เกษตรกรต้นแบบ
"วรวรรณ ธำรงวรางกูร : แป้งกล้วยน้ำว้า ธำรงฟาร์ม แป้งดี ประโยชน์เยอะ"
 18 สิงหาคม 2563   775
จ.นครนายก
เมื่อเลือกแล้ว ก็ต้องอยู่กับมันให้ได้
ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ให้ได้

คำว่า “NEVER GIVE UP” เป็นคติประจำใจทุกอย่างตั้งแต่คุณจอยเรียนหนังสือ ตอนทำงาน หรือตอนทำอะไรที่เจออุปสรรคใหญ่ ๆ เวลาทำอะไรเมื่อตนเองเลือกแล้ว มันถอยหลังกลับไม่ได้แล้ว ถ้าถามว่าทุกวันนี้ท้อไหม จะท้อก็ไม่ได้ อย่างล่าสุดเจอพายุแบบนี้ก็ท้อ ถามว่าแล้วจะทำอย่างไร อย่างแรกเลยคือร้องไห้ พอร้องไห้แล้วจบ คือเมื่อเลือกแล้ว ก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ให้ได้ ทุกวันนี้เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันไป

พื้นฐานคุณจอยเป็นคนที่ชอบธรรมชาติอยู่แล้ว ก่อนที่จะมาทำธำรงฟาร์ม เวลาไปท่องเที่ยวก็จะชอบเที่ยวตามธรรมชาติอยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าถ้าตนเองมีสถานที่หนึ่งที่เป็นเหมือนที่พักผ่อนทุกวัน อย่างเมื่อก่อนตอนทำงาน ก็อยากไปเที่ยวไปพักผ่อน ไปต่างจังหวัด ไปโน่นไปนี่ไปเมืองนอก แต่พอมาทำที่นี่ ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปเลย เคยมีความฝันอย่างหนึ่งคืออยากจะท่องเที่ยวไปทั่วโลก ตอนนี้ความฝันมันหายไปแล้ว ตอนนี้ไม่อยากจะทิ้งที่นี่ไปไหนเลย สามารถอยู่กับที่นี่ได้ทุกวัน เพื่อนยังถามว่าไม่เบื่อเหรอที่จะอยู่ที่นี่ กลายเป็นว่าไม่เบื่อ รู้สึกว่าตนเองมีความสุขกับที่นี่จริง ๆ ดีใจที่ได้เห็นพืชที่เราปลูกขึ้นมา ต้นไม้ที่เราปลูกเจริญเติบโตขึ้นมา แล้วก็รู้สึกว่าที่นี่มันเป็นวันหยุดของตนเองในทุก ๆ วัน มันเติมเต็มมาก ๆ จริง ๆ

สำหรับคนที่อยากกลับบ้านมาทำเกษตร สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือ ใจที่จะเรียนรู้ เพราะเป็นอาชีพที่เรียนรู้ได้ทุกวัน เป็นเหมือนห้องเรียนที่ต้องเรียนไม่มีวันจบ แต่ละครั้ง แต่ละปี แต่ละเดือน แต่ละวัน จะมีอะไรที่ตื่นเต้นเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นต้อง NEVER GIVE UP คืออย่ายอมแพ้ทุกอย่าง ต้องบอกตัวเองว่าเราทำได้ อย่างที่บอกว่าตอนแรกที่บ้านก็ไม่ได้สนับสนุน มีแค่คุณพ่อคนเดียว แต่เรามีความมั่นใจ มีแผน เรียกว่ามีจุดมุ่งหมายของตนเองว่าเราต้องการทำอะไร ฟังเสียงคนรอบข้างไหม ฟังบ้าง แต่ไม่เก็บเอามาเป็นอุปสรรคที่เราจะดำเนินต่อไปได้ แล้วก็ไม่ได้แข่งกับใครแข่งกับตัวเอง แล้วก็ดำเนินมาเรื่อย ๆ พอรักมันอินกับมันก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องกัดฟันทำ

อยากจะให้ทุกคนที่อยากกลับมาทำอะไรที่บ้าน ให้มองก่อนว่าชอบอะไร ทำอะไรได้บ้าง อย่ามองว่าอาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่เหนื่อย เพราะว่าทุกอาชีพเหนื่อยเหมือนกันหมดนั่นแหละ แต่ว่ามันมีจุดสมดุลหนึ่งอย่างที่อาชีพเกษตรกรมอบให้ คือ เขาให้ในสิ่งที่อาชีพอื่นให้ไม่ได้ เมื่อก่อนอยู่กรุงเทพฯ อยากเลี้ยงสัตว์เยอะ ๆ แบบนี้ก็ทำไม่ได้ มันทำให้เราได้ตอบโจทย์ตรงนี้แล้ว ทำให้ได้อยู่บ้านตลอด ได้อยู่กับธรรมชาติ ทำอาชีพอื่นมันไม่สามารถให้แบบนี้ได้

อีกอย่างหนึ่งคือ ได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ พี่สาวก็ได้มีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง ได้ตื่นขึ้นมาดูสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาในทุก ๆ วันได้ทำในสิ่งที่เรารัก ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอาชีพด้วยซ้ำ มันกลายเป็นว่าได้อยู่กับสิ่งที่เรารักจริง ๆ แล้วเลี้ยงชีพเราได้ด้วยก็ทำให้เรามีความสุขด้วย ก็มองว่าทุกคนที่กลับมาเชื่ออยู่แล้วว่ามันทำได้ ถ้าคิดว่าอยากทำแล้วให้กล้าลงมือทำ ถ้าคิดว่าเรายังไม่พร้อมมันจะไม่มีทางพร้อม แต่ว่าถ้าเกิดเรากล้า ขอแค่เรากล้าก่อนเดี๋ยวมันจะมีโอกาส ไอเดียตามมาเรื่อย ๆ

คุณจอยเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด เกิด โต และทำงานที่กรุงเทพฯ เรียนจบนิเทศศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็ไปต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ กลับมาทำงานด้าน Marketing อยู่ที่บริษัทเบอรี่ยูเกอร์ เป็น Management Trainee ดูแลเรื่องการขายและการตลาดทั้งหมด พอทำงานไปสักพักหนึ่ง คุณจอยรู้สึกเครียด อยากจะหาอะไรทำที่ไม่ใช่สายงานเดิม ประจวบกับคุณพ่อมีพื้นที่อยู่เก็บไว้มานานแล้วประมาณ 10 ปี น้องชายก็พาไปดูผักของเพื่อนที่เขาทำสวนผักอยู่ เป็นสถานที่ที่ท่องเที่ยวด้วย คุณจอยเห็นก็ชอบ ก็รอมาพัฒนาพื้นที่ของตนเองให้เป็นสวนผัก เป็นฟาร์มผัก เป็นแหล่งท่องเที่ยวในนครนายก ตอนนั้นพี่สาวของคุณจอยอีกคนกำลังจะเรียนจบด้านการออกแบบสินค้า ออกแบบผลิตภัณฑ์ เขาก็อยากจะมีผลิตภัณฑ์อะไรที่เป็นของตัวเอง แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มมีอายุอยากจะกลับมาใช้ชีวิตหลังเกษียณนอกกรุงเทพฯ พอดี แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งคุณแม่และญาติ ๆ ก็ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่ามันจะลำบาก มีคุณพ่อคนเดียวที่ไม่ว่าลูกจะทำอะไร พ่อก็สนับสนุน จนถึงวันที่สำเร็จคุณแม่ก็ไม่ว่าอะไรแล้ว

หลังจากทำงานประจำมา 4 ปี คุณจอยก็ถึงจุดอิ่มตัว ตัดสินใจลาออกมาทำเกษตรแต่ไม่มีความรู้ด้านเกษตรเลย มีภาพในหัวแล้วก็ไปศึกษาหาความรู้ผ่านหนังสือ หาบทความในอินเตอร์เน็ตอ่าน ก็เจอความหมายของเกษตรอินทรีย์ คุณจอยก็เลยเลือกที่จะทำเกษตรอินทรีย์ ก็เริ่มเปิดคู่มือเกษตรอินทรีย์ว่าทำแบบไหน แล้วก็มาปรับทุกพื้นที่ให้ครอบคลุมกับการที่จะเป็นเกษตรอินทรีย์ แต่ว่าเริ่มจากการไม่รู้ เริ่มจากการมีภาพที่ไม่เหมือนกับเกษตรกรคนอื่น ก็คือมีภาพที่มันสวยหน่อย พอไปเจอแหล่งท่องเที่ยวมาก็ไปทำแบบนั้น คุณจอยลงทุนอะไรหลายอย่างที่สุดท้ายแล้วไม่ได้ใช้หรือไม่ได้เป็นความจำเป็น อย่างแรกเลยคือทำตามอย่างที่เข้าใจ มาปลูกผักทำโน่นทำนี่เปิดหน้าแปลงอย่างเต็มที่เลย เจอปัญหาแรกเลยก็คือคุณจอยทำเกษตรอินทรีย์ก็จริงแต่รอบข้างไม่ได้เป็นอินทรีย์ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องแรกเลยระบบนิเวศมันยังไม่ได้ ตอนมาพื้นที่เป็นที่นาเก่าเป็นพื้นที่โล่ง คุณจอยก็ขุดบ่อมาถมที่ กลายเป็นว่าพอรอบข้างฉีดยาพื้นที่ของคุณจอยก็ได้ยามาด้วย รอบข้างฉีดยา แมลงก็จะมาทางคุณจอยทั้งหมด กลายเป็นว่าผักที่ปลูกรอบแรกเริ่มดีหน่อย แต่รอบที่สองรอบที่สามเริ่มไม่นิ่งแล้ว เริ่มเก็บได้บ้างไม่ได้บ้าง จนสุดท้ายฝนตกหนัก จากดินเคยเป็นท้องนาเป็นดินเหนียวอยู่แล้วมาปรับก่อนที่จะมาปลูกผัก ก็ใช้วิธีแกล้งดินของในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังไงมันก็ยังสู้กับฝนที่ตกหนักมาก ๆ ไม่ได้ พอดินมันเหนียวรากผักก็ไม่เดิน แมลงก็มาลงเพราะผักอ่อนแอ ก็เลยกลายเป็นว่าไม่ได้ผลผลิตเลย แล้วหญ้าก็ขึ้นเร็วมาก แล้วก็ใช้ยาฆ่าหญ้าก็ไม่ได้เพราะตั้งใจจะทำเกษตรอินทรีย์ คนงานก็บอกว่าไม่ไหวแล้วขอกลับบ้านเพราะว่าวัน ๆ หนึ่งคนงานไม่ต้องทำอะไรเลย ถอนหญ้าอย่างเดียว ก็รู้เลยว่าถ้ายังทำแบบนี้ต่อไป หนึ่งเลยคือเลี้ยงตัวเองไม่ได้ เลี้ยงคนงานก็ไม่ได้ด้วย จะอยู่อย่างไรถ้าเป็นอย่างนี้ มันก็เลยเป็นที่มาว่าต้องย้อนกลับมาดูตัวเองแล้วว่าพลาดอะไรตรงไหน ตอนแรก ๆ ที่มาไม่มีความรู้ด้านเกษตร ก็หาข้อมูลไปเรื่อย ๆ และตนเองก็ชะล่าใจ เพราะว่ารอบแรกที่ออกมาผักสวยมาก พอไปสักพักหนึ่งมันเริ่มไม่ดี พอมันไม่ดีก็เริ่มที่จะเข้าหาเจ้าหน้าที่เกษตรในจังหวัดมากขึ้น แล้วก็ไปเจอโครงการ YFS มาดึงเข้าไปในโครงการ YFS พาเข้าไปสอน ไปดูงานฟาร์มอื่นว่าเขาเป็นอย่างไร เขาทำอย่างไร ก็เลยได้โอกาสมากขึ้น พอได้โอกาสมากขึ้น ก็ได้รู้จักการเกษตรมากขึ้น ก็เลยมาย้อนดูตัวเอง

ในช่วงที่ผักไม่มี เรียกว่าตอนนั้นเจ๊งเลย คนงานกลับบ้าน โอเคจบ เดี๋ยวทำอย่างอื่น เพราะผักไม่มี แต่มันครบหนึ่งปีพอดี กล้วยที่ลงไว้มันเริ่มออกเครือ ลงไว้ตอนแรก 500 กว่าต้น เพราะฉะนั้นเวลาออกมันเริ่มออกใกล้ ๆ กันหมด ก็มานั่งมองว่าจะทำอย่างไรดี กล้วย 500 กว่าเครือ จะไปขายที่ไหน ลูกค้าประจำก็มีแต่ก็ไม่ได้รับได้เยอะมาก ถ้าจะขายส่งมันก็ถูกมาก ก็เป็นเวลาที่คุณจอยมาศึกษาข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าต้องแปรรูปแล้ว แต่จะแปรรูปเป็นอะไรดี ที่บ้านชอบกินกล้วยตากอยู่แล้ว ชอบกินกล้วยเล็บมือนางด้วย แต่ที่สวนมีกล้วยน้ำว้า ก็สังเกตว่ากล้วยตากเวลาที่เรากินนี้มันประมาณลูกหรือสองลูกก็อิ่มแล้ว แต่ถ้ากล้วยเล็บมือนางจะกินได้เรื่อย ๆ มันก็เลยเป็นที่มาว่าจะทำอย่างไรให้กล้วยที่ออกมากินได้เพลิน ๆ เหมือนกล้วยเล็บมือนาง ก็เป็นโจทย์ให้ค่อย ๆ พัฒนา

กล้วยที่แปรรูปมา เริ่มจากการผลิตให้ญาติชิม ให้ลูกค้าประจำชิม เมื่อรู้สึกว่ามันไปได้ ก็เลยขยายกล้วยเพิ่มขึ้น ก็เรียกได้ว่าเพราะไม่มีผัก จึงมีเวลาดูแลกล้วยได้มากขึ้น ก็นำกล้วยมาเป็นพระเอก ปัจจุบันกล้วยเป็นตัวเลี้ยงสวนอยู่ก็คือผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เป็นกล้วยน้ำว้าอบ เป็นตัวเลี้ยงสวนอยู่ ก็ขยายมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันนี้มีห้องผลิตที่อยู่ในฟาร์ม ได้รับมาตรฐาน GMP ของ อย. เป็นห้องผลิตที่ไม่ใหญ่มากแต่ว่าทำตามมาตรฐานทุกอย่าง

ตอนนี้พื้นที่สวนธำรงฟาร์มมีทั้งหมด 45 ไร่ ตอนแรกที่ทำแบ่งออกเป็น โซนผัก โซนผลไม้ โซนกิจกรรม เวลามีคนเข้ามาจะให้อยู่แค่โซนนี้ แต่ปัจจุบันโซนผักหายไปแล้วก็ตั้งใจว่าจะแบ่งส่วนหนึ่งของโซนผักปลูกต้นไม้ใหญ่ทั้งหมดเพื่อที่จะนำดินมาใช้ในฟาร์ม อีกส่วนหนึ่งจะปลูกต้นกล้วยเพิ่มเพราะตอนนี้กล้วยคือพระเอกของสวน

เมื่อเจอพระเอกที่เป็นกล้วยน้ำว้าที่แรกเริ่มไม่ค่อยได้ดูแลเขาเท่าไหร่ พอมองไปกล้วยล็อตแรกที่ปลูกจะปลูกสลับกับมะพร้าว ตั้งใจปลูกกล้วยเพื่อรอมะพร้าวโต เมื่อมะพร้าวโตจะตัดกล้วยทิ้ง แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าทำใจเอาต้นกล้วยออกไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้เขาเป็นพระเอก ต้องมีความดูแลเอาใจใส่เขามากขึ้น เพราะว่าต้องการกล้วยที่สวนกล้วยได้มาตรฐานมาอบ ไม่ใช่ว่ากล้วยทุกลูกจะสามารถนำมาอบได้ ก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มขึ้น ที่นี่จะปลูกกล้วยน้ำว้าอย่างเดียวเป็นน้ำว้าพื้นบ้าน แล้วก็มะลิอ่อง สองสายพันธุ์เท่านั้น ถ้าเป็นแนวข้างบนทั้งหมดจะเป็นน้ำว้าพื้นบ้าน ด้านล่างจะเป็นมะลิอ่องทั้งหมด ก็แยกให้ชัดเจนเพื่อง่ายในการเก็บ ส่วนกล้วยทั้งหมดเรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนำมาแปรรูปเป็นกล้วยน้ำว้าอบ พอทำกล้วยน้ำว้าอบมาได้สักพักหนึ่ง ก็เห็นว่ามีกล้วยบางส่วนที่เล็กเกินไป บางอันที่ใหญ่เกินไปไม่สามารถนำมาทำกล้วยอบได้ ก็มีผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาเป็นแป้งกล้วยน้ำว้า คือแป้งกล้วยน้ำว้าคนทั่วไปอาจจะรู้จักกันอยู่แล้ว นำมาทำเป็นยาแก้โรคกระเพาะ ด้วยความที่สวนธำรงฟาร์มมีห้องผลิตที่เป็นห้องผลิตอาหาร และโดยส่วนตัวคุณจอยชอบทำขนมทำเบเกอรี่อยู่แล้ว ก็เลยคิดว่ามันน่าจะดีถ้ามีแป้งเป็นของตัวเอง ก็เลยได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมจังหวัดมาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ทุกวันนี้ก็เป็นแป้งกล้วยน้ำว้าอินทรีย์ที่ใช้สำหรับทำขนมโดยเฉพาะ

ตอนนี้ผลิตภัณฑ์หลักที่ได้จากกล้วยของธำรงฟาร์มจะมีสองอย่างคือ กล้วยน้ำว้าอบ และแป้งกล้วยน้ำว้าอินทรีย์สำหรับทำขนม

การดูแลกล้วยทั้งสองสายพันธุ์ไม่ยากจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ง่ายมาก คุณจอยเน้นระบบนิเวศในฟาร์มให้เขาพึ่งพาอาศัยกัน อาจจะมีโรคบ้าง เช่น โรคตายพราย ก็จะป้องกันโดยการย้ายหน่อ จะมีการใช้ไตรโคเดอร์มาก่อนที่จะย้ายหน่อ แล้วก็บำรุงเขา คอยตัดหญ้า คอยดูแลให้น้ำสม่ำเสมอ จะไม่เน้นเรื่องปุ๋ยหรือฉีดไล่แมลง สิ่งหนึ่งที่ธำรงฟาร์มพยายามทำก็คือการสร้างระบบนิเวศน์ให้มันมีความหลากหลาย คือมองไปนี้จะเห็นว่ามีพืชเยอะมาก มีทั้งต้นไม้ใหญ่ มีทั้งดอกไม้ มีทั้งผลไม้หลายชนิดเพื่อต้องการดึงดูดแมลงตัวห้ำตัวเบียนเข้ามา ซึ่งคุณจอยมองว่าตรงนี้มันจะเกื้อกูลกันอยู่ มันจะมีนกแปลก ๆ มีนกเยอะมาก แต่ก่อนที่สวนจะพ่นปุ๋ย เป็นปุ๋ยที่หมักเอง เป็นปุ๋ยก้างปลา แต่ว่าตอนนี้เลิกให้ปุ๋ยเป็นปีแล้ว เตรียมให้เฉพาะเวลาที่ลงหน่อ ก็จะมีขี้เป็ดหมักดินให้ดีใส่ไตรโคเดอร์มาครั้งเดียวเลย ไม่ได้บำรุงเขาแล้ว ให้น้ำปกติเท่านั้น

การปลูกกล้วยต้นหนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 6 - 7 เดือน กล้วยค่อนข้างเต่ง สวนธำรงฟาร์มจะให้เขาสุกเองธรรมชาติ ไม่ต้องไปบ่ม ไม่ได้มีการวางแผนเป๊ะว่าอาทิตย์นี้จะมีกล้วยกี่เครือ แต่ว่ามีการขยายหน่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้มีผลผลิตทั้งปี แต่ปีที่ผ่านมาเจอปัญหา เจอพายุ ทำให้ต้นกล้วยล้มเยอะมาก ผลผลิตขาดไปหลายเดือน จนทุกวันนี้ยังขาดอยู่ แต่กำลังจะกลับมา พยายามปลูกให้มันมีต่อเนื่องทั้งปี อาจจะมีน้อยบ้างเยอะบ้างแต่มีตลอด ปัจจุบันมีอยู่ 1,000 กว่าต้น

ธำรงฟาร์มมีบ่อน้ำเป็นของตัวเอง และใช้น้ำทำเกษตรอินทรีย์ น้ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งห้ามปนเปื้อนสารเคมี คุณจอยขุดบ่อขึ้นมาถมที่ แล้วก็ใช้บ่อตรงนี้กักเก็บน้ำฝนเพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี หลัก ๆ คือใช้เป็นระบบน้ำหยดกับสปิงเกอร์

ในการแปรรูปจะใช้ชื่อธำรงฟาร์มทั้งหมด ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจากที่นี่มีกล้วยอบ ก็จะมีชื่อว่าง่าย ๆ เลยคือ Twelve Hour Dried Banana ก็คืออบ 12 ชั่วโมงก็ใช้อย่างนั้นเลย ส่วนแป้งกล้วยเราก็เขียนว่า Green Banana Baking Flour ก็คือเขียนตรงตัวเลยทุกอย่างภายใต้แบรนด์ธำรงฟาร์มทั้งหมด โดยการแปรรูปที่ธำรงฟาร์มนี่เลย เมื่อก่อนแปรรูปแบบง่าย ๆ แต่ปัจจุบันสินค้าได้ผลตอบรับที่ดี ก็เก็บเงินมาสร้างห้องผลิตเพิ่มเพื่อให้ได้รับมาตรฐาน อย. เพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภคมากขึ้น นอกจากวัตถุดิบที่ได้รับมาตรฐานการรองรับ OGANIC ไทยแลนด์อยู่แล้ว พอแปรรูปออกมาแล้ว ก็จะได้รับมาตรฐานจาก อย. และ ฮาลาลด้วย มีห้องผลิตอยู่ในฟาร์มเลย เรียกว่าพอตัดกล้วยเสร็จก็ส่งเข้าห้องผลิตเลย คือส่งตรงจากฟาร์มเลยไม่ได้ผ่านใคร

ในอนาคต คุณจอยตั้งใจจะทำให้ธำรงฟาร์มยั่งยืนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งเรื่องระบบนิเวศที่ต้องการจะให้มันสมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ส่วนที่สองก็คือเรื่องกล้วย คุณจอยตั้งใจขยายให้เต็มพื้นที่ อาจจะช่วยพัฒนาชุมชนรอบข้างให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น คือซื้อจากเขาเพิ่มขึ้น อีกสิ่งที่มองก็คือ พอขายกล้วยไปได้สักพักหนึ่ง ก็มีต้นไม้มีพันธุ์ไม้เยอะมากในนี้ ก็เริ่มขายพวกหน่อพันธุ์ ตอนนี้มีขายหน่อกล้วย แล้วก็มีขายพันธุ์มะพร้าวที่ปลูก เป็นมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์เตี้ย ก็จะขยายพันธุ์ แล้วก็มีพวกเมล็ดพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศที่ใช้เองในฟาร์ม ก็จะมีแบ่งขาย คือเน้นเรื่องของแบ่งจำหน่ายพันธุ์ไม้ด้วยนอกเหนือจากตัวแปรรูปกล้วย คือทำคู่กันไป

นอกจากนั้น ที่นี่เปิดให้ศึกษาดูงานด้วย ตอนแรกคุณจอยอยากเปิดให้เป็นที่ท่องเที่ยว แต่พอมาทำจริง ๆ แล้ว ค่อนข้างหวงพื้นที่ ไม่อยากให้คนเข้ามาพลุกพล่านเพราะเป็นที่อยู่อาศัยด้วย ก็เลยเป็นฟาร์มปิด รับเฉพาะกรุ๊ปที่จะเข้ามาศึกษาดูงาน ก็จะมีเจ้าหน้าที่ นักเรียน นักศึกษาจากที่ต่าง ๆ เข้ามาศึกษาดูงาน ต้องติดต่อล่วงหน้า กรุ๊ปหนึ่งที่จะรับไม่เกิน 50 คนต่อหนึ่งกรุ๊ป อันนั้นจะเป็นข้าราชการ หรือมหาวิทยาลัยที่ติดต่อเข้ามา แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปที่ผ่านเข้ามาจะเปิดรับแค่ 6 คนต่อ 1 เดือน คือทุกวันเสาร์ต้นเดือนก็สามารถที่จะติดต่อเข้ามา ก็จะพาเดินชมทั้งหมดแล้วก็เล่าความเป็นมาแบบนี้ หรือว่าคุณต้องการรู้อะไรเรียกว่าเราจะแชร์ทุกอย่างเลย อันนี้เราจะรับทุกต้นเดือนแค่ครั้งละ 6 คน

ผลิตภัณฑ์ของธำรงฟาร์ม มีตลาดทั้งหมด 4 ช่องทาง ช่องทางแรกเลยก็คือร้านค้าหน้าฟาร์มที่เปิดบ้างไม่เปิดบ้างตามความสะดวกของเจ้าของสวน อีกช่องทางหนึ่งก็คือช่องทางออนไลน์ ที่เป็นช่องทางหลักเลย ไม่ว่าจะเป็น LINE@, Facebook, Instagram ถ้าสนใจก็สั่งได้ ช่องทางที่สามก็คืออีเวนท์ต่าง ๆ ที่ไปออกในเมือง ถ้าเป็นสมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นตลาดสีเขียวแล้วพวกงานเอ็กซ์โปร หรืองานของกรมส่งเสริมการเกษตร พวกงานเกษตรสร้างชาติ ก็จะเอาผลิตภัณฑ์ของธำรงฟาร์มไปนำเสนอ ส่วนอันสุดท้าย ฝากร้านสุขภาพต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ซึ่งร้านต่าง ๆ อยู่ในทำเลซึ่งลูกค้าของธำรงฟาร์มเข้าถึงได้ แล้วก็มี concept ของร้านที่สอดคล้องกับภาพของธำรงฟาร์ม

การตอบรับของผลิตภัณฑ์ธำรงฟาร์มทั้งหมดไม่มีการค้างสต๊อกเลย ผลิตมาได้เท่าไหร่ขายได้หมด แล้วจริง ๆ ทุกวันนี้ไม่พอขายด้วย ต้องขยายสวนกล้วยเพิ่มแล้ว และเริ่มไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านและชุมชนชาวบ้านแถวนี้ให้ปลูกกล้วยเพื่อส่งให้กับฟาร์มเพื่อจะได้มีวัตถุดิบที่มากขึ้น แต่กล้วยของชาวบ้านที่ฟาร์มลงไปคุย จะเน้นชาวบ้านที่อยู่บ้านที่มีอายุหน่อย ที่เขาไม่ได้ทำอะไร ก็ไปให้ความรู้เขา ไปสอนเขา ส่วนใหญ่เขาจะปลูกกล้วยเป็นอยู่แล้ว แต่ที่เขาไม่ปลูกกันก็คือไม่มีที่ขาย ทางฟาร์มก็จะรับทั้งหมด เขาก็จะนำมาส่งที่หน้าฟาร์มได้เลย แล้วจะเป็นหมู่เดียวกัน กระแสตอบรับส่วนใหญ่ก็เรียกว่าดีมากเกินคาด ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำ ซื้อแล้วก็จะซื้อซ้ำเรื่อย ๆ

ราคาของผลิตภัณฑ์ธำรงฟาร์ม ถ้าเป็นกล้วยอบ กิโลกรัมละ 580 บาท รวมจัดส่ง ถ้าเป็นแป้งกล้วยถุงหนึ่ง 700 กรัมราคา 550 บาท ถามว่าทำไมราคาดูค่อนข้างสูง ถ้ามาดูกระบวนการผลิตแล้วจะรู้ว่า กว่ามันจะออกมากล้วยหนึ่งกิโลหรือว่าแป้งกล้วยหนึ่งถุงนี้ มันใช้กล้วยเยอะมาก ๆ เพราะว่าทางฟาร์มคัดกล้วยตั้งแต่ปลูกกล้วย อันไหนไม่ดีธำรงฟาร์มไม่ใช้ อีกอย่างหนึ่งคือกระบวนการ กรรมวิธีทั้งหลาย เรียกว่าใส่ใจทุกขั้นตอนจริง ๆ ไม่ใช่ว่าปอกเสร็จอบ อบไปแล้วขายเลย เพราะมีการล้างชำแหล่ะอย่างดี

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ธำรงฟาร์มก็คือ ถ้าเป็นกล้วยอบอย่างแรกคือกล้วยน้ำว้าอินทรีย์ที่ใช้มาจากที่ฟาร์มเท่านั้นไม่ได้ไปหาซื้อมาจากที่ไหน อันที่สองเลยก็คือทางฟาร์มทำจนรู้ว่าจะต้องใช้เขาตอนไหนให้อบออกมาแล้วสีสวย ไม่หวานจนเกินไป เพราะไม่ได้ผสมอะไรเลย คือมีกลิ่นหอมของกล้วยยังอยู่ ส่วนแป้งกล้วยนี้อย่างแรกเลยคือไม่ขัดสี ขาวสะอาดเหมือนแป้งสาลีเพราะไม่ได้ผ่านกระบวนการอะไรเลย เอากล้วยมาอบมาผ่านกระบวนการทำให้เป็นแป้งแต่ไม่มีกระบวนการทางด้านเคมี แป้งนี้เหมาะกับพวกที่แพ้กลูเตน คนที่แพ้สาลีจะทานแป้งกล้วยได้ แป้งกล้วยนี้เขามีไฟเบอร์สูงทานแล้วจะอยู่ท้อง เขามีน้ำตาลน้อยกว่าพวกแป้งสาลี เพราะฉะนั้นคนที่เป็นเบาหวาน หรือว่ามีปัญหาเรื่องโรคกระเพาะจะทานได้ หากใครสนใจสามารถเข้ามาที่เพจธำรงฟาร์มได้ หรือจะแอดไลน์แอดธำรงฟาร์ม สามารถสั่งซื้อได้เลย เพราะที่นี่เน้นออนไลน์อยู่แล้ว

ตอนนี้สิ่งที่ได้เลยคือ ออแกนิกไทยแลนด์ เป็นมาตรฐานอินทรีย์ของประเทศไทย ห้องผลิตของธำรงฟาร์มก็ได้รับมาตรฐานของ อย. แล้วก็มีฮาลาลด้วย นอกจากนั้นก็ได้โอกาสจากที่อื่น ๆ อีกมากมาย อย่างเช่น ในโรงเรือนจะมีเทคโนโลยีผลิตของสมาร์ทฟาร์มที่สนับสนุนโดยดีแทค แล้วเคยได้รับเลือกให้ไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่นเอาสินค้าไปกล้วยอบไปเสนอ นอกจากนั้นได้รับเลือกให้ไปออกงานเกษตรสร้างชาติทุกปี แล้วก็เป็น YFS ต้นแบบของนครนายก

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

คุณจอย - วรวรรณ ธำรงวรางกูร ที่อยู่ ธำรงฟาร์ม 82 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 26000 FB.ธำรงฟาร์ม จ.นครนายก - Organic Farming

เรื่อง/ภาพโดย: นนท์ ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-32°C
เชียงใหม่
20-30°C
นครราชสีมา
21-23°C
ชลบุรี
23-29°C
นครศรีธรรมราช
23-29°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×