เกษตรกรต้นแบบ
"ธีระชัย เจ๊ะหลี : เกษตรกรต้นแบบเลี้ยงโคด้วยใจและจิตอาสา"
 10 มิถุนายน 2559   317
จ.สงขลา
พระเจ้าสร้างมาให้แล้วทุกสิ่งบนผืนแผ่นดิน
เพียงแต่เราเอาสิ่งนั้นๆมาทำให้ถูกวิธีและถูกต้อง

ธีระชัย เจ๊ะหลี เกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2557

นายธีระชัย เจ๊ะหลี หรือบังชัย เป็นบุคคลที่กำเนิดในครอบครัวที่มีอาชีพเป็นเกษตรกร บิดาและมารดายึดอาชีพเลี้ยงโค กระบือ ไก่ และเป็ด ด้วยความที่มีใจรักสัตว์และรักอาชีพดั่งเดิมของบรรพบุรุษเมื่อแยกครอบครัวมาก็ได้เอาความรู้และประสบการณ์ที่ตนมีมาประกอบอาชีพเลี้ยงโคพื้นเมืองและโคลูกผสม โดยมีเป้าหมายอยากจะเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อให้ความรู้ด้านการเลี้ยงโคแก่ชาวบ้านและเกษตรกรข้างเคียง อีกทั้งช่วยเหลือทางด้านการรักษาโรคแก่สัตว์เลี้ยง บังชัยคิดว่าทำอาชีพนี้ต้องหาความรู้ใส่ตัวเองอยู่เรื่อยๆ จึงได้สมัครใจตนเองเข้าเป็นอาสาปศุสัตว์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 ซึ่งเป็นงานที่ตนรักและชอบได้เข้าฝึกอบรมพัฒนาตนเองจากกรมปศุสัตว์มาตลอด จนเพื่อนบ้านเกษตรกรไว้วางใจเข้ามาขอคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือทางด้านการเลี้ยงสัตว์และรักษาโรค ปัจจุบันบังชัยได้เป็นที่ยอมรับของชาวอำเภอหาดใหญ่ให้เป็นเกษตรกรต้นแบบของการเลี้ยงโค การเลี้ยงมุ่งเน้นยึดหลักเศรษฐกิจแนวพอเพียง เลี้ยงด้วยวัชพืชจากสวนไร่นาของตนเอง และปลูกแปลงหญ้าเอง

หลักคิดในการใช้ชีวิต

นายธีระชัย เจ๊ะหลี เกิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2501 สมรสกับ นางไพรินทร์ เจ๊ะหลี มีบุตรด้วยกัน 3 คน ชาย 2 คน หญิง 1 คน ยึดอาชีพเลี้ยงโคพื้นเมืองและโคลูกผสมเป็นหลัก และทำนาทำไร่ข้าวโพดเป็นอาชีพเสริม โดยมีพื้นที่ทำการเกษตรจำนวน 20 ไร่ เลี้ยงโคมาประมาณ 40 ปี จะเริ่มจากการซื้อแม่โคพันธุ์พื้นเมืองมาจำนวน 5 ตัว

เมื่อประมาณปี พ.ศ.2526 ได้เข้าไปอยู่ในตำบลคลองหอยโข่ง เห็นว่ามีพื้นที่ของทางราชการว่างอยู่เลยเข้าไปติดต่อกองพลพัฒนาขอมาทำการเกษตรชั่วคราว เพราะช่วงนั้นกองพลพัฒนาส่งเสริมอยู่ และหลังจากนั้นเริ่มทำการเกษตรเรื่อยๆมาแต่ประสบปัญหาในการเลี้ยงจึงได้เข้าติดต่อปรึกษากับกรมปศุสัตว์อำเภอหาดใหญ่และได้คำปรึกษาด้วยดีตลอดมา และได้พัฒนาตนเองให้ดีอยู่เรื่อยๆ เพื่อนเกษตรกรข้างๆเห็นก็ได้เดินทางเข้ามาขอคำปรึกษา

เมื่อปี พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจุบัน ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นที่ดินของภรรยาเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ทำเกษตรเลี้ยงสัตว์ ซึ่งได้คัดแม่โคพันธุ์พื้นเมืองมา 5 ตัว เข้ามาเลี้ยงได้พัฒนาการเลี้ยงและให้คำปรึกษาเพื่อนบ้านมาตลอด มีรายได้เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆจนปัจจุบันมีโคพันธุ์พื้นเมืองอยู่ 20 ตัว พันธุ์โคเนื้อลูกผสม 23 ตัว รวมแล้ว เป็น 43 ตัว มีแปลงหญ้าไว้จำหน่าย 5 แปลง ปลูกไว้ให้โคกินและใช้เป็นแปลงสาธิตไว้สำหรับให้เกษตรกรใกล้เคียงไว้ศึกษาดูงานด้วย มีไก่ประมาณ 200 กว่าตัว มีเป็ดและเลี้ยงสัตว์อื่นๆด้วย อีกหลายอย่าง ด้านการจัดการฟาร์ม ดำเนินการจัดการปรับปรุงเข้าสู่ระบบมาตราฐานฟาร์มของกรมปศุสัตว์ โดยการแยกเลี้ยงระหว่าง คอกพ่อพันธุ์กับคอกแม่พันธุ์ คอกแม่พันธุ์ท้องแก่ คอกโครุ่น คอกโคเลี้ยงลูกอ่อน มีสถานที่สำหรับเก็บอาหารหยาบ เน้นการทำความสะอาดโดยเก็บมูลโคทุกวัน ปัจจุบันได้พัฒนาตนเองในการเลี้ยงโคอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอาหาร พันธุ์โค การจัดการทางด้านการเลี้ยงและดูแลสุขภาพโค รวมทั้งดูแลคอกให้ดี

บังชัยกล่าวว่า อาชีพเกษตรกรเลี้ยงโคและเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพที่อยู่ได้อย่างมีความสุข โดยไม่เดือดร้อน มีกิน มีใช้พอประมาณ พึ่งตนเองได้โดยไม่ไปแข่งขันกับใคร เพียงแต่แข่งขันกับใจตนเองและพัฒนาตนเองเท่านั้น เมื่อพัฒนาตนเองแล้วก็นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม ทั้งทางด้านการดูแลการเลี้ยงและการรักษาโรคของโคและสัตว์เลี้ยงอื่นๆการเป็นอาสาปศุสัตว์ก็ได้นำความรู้ที่ตนศึกษาและอบรมมานี้แหละ เพื่อมาช่วยเหลือเพื่อนเกษตรกรด้วยกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

พัฒนางานอาชีพเพื่อตนเองและส่วนรวม

ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร

การเลี้ยงโคนั้นจะมุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุดและไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมของตนเองและชุมชน โดยใช้วัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตรเป็นอาหารสัตว์ เช่น ซังข้าวโพด พืช ผัก ที่ตนปลูกเอง ลดการซื้ออาหารให้มากที่สุด โดยได้ศึกษาพัฒนาตนเองด้านอาหารสัตว์ หาวิธีลดปัญหาการขาดแคลนหญ้าของโคในช่วงฤดูฝนด้วยวิธีการ หมักหญ้า ไว้ให้โคกินยามขาดแคลน ซึ่งหญ้าที่หมักนั้นจะช่วยให้คุณค่าทางอาหาร สามารถถนอมไว้ใช้ได้ ในช่วงที่ขาดแคลนหญ้าสด ส่วนด้านการรักษาโรคจะเน้นการสุขาภิบาลโดยให้คอกสะอาด ถ่ายพยาธิ 3 เดือนครั้ง การรักษาโรคจะรักษาตามอาการเน้นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสมุนไพรเข้ามาช่วย ยกตัวอย่างเช่น การรักษาแผลบนผิวหนังโคด้วยขมิ้น เพราะขมิ้นเป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นและปลอดภัยต่อโค ส่วนผลพลอยได้จากการเลี้ยงโคนั้นจะนำมูลโคมาทำปุ๋ยหมักใส่พืชไร่ในสวนของตนเอง เพื่อลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยเคมี ส่วนที่เหลือก็จะแบ่งปันให้กับชาวบ้านหรือเกษตรกรข้างเคียงเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร

การเลี้ยงดูโคพื้นเมือง
การเลี้ยงแม่โคให้มีสุขภาพดีเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผสมติดของแม่โคและทำให้แม่โคให้ลูกอย่างสม่ำเสมอ ความต้องการอาหารของแม่โคระยะต่าง ๆ แตกต่างกัน การจัดการเลี้ยงดูแม่โคสามารถจำแนกออกเป็นระยะต่าง ๆ ตามความต้องการอาหารของโคได้ 3 ระยะดังนี้
ระยะที่ 1 จากคลอดลูกถึง 3-4 เดือน หลังคลอด ซึ่งเป็นระยะผสมพันธุ์จนถึงตั้งท้อง
ระยะที่ 2 ท้อง 4-6 เดือน
ระยะที่ 3 ท้อง 3 เดือน

การเลี้ยงแม่โคจากคลอดลูก ถึง 3-4 เดือน (120 วัน) หลังคลอด
ระยะนี้เป็นระยะก่อนผสมพันธุ์ เมื่อผสมติดแล้วจะเริ่มตั้งท้องและแม่โคยังผลิตน้ำนมเลี้ยงลูกที่ยังติดแม่อยู่ การให้อาหารมีความสำคัญมากที่สุดสำหรับแม่โคระยะนี้ เพราะแม่โคต้องการอาหารสำหรับฟื้นฟูระบบอวัยวะสืบพันธุ์และผลิตน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูก
การให้อาหาร
ระยะจากคลอดลูกถึงผสมพันธุ์ หากแม่โคมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจะทำให้การผสมติดดีขึ้นและลดระยะห่างของการให้ลูกลง แต่การทำให้โคเพิ่มน้ำหนักโดยให้อาหารข้นเสริมต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ถ้าให้แม่โคได้กินหญ้าอ่อนในแปลง 3-4 สัปดาห์ก่อนถึงฤดูพันธุ์แม่โคจะเริ่มทำน้ำหนักเพิ่มขึ้นและเมื่อแม่โคคลอดแล้วจะกินอาหารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การผสมพันธุ์
ปกติแม่โคเมื่อคลอดแล้วกลับเป็นสัดอีกภายใน 3 ถึง 50 วันแต่ควรผสมหลัง 60 วัน การผสมภายใน 40 วันหลังคลอดอาจมีปัญหาทำให้เกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ควรผสมหลัง 60 วัน การที่จะให้แม่โคให้ลูกปีละตัวแม่โคจะต้องได้รับการผสมอีกภายใน 80 วัน ถ้าแม่โคผอมจะกลับเป็นสัดช้าลง
วิธีการผสมพันธุ์โคพื้นเมืองในปัจจุบันมีอยู่ 2 วิธี
1. การปล่อยให้พ่อพันธุ์คุมฝูง
การผสมพันธุ์โคพื้นเมืองจะผสมตลอดปี โดยปล่อยพ่อพันธุ์ให้คุมฝูงแม่โคและให้มีการผสมพันธุ์ ตามธรรมชาติ ซึ่งมีข้อดีคือผู้เลี้ยงไม่ต้องคอยสังเกตการเป็นสัดของแม่พันธุ์ พ่อพันธุ์จะทราบและผสมกับแม่พันธุ์เอง แต่มีข้อเสียคือถ้าแม่พันธุ์เป็นสัดพ่อพันธุ์จะคอยไล่ตามจนไม่สนใจกินหญ้ากินอาหารถ้ามีแม่พันธุ์เป็นสัดหลายตัวในเวลาใกล้เคียงกันจะทำให้พ่อพันธุ์มีร่างกายทรุดโทรม
2. การจูงผสม
เป็นการผสมโดยจูงพ่อพันธุ์มาผสมกับแม่พันธุ์หรือจูงแม่พันธุ์มาผสมกับพ่อพันธุ์ การผสมโดยวิธีนี้ควรแยกพ่อพันธุ์ออกเลี้ยงต่างหากเพราะจะทำให้พ่อพันธุ์มีสุขภาพสมบูรณ์ดี และพ่อพันธุ์สามารถผสมกับแม่พันธุ์ได้จำนวนมากกว่าการใช้คุมฝูง แต่มีข้อเสียคือผู้เลี้ยงต้องคอยสังเกตการเป็นสัดเองปกติพ่อโคสามารถใช้ผสมได้สัปดาห์ละ 5 ครั้ง
การคลอด
ก่อนคลอด 1 สัปดาห์ควรแยกแม่โคให้อยู่ในคอกที่สะอาด มีฟางหรือหญ้าแห้งรอง หรือ ให้อยู่ในแปลงหญ้าที่สะอาดสามารถดูแลได้ง่าย ปกติแม่โคจะตั้งท้องเฉลี่ย 270 วัน (270-275วัน) ถ้าเลยกำหนดคลอดแล้ว 10 วัน และแม่โคยังไม่คลอดต้องสังเกตและดูแลอย่างใกล้ชิด

การเลี้ยงแม่โคระยะตั้งท้อง 4-6 เดือน
เป็นระยะที่ลูกโคโตแล้วและเตรียมตัวหย่านม หากลูกโคกินหญ้าและอาหารได้เก่งแล้วแม่โคก็ต้องการอาหารเพียงเพื่อบำรุงร่างกายเท่านั้นระยะนี้ความต้องการอาหารเพื่อเลี้ยงลูกในท้องยังน้อยอยู่ แม่โคจึงต้องการอาหารน้อยกว่าระยะอื่น สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงโดยให้อาหารคุณภาพต่ำได้ ถ้าให้อาหารคุณภาพดีอาจทำให้แม่โคอ้วนเกินไป แต่ก็ควรระวังอย่าให้แม่โคผอม ควรมีไขมันสะสมอยู่บ้าง โดยในฤดูฝนให้แทะเล็มในแปลงหญ้าเป็นหลัก ให้อาหารข้นเสริมบ้างตามสภาพของแม่โค ฤดูแล้วให้หญ้าหมักเป็นหลักเสริมด้วยอาหารข้นตัวละประมาณ 0.3-0.5 กก. นอกจากมีหญ้าหมักไม่เพียงพอก็ใช้ฟางข้าวเสริมด้วยอาหารข้น อาหารข้นที่เสริมอาจปรับใช้ตามวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นและให้มีราคาถูกที่สุดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

การเลี้ยงแม่โคระยะ 3 เดือน ก่อนคลอด
เป็นระยะที่สำคัญของแม่โคที่ลูกในท้องเจริญเติบโตถึง 70-80 % และแม่โคเตรียมตัวให้นมด้วย ถ้าให้อาหารคุณภาพไม่ดีแม่โคจะสูญเสียน้ำหนัก ซึ่งจะทำให้การกลับเป็นสัดหลังคลอดช้าลง มีผลทำให้ไม่ได้ลูกปีละตัว ระยะนี้ควรให้แม่โคมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยน้ำหนักที่จะสูญเสียเมื่อคลอด โดยเฉพาะโคสาวเป็นสิ่งจำเป็นมาก
การให้อาหาร
ระยะนี้ถ้าให้อาหารพลังงาน ไม่เพียงพอจะมีผลทำให้อัตราการผสมติดต่ำอัตราการตายของลูกโคเมื่อคลอดและหย่านมสูง น้ำหนักลูกโคเมื่อคลอดและหย่านมต่ำ อัตราการผสมติดต่ำ ดังนั้นควรแยกเลี้ยงดูต่างหาก ให้โคได้กินอาหารคุณภาพดีจะทำให้แม่โคฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็ว
การคลอด
ก่อนคลอด 1 สัปดาห์ควรแยกแม่โคให้อยู่ในคอกที่สะอาด มีฟางหรือหญ้าแห้งรอง หรือ ให้อยู่ในแปลงหญ้าที่สะอาดสามารถดูแลได้ง่าย ปกติแม่โคจะตั้งท้องเฉลี่ย 270 วัน (270-275วัน) ถ้าเลยกำหนดคลอดแล้ว 10 วัน และแม่โคยังไม่คลอดต้องสังเกตและดูแลอย่างใกล้ชิด ลูกโคที่คลอดปกติจะเอาเท้าหน้าโผล่หลุดออกมาก่อน แล้วตามด้วยจมูก ปาก หัว ซึ่งอยู่ระหว่างขาหน้า 2 ขา ที่โผล่ออกมาในท่าพุ่งหลาว การคลอดท่าอื่นนอกเหนือจากนี้เป็นการคลอดที่ผิดปกติอาจต้องให้การช่วยเหลือควรให้สัตว์แพทย์เป็นผู้ดำเนินการ
แม่โคส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องช่วยในการคลอด ควรอยู่ห่างๆไม่ควรรบกวนแม่โค แม่โคควรคลอดลูกออกมาภายใน2 ชั่วโมงหลังจากที่ถุงน้ำคร่ำปรากฏออกมา หากช้ากว่านี้ควรให้การช่วยเหลือ หากไม่คลอดภายใน 4 ชั่วโมงลูกจะตาย หลังจากคลอดลูก 8 ถึง 12 ชั่วโมงถ้ารกยังไม่หลุดออกมาแสดงว่ารกค้าง ต้องให้สัตว์แพทย์มาล้วงออกและรักษาต่อไป

การเลี้ยงลูกโคเล็ก(จากแรกเกิด ถึงหย่านม)

การจัดการเลี้ยงดู
เมื่อลูกโคคลอดควรให้ความช่วยเหลือโดยเช็ดตัวให้แห้ง จัดการเอาน้ำเมือกบริเวณปากและจมูกออกให้หมด จับขาหลังยกให้ลูกโคห้อยหัวลงตบลำตัวเบาๆจนลูกโคร้อง หากลูกโคหายใจไม่สะดวกอาจต้องช่วยหายใจด้วยการเป่าปาก เมื่อลูกโคยืนได้ ให้ใช้ด้วยผูกสายสะดือให้ห่างจากพื้นท้องประมาณ 3 ถึง 6 ซม. ให้ใช้กรรไกรที่สะอาดตัดแล้วใช้ยาทิงเจอร์ไอโอดีนชุบสายสะดือ
คอยดูให้ลูกโคได้กินน้ำนมแม่ให้เร็วที่สุดเพราะนมโคระยะแรกที่เรียกว่านมน้ำเหลืองจะมีคุณคาทางอาหารสูงและมีภูมิคุ้มกันโรคจากแม่ถ่ายทอดมาสู่ลูก หากลูกโคไม่สามารถดูดนมกินเองได้ควรรีดนมจากแม่มาป้อนให้ลูกกินจนแข็งแรง
ไม่ควรปล่อยแม่และลูกโคไปตามฝูงควรจัดหาอาหารและน้ำดื่มกักไว้แยกต่างหากจากฝูงจนกว่าลูกโคจะแข็งแรงดีแล้วจึงปล่อยตามฝูง
การปฏิบัติเลี้ยงดูลูกโคอื่น ๆควรทำดังนี้
1. ฝูงที่มีโคจำนวนมากคนเลี้ยงอาจจำโคได้ไม่หมดจึงควรติดบอร์ดหูหรือทำเครื่องหมายลูกโคโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะมีประโยชน์ในการจัดทำประวัติโคในฝูงปรับปรุงพันธุ์ควรชั่งน้ำหนักแรกเกิดภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด
การติดเบอร์หูลูกโคนิยมใช้เบอร์หูพลาสติกขนาดเล็ก ประกอบด้วยตัวเมียเป็นแผ่นกว้างประมาณ 4 ซม. แผ่นตัวผู้เป็นแผ่นกลมมีเดือยสำหรับล็อคให้ติดกับตัวเมีย ตัวเมียมี 2 แบบคือ แบบที่พิมพ์หมายเลขสำเร็จมาจากโรงงานกับแผ่นเปล่าที่ต้องมาเขียนหมายเลขที่เราต้องการได้เองโดยมีปากกาสำหรับเขียนโดยเฉพาะ การใช้แบบแผ่นเปล่ามีข้อดีคือสามารถเขียนหมายเลขเองได้ตามที่ต้องการ มีคีมสำหรับบีบให้เดือยของแผ่นตัวผู้ทะลุใบหูไปล็อคติดกับแผ่นตัวเมียพยายามติดบริเวณโคนหู ติดให้ห่างจากขอบใบหูให้มาก ๆ ระวังอย่าให้ถูกเส้นเลือดใหญ่ โดยใช้นิ้วลูบคลำดูก่อนเบอร์หูแบบนี้สามารถอ่านได้ในระยะห่างประมาณ 1 เมตร หากติดไม่ดีอาจหลุดได้แต่หากติดได้ดีและใช้เบอร์คุณภาพดีโอกาสหลุดมีน้อยมาก
"การทำเครื่องหมายลูกโคอีกอย่างหนึ่งคือการสักหูให้เป็นหมายเลขมีคีมสักโดยเฉพาะ การสักโดยหนีบหมายเลขที่ใบหูด้านในบริเวณที่ไม่มีขนหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีขนและเส้นเลือด หากมีเส้นเลือดออกหนึกจะไม่ติด เสร็จแล้วใช้หมึกอินเดียนอิงค์หรือหมึกจีนถูบริเวณที่สัก หมึกจะแทรกเข้าไปตามรูติดเป็นหมายเลขตามที่สัก การสักมีข้อดีคือจะติดแน่นตลอดชีวิตโค แต่มีข้อเสียคือ อ่านได้ยากว่าเบอร์พลาสติค เวลาอ่านต้องจับบังคับโคเพื่ออ่านดูใกล้ๆ บางครั้งเบอร์ที่สักไว้อาจไม่ชัดเจน"
2. เมื่อลูกโคอายุ 3 สัปดาห์ควรถ่ายพยาธิตัวกลม และถ่ายซ้ำอีกเมื่ออายุ 6 สัปดาห์ ทั้งนี้อาจสุ่มหาไข่พยาธิดูก่อนก็ได้
3. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคแท้งติดต่อ (หรือบูรเซลโลซีส) แก่ลูกโคเพศเมียอายุ 3 ถึง 8 เดือน แล้วเจาะรูที่หูข้างขวาของโค 2 รู
-เมื่อลูกโคอายุ 3-8 เดือน ทำการฉีดวัคซีนโรคแท้งให้กับลูกโคเพศเมียทุกตัว
-เมื่อลูกโคอายุ 4 เดือนทำการฉีดวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อย
การให้อาหารข้นเสริมแก่ลูกโคเล็ก
ลูกโคจะเริ่มหัดกินหญ้าและอาหาร เมื่ออายุประมาณ 2 ถึง 3 เดือนเนื่องจากแม่โคจะให้นมได้สูงสุดในระยะนี้ หลังจากนี้จะเริ่มผลิตน้ำนมเพื่อเลี้ยงลูกโคลดลงเรื่อยๆในขณะที่ลูกโคเติบโตขึ้นทุกวัน ลูกโคที่กินหญ้าและอาหารอื่นทดแทน ลูกโคจึงจำเป็นต้องกินอาหารอื่นทดแทน ลูกโคที่กินหญ้าและอาหารได้เร็วก็จะเติบโตได้เต็มที่การให้อาหารข้นเสริมจะทำให้ลูกโคโตเร็วขึ้น มีน้ำหนักหย่านมสูงกว่าเมื่อไม่ได้ให้อาหาร
ลูกโคอายุต่ำกว่า 3 เดือนให้กินอาหารได้เต็มที่แต่ถ้าอายุมากกว่า 3 เดือนควรเพิ่มอาหารให้ทีละน้อยและค่อยๆ เพิ่มขึ้นหลังจากที่ลูกโคทุกตัวเริ่มกินอาหาร แต่ถ้าลูกโคมีขนาดต่างกันอาจจำเป็นต้องแยกกลุ่มลูกโคตามขนาด
ที่ให้อาหารลูกโคควรอยู่ใกล้กับบริเวณคอกแม่โคอยู่เพื่อที่ลูกโคจะได้เข้าไปลองกินอาหารได้สะดวก โดยทำช่องให้ลูกโคลอดเข้าไปกินอาหารได้กว้างประมาณ 400-450 มม. พื้นที่บริเวณให้อาหารประมาณ 30 ซม.ต่อ 3 ตัวให้อาหารข้นให้กินตัวละประมาณ 200-300 กรัม

นาแสนฟาร์มโคพื้นเมืองและโคลูกผสม ปัจจุบันได้เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้และฟาร์มตัวอย่างเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรท่านอื่นๆ บริเวณรอบ ๆ บ้านก็จะเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงไก่นี้ยึดความพอเพียงปล่อยให้หาอาหารเองตามธรรมชาติบางวันก็จะนำอาหารจากพืชที่ตนปลูกเองมาผสมให้กินเป็นอาหาร จะไม่ซื้ออาหารจากตามท้องตลาดเด็ดขาดเพราะมีสารเคมีตกค้าง ไข่ไก่ที่ได้จากการเลี้ยงส่วนหนึ่งจะเก็บไว้กินเองอีกส่วนหนึ่งก็จะแบ่งไปให้เพื่อนบ้านใกล้เคียง นี้แหละความสุขของชีวิต

ฟาร์มโคตัวอย่างเปิดเป็นแหล่งการเรียนรู้

เกียรติประวัติและผลงาน

กิจกรรมผลงานและความสำเร็จ ด้านพันธุ์โค อาหาร การป้องกันโรค การจัดการฟาร์มการตลาดเทคนิคและวิธีการดำเนินงานด้านปศุสัตว์ที่ประสบความสำเร็จพร้อมรายรับ-รายจ่าย และรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ
ปี 2554 จำนวน 160,000 บาท
ปี 2555 จำนวน 184,000 บาท
ปี 2556 จำนวน 230,000 บาท
ปี 2557 จำนวน 160,000 บาท
ปี 2558 จำนวน 200,000 บาท
ปี 2559 จำนวน 300,000 บาท
ด้านผลงาน
1.ประธานกลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านนาแสน
2.ประธานกลุ่มเลี้ยงสัตว์ทุ่งตำเสา
3.ผู้แทนเกษตรกรหมู่ที่ 6 บ้านนาแสน
4.อาศาสมัครอำเภอหาดใหญ่และอาสาเกษตรกรอำเภอหาดใหญ่
5.รองประธานอาสาสมัครอำเภอหาดใหญ่
6.เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์
7.เป็นตัวแทนส่งเสริมเยาวชนให้มีรายได้ เช่น การปลูกหญ้าอาหารสัตว์

ด้านรางวัลเชิดชูเกียรติ
1. เกษตรกรอาชีพเลี้ยงสัตว์ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2557
2. โล่ประกาศเกียรติคุณอาศาปศุสัตว์ดีเด่นประจำจังหวัดสงขลา
ด้านผลงานจากการประกวด
1. ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดโคพื้นบ้าน งานเทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2549

โคพันธุ์พื้นเมืองและโคพันธุ์ลูกผสมเลี้ยงอย่างพอเพียง

เรื่อง/ภาพโดย: อิษฎา วรรณจรุง จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราช
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-30°C
เชียงใหม่
20-28°C
นครราชสีมา
22-28°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
26-32°C
ภูเก็ต
25-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×