกะปิที่เตรียมไว้ ประมาณ 5 นาที แล้วจึงนำมาปักชำในถุงเพาะชำที่เตรียมไว้ โดยการปักควรมีไม้หรือเหล็กปักนำก่อนเพื่อไม่ให้กิ่งพันธุ์ช้ำ รอเวลาประมาณ 7-10 วัน ต้นพันธุ์ก็จะแตกยอดและงอกรากพร้อมที่จะนำไปปลูกในแปลงต่อไป

ด้วยเทคนิคและองค์ความรู้ที่ป้านวยมีประกอบกับความขยันหมั่นเพียรอย่างไม่หยุดนิ่งทำให้ป้านวยมีประสบการณ์ ทักษะในเรื่องการปลูกพืชอีกมากมายทำให้มีเยาวชน เกษตรกร และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาศึกษาหาความรู้มากมาย ด้วยความที่ป้านวยเป็นคนมีอัธยาศัยดี มีจิตสาธารณะ และมีน้ำใจกับทุกๆคน ทำให้ทุกคนยกย่องป้านวยให้เป็นปราชญ์เกษตรเดินดิน และมีเกียรติประวัติผลงานแห่งความสำเร็จที่การันตีถึงความสามารถและความมุมานะอย่างมากมาย

ป้านวยสร้างศูนย์เรียนรู้เพื่อชุมชุมชน

เกียรติประวัติและผลงาน

ในส่วนของเกียรติประวัติและผลงาน นางสังวาล พิมลรัตน์ หรือป้านวย เป็นผู้ที่มีเกียรติประวัติและผลงานในด้านการเกษตรและด้านอื่นๆมากมาย ที่ได้รับการยกย่องจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับหมู่บ้าน ระดับจังหวัด จนถึงระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาทิเช่น รางวัลปราชญ์เกษตรของแผ่นดินระดับจังหวัด สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี พ.ศ.2555 ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร รางวัลบุคคลต้นแบบ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลดีเด่น ปี 2558 ของมูลนิธิบุคคลพอเพียง สร้างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านพะงุ้น จนได้รับการยอมรับยกย่องจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จนได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ จนเป็นที่รู้จักกันในนาม ศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส. บ้านพะงุ้น ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านพะงุ้น จังหวัดชุมพร

ปลูกผักพื้นบ้านพออยู่พอกิน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิต

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

นางสังวาล พิมลรัตน์
บ้านเลขที่ 99/1 หมู่2
ตำบลครน อำเภอสวี
จังหวัดชุมพร 86130.

เรื่อง/ภาพโดย: อรรถพงศ์ ศักนา จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.ชุมพร