เกษตรกรต้นแบบ
"ทับทิม ฉายประดิษฐ์ : เลี้ยงกุ้งก้ามกรามให้คุณภาพดี ต้นกำเนิดอาชีพที่ยั่งยืน"
 10 มิถุนายน 2559   234
จ.กาฬสินธุ์
ทุกอาชีพถ้ามีความขยันและอดทน
ย่อมนำมาแห่งความสำเร็จ

รอยยิ้มและความภาคภูมิใจในอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกราม

อาชีพเกษตรกรใช่ว่าจะสบายตั้งแต่เริ่มต้นกว่าจะประสบความสำเร็จมาได้ก็ต้องอาศัยความขยันและอดทนเป็นอย่างมาก เรื่องราวของนายทับทิม ฉายประดิษฐ์ เจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่บ้านอัมพวัน ต.ลำคลอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามจำหน่ายจนเป็นที่รู้จักหลายต่อหลายคน นายทับทิมเล่าให้ฟังว่าจากที่เคยทำนาอย่างเดียวพอหมดฤดูกาลทำนาพื้นที่นาก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจนมีวันหนึ่งมีเพื่อนได้ชักชวนมาเลี้ยงกุ้งโดยใช้พื้นที่นาทำเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามจากพื้นที่ 2 ไร่ในการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามจนขยายเพิ่มบ่อเลี้ยงกุ้งเป็น 30 ไร่เพื่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอย่างเดียวทำให้ครอบครัวของนายทับทิมมีรายได้เพิ่ม นายทับทิมยังเล่าต่อว่าปัญหาและอุปสรรคก็มีเหมือนกันในการเลี้ยงกุ้ง แต่เราก็จะต้องอาศัยหลักในความขยันและอดทนในการดำเนินชีวิตกว่าจะประสบความสำเร็จมาถึงจุดๆนี้ได้ก็พบปัญหามากมายเช่นเดียวกัน นายทับทิม ฉายประดิษฐ์ จึงเป็นต้นแบบของเกษตรกรที่มีความขยันและอดทนเป็นที่รู้จักของหน่วยงานต่างๆ

หลักคิดในการใช้ชีวิต

"เป็นเกษตรกรผลิตกุ้งที่มีคุณภาพ ทำให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพ"

นายทับทิม ฉายประดิษฐ์ เกิดเมื่่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2493 เป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์โดยกำเนิด มีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 4 คน นายทับทิมเป็นบุตรคนที่ 1 มีอาชีพเกษตรกรทำนาตามบิดา-มารดา ในช่วงตอนนั้นด้วยความลำบากตนจึงมีโอ กาสเล่าเรียนและจบการศึกษาเพียงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนบ้านอัมพวัน และในช่วงที่ไม่ได้เรียนศึกษาต่อนั้นตนได้ทำนาช่วยครอบครัวมาโดยตลอด

ครอบครัวนายทับทิม ได้ทำการเกษตรกรเช่นเดียวกับเกษตรรายอื่น คือ การทำนาเป็นหลัก เมื่อเสร็จสิ้นฤดูการทำนา จะว่างงานจึงทำให้คุณทับทิมตัดสินใจไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวและน้องๆ เพราะตนเป็นพี่คนโต ในช่วงเทศกาลก็กลับมาเยี่ยมบ้าน จึงมองเห็นความลำบากในการทำนาของพ่อกับแม่ เพราะไม่มีใครช่วยทำนา น้องก็เป็นหญิงทั้งหมดช่วยได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่นักและทั้งสองก็แก่มากแล้ว นายทับทิมจึงได้กลับมาบ้านเกิดของตนเอง ได้มองเห็นถึงอาชีพ การทำนาอย่างเดียวรายได้ไม่พอใช้จ่ายในครอบครัวแน่นอน ในช่วงที่นาว่างเปล่าหลังจากที่เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ จึงได้ลงมือทำไร่นาสวนผสมเพื่อเป็นการหมุนเวียน ปลูกพืชหลายชนิดเพื่อเลี้ยงชีพกันอย่างนี้เรื่อยมา จนกระทั่งอายุได้ 20 ปี ได้สมรสกับนางทองบ่อ ฉายประดิษฐ์ มีบุตรด้วยกัน 5 คนเป็นชาย 1 หญิง 4 ได้ตั้งใจสร้างครอบครัวสร้างอนาคตด้วยอาชีพเกษตรกร และได้เข้าอบรมศึกษาที่ทางสำนักงานเกษตรมาให้ความรู้ในหลายๆด้าน

ในปี พ.ศ.2538 ได้ไปจ้างรถไถ เพื่อไถ่นาทำการเกษตรและเจ้าของรถไถ่จึงแนะนำให้เลี้ยงกุ้ง อาจจะทำให้มีรายได้มากกว่าทำนา ตนจึงได้ตัดสินใจเข้าไปศึกษาการเลี้ยงกุ้งกับเกษตรกรท่านหนึ่งที่เพาะพันธุ์กลุ้งขาย ได้นำเอาความรู้กลับมาลองทำในไร่นา จำนวน 2 ไร่ จำนวน 1 บ่อ ได้ซื้อลูกพันธุ์กุ้งอายุ 1 เดือนมาจำนวน 200,000 ตัวราคาล่ะ 0.05 สตางค์/ตัว จำนวนลงทุน 10,000 บาทจากการซื้อพันธุ์กุ้ง
แล้วนำลูกกุ้งมาลงบ่ออนุบาลเป็นเวลา 2 เดือน จากนั้นนำกุ้งลงบ่อเลี้ยงทั้งหมดในบ่อเดียว ทำให้อัตราการรอดตายสูงและต้องใช้เครื่องตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กุ้งด้วย เลี้ยงได้อายุ 4 เดือนเป็นช่วงที่กุ้งจะมีอัตรารอดตายร้อยละ 80 โดยให้อาหาร วันละ 2 ครั้ง และคอยเช็คอาหารโดยใช้ยอเช็คว่ากุ้งกินอาหารหมดหรือไม่ ถ้าหากกินไม่หมดก็จะลดปริมาณอาหารลง และหากกุ้งเริ่มโตกินอาหารหมดเร็วก็เพิ่มปริมาณอาหารมากขึ้น และใช้ระยะเวลาการเลี้บง 4-6 เดือน ก็จับขาย ในปีที่ลองเลี้ยงใน 2 ไร่ 1 บ่อ ขายได้ 1 ตันทำให้นายทับทิมมีรายได้สร้างอาชีพที่ยั่งยืนจากที่เลี้ยงกุ้งได้ประสบผลสำเร็จ

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2538-2542 จากประสบการเลี้ยงกุ้งมา 4 ปีทำให้นายทับทิมได้ยึดเอาคติที่ว่า ผลิตกุ้งที่มีคุณภาพคือ ลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามดี อาหารดี น้ำดี ทำให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพ ถึงแม้การเลี้ยงกุ้งนั้นจะเจอปัญหาอุปสรรคหลายอย่างแต่ก็ไม่เคยที่จะท้อถอย และต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อที่จะมาพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ต่อมานายทับทิม ได้นำเอาแนวทางการดำเนินชิวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หนึ่งในแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสามารถให้ความรู้เผยแพร่ข้อมูลเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้แก่บุคคลที่สนใจในการเลี้ยงกุ้งและช่วยเหลือให้ชาวบ้านได้อยูู่ดีกินดี สามารถพึ่งพาตนเองได้แบบพอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และมีอาชีพหลักในการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำและเป็นที่ต้องการของตลาด สร้างชุมชนให้เข้มแข็งอยู่ได้แบบยั่งยืน

แม้ว่าการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในปัจจุบันจะมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง แต่กุ้งก้ามกรามยังถือว่าเป็นสินค้าที่ศักยภาพทางการตลาด เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังการซื้อสูง หากผู้ที่เลี้ยงสามารถผลิตสินค้าทีมีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการคือ กุ้งต้องเป็นกุ้งสดมีชิวิตหรือกุ้งน๊อค ขนาดใหญ่ 10-20 ตัว/กก. จะสามารถให้ได้รับราคาสูงขึ้น และก็สามารถที่จะขยายตลาดในต่างประเทศได้ไม่ยาก ดั้งนั้นเพื่อให้ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามสามารถสร้างรายได้ที่ดีให้แก่นายทับทิม

จากพื้นที่ 2 ไร่ 1 บ่อ จนถึงปัจจุบันนี้ได้มีการขยายบ่อเลี้ยงกุ้งออกเป็น 10 บ่อในพื้นที่ 30 ไร่ นับว่าเป็นเกษตรกรตัวอย่างที่มีประสบการณ์การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมานานมากกว่า 20 ปี นายทับทิมให้คำแนะนำไว้ว่า การเลี้ยงกุ้งที่จะประสบผลสำเร็จได้มี 3 อย่างที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือ ลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามดี อาหารดี และน้ำดีมีคุณภาพประกอบการเอาใจใส่ที่ดี จะประสบความสำเร็จในการเลี้ยง ทำให้เกิดรายได้สร้างความยั่งยืนในอาชีพและเป็นที่ต้องการของตลาดสูง

จากบ่อ 2 ไร่ ขยายเป็น 30 ไร่

ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร

นายทับทิม เกษตรกรจากประสบการณ์เลี้ยงกุ้งก้ามกรามมามากกว่า 20 ปี ได้มีการพัฒนาการเลี้ยงกุ้งให้มีขนาดใหญ่ได้ จึงได้คิดค้นหลายๆอย่างแต่ที่สำคัญที่สุดของนายทับทิม คือ เทคนิคการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามให้โตไว ด้วยอาหารแบบลดต้นทุน ได้น้ำหนักดี ซึ่งจากเดิมที่เคยใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานถึง 6 เดือน แต่นายทับทิมสามารถย่นระยะเวลาในการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้เพียง 4 เดือน ด้วยส่วนผสมของกากมะพร้าวหมักและอาหารสำเร็จรูปซึ่งจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและความน่ากินให้กับอาหาร โดยกุ้งจะกินอาหารได้มากขึ้น โตไว น้ำหนักดี ได้ขนาดเป็นที่ต้องการของตลาด
วัตถุดิบสำหรับผลิตกากมะพร้าวหมัก :
1.กากมะพร้าวขูด จำนวน 20 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล จำนวน 20 ลิตร
3.หัวเชื้อจุลินทรีย์(EM) จำนวน 5 ลิตร
4.ถังหมักพลาสติก หรือ ภาชนะพลาสติกทึบแสงที่มีฝาปิด

ขั้นตอนวิธีการผลิตกากมะพร้าวหมัก :
-นำกากมะพร้าวขูดที่ผ่านการคั้นน้ำกะทิแล้ว หรือจะเป็นกากมะพร้าวขูดที่ยังไม่คั้นน้ำกะทิก็ได้ จำนวน 20 กิโลกรัม ใส่เตรียมไว้ในถังหมัก
-ละลายส่วนผสมของกากน้ำตาลและหัวเชื้อจุลินทรีย์(EM) ตามอัตราส่วนคนให้เข้ากัน แล้วเทลงไปในถังหมัก
-ใช้ไม้คนส่วนผสมทั้งหมดภายในถังหมักให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วปิดฝาถังหมักให้สนิท ตั้งเก็บไว้ในที่ร่ม โดยใช้ระยะเวลาในการหมัก 7 วัน ก่อนนำไปใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสำหรับเลี้ยงกุ้งก้ามกรามต่อไป

การให้อาหารกุ้งก้ามกราม :
-นำเอากากมะพร้าวที่ผ่านกระบวนการหมักแล้ว 3 ส่วนผสมกับอาหารกุ้งสำเร็จรูป 7 ส่วน โดยให้อาหารกุ้งวันละ 4 ครั้ง ช่วงเช้า-กลางวัน-เย็น และกลางคืน(ประมาณ 20.00 น.)โดยให้กุ้งก้ามกรามกินพออิ่ม จากเดิมที่เคยให้อาหารสำเร็จรูปเพียงวันละ 2 มื้อ(เช้า-เย็น)ซึ่งกากมะพร้าวหมักจะมีส่วนช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและความน่ากินให้กับอาหาร กุ้งจะกินอาหารได้มากขึ้น โตไว ได้น้ำหนักดี ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเพียง 4 เดือน จะได้กุ้งขนาด 20 ตัว/กิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ อีกทั้งยังช่วยลดต้น

ความสำเร็จซึ่งได้มาจากความขยันและอดทน

เกียรติประวัติและผลงาน

-ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ จังหวัดกาฬสินธุ์
-เป็นเกษตรดีเด่นด้านการประมงของ จังหวัดกาฬสินธุ์
-เป็นอาสาเกษตรกรหมู่บ้านอัมพวันดีเด่น จังหวัดกาฬสินธุ์

กุ้งที่มีคุณภาพ ลูกพันธุ์ดี อาหารดี น้ำดี ทำให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

นายทับทิม ฉายประดิษฐ์
บ้านเลขที่ 24 หมู่ 7 บ้านอัมพวัน
ตำบลลำคลอง อำเภอเมือง
จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000

เรื่อง/ภาพโดย: ชยาภัสร์ แสงมี จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.ขอนแก่น
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-29°C
เชียงใหม่
23-29°C
นครราชสีมา
23-29°C
ชลบุรี
25-28°C
นครศรีธรรมราช
25-30°C
ภูเก็ต
25-26°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×