เกษตรกรต้นแบบ
"อนุวัฒน์ สุขศรี : ต้นแบบการเลี้ยงสัตว์พอเพียง เคียงข้างชุมชน"
 24 พฤษภาคม 2559   128
จ.ประจวบคีรีขันธ์
ความมุ่งมั่น ขยัน พยายาม
นำมาซึ่งความรู้และความสำเร็จ

พี่อนุวัฒน์เป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดีเป็นกันเองกับทุกคน

สิ่งที่เด็กบ้านนอกหลายๆคนมุ่งหวังและไฝ่ฝัน คือการได้ออกไปท่องโลกกว้าง ได้ทำงานในเมืองใหญ่ ท่ามกลางแสงสีและผู้คนมากมาย ได้แต่งตัวดีๆ ทำงานดีๆ มีเงินเดือนสูงๆ ไม่ต้องทนตรากตรำเป็นเกษตรกรเหมือนคนรุ่นก่อนๆ ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดของผู้ชายคนหนึ่งโดยสิ้นเชิง เพราะสิ่งแรกที่อยู่ในความคิดของเขา หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปลายในชุมชนบ้านเกิด นั่นคือ ทำอะไรก็ได้ ขอแค่ให้ได้อยู่ในบ้านเกิด ได้ดูแลคนในครอบครัว ได้อยู่กับชุมชนที่เขารัก ได้มีอาชีพสุจริตเลี้ยงตัวเองได้ และสิ่งแรกที่เขาคิดและทำทันที นั่นคืออาชีพเกษตรกร เพราะเป็นอาชีพที่คุ้นเคยสืบทอดมายาวนาน และเชื่อมั่นว่าอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ไม่แพ้อาชีพอื่นๆเลย และสิ่งที่ชอบและถนัดที่สุดนั่นคือการเลี้ยงสัตว์ เขาใส่ใจ ขยันหมั่นเพียร เป็นมิตรและคอยช่วยเหลือทุกๆคนจนได้รับยกย่องจากคนในพื้นที่ให้เป็นต้นแบบของการเลี้ยงสัตว์แบบพอเพียงของชุมชน และได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำชุมชนหลายตำแหน่ง จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เขาก็คือ อนุวัฒน์ ศรีสุข เกษตรกรคนเก่งในวัย 50 ปี ต้นแบบในการเลี้ยงสัตว์แบบพอเพียง ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หลักคิดในการใช้ชีวิต

แนวคิดสำคัญที่อนุวัฒ์ ศรีสุขหรือพี่วัฒน์ ยึดเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนทำให้ชีวิตและครอบครัวได้ค้นพบความสุขที่แท้จริงนั่นก็คือ ความพอเพียง ความขยันหมั่นเพียร ความมุ่งมั่น ตั้งใจทำอะไรแล้วก็ใช้ความอดทนทำให้ถึงที่สุด อย่าล้มเลิกและถอดใจง่ายๆ หากยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะการเริ่มต้นใหม่บ่อยๆ จะทำให้เสียเวลาและเกิดความท้อแท้ได้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่ทำอยู่เสมอ และวางแผนสิ่งที่จะทำให้ดีก่อนที่จะลงมือทำอยู่เสมอ

แนวคิดในการใช้ชีวิตอีกประหนึ่งของพี่วัฒน์ นั่นก็คือ การที่เราได้เกิดมาและเติบโตอยู่ในชุมชน ก็ควรจะสำนึกรักในบ้านเกิด สำนึกรักในชุมชนที่เราอยู่ และช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน คนในชุมชนจะได้มีความสุข ชุมชนก็จะเข้มแข็ง เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กรุ่นหลังๆ ที่จะเติบโตอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุข และไม่ละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ด้วยแนวคิดดังกล่าวทำให้พี่วัฒน์ เป็นที่รักใคร่ของคนในชุมชน ทำให้ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ใส่ใจรายละเอียดกับงานด้วยความรัก

ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร

ปัจจุบัน พี่วัฒน์ ทำการเกษตรแบบผสมผสาน ทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไป แต่สิ่งที่ทำมาตั้งแต่เริ่มประกอบอาชีพเกษตรกร นั่นคือการเลี้ยงสัตว์ โดยจะเลี้ยงในรูปแบบผสมผสาน หลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน แต่จะแยกออกเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว โดยในฟาร์มหรือในสวนจะมีการเลี้ยงสัตว์ 3 ชนิด คือสุกร โคขุน โคแม่พันธุ์ และไก่ไข่ โดยเลี้ยงแบบง่ายๆ แต่ได้ผล เน้นความพอเพียง เลี้ยงไม่มากแต่เลี้ยงให้หลากหลายชนิด เน้นการดูแลใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ และรู้จักหาวิธีลดต้นทุน เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสุกร ซึ่งหากเลี้ยงในระบบฟาร์มมาตรฐานจะต้องใช้ต้นทุนสูงและมีการจัดการฟาร์มที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่สำหรับสุกรของพี่วัฒน์นั้น มีการจัดการในหลายๆ ส่วนที่ช่วยลดต้นทุนในการผลิต โดยเฉพาะเรื่องยารักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคท้องเสียถ่ายไม่เป็นก้อน ทำให้มูลสุกรมีกลิ่นเหม็นกว่าปกติ ซึ่งพี่วัฒน์ได้แนะนำวิธีการใช้พืชที่มีอยู่ใกล้ๆตัวอย่างกล้วยน้ำว้าและผลละมุด มาให้สุกรกินเพื่อรักษาอาการดังกล่าว โดยไม่ต้องพึ่งพายาปฏิชีวนะให้สิ้นเปลืองต้นทุน โดยวิธีการก็คือ นำผลกล้วยแก่และผลละมุดแก่ มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำในปริมาณที่เท่ากัน คลุกเคล้าให้ทั่ว แล้วนำไปให้สุกรในคอกที่มีอาการท้องเสียถ่ายไม่เป็นก้อนกิน พยายามให้กินบ่อยๆ จะสังเกตได้ว่าอาการจะค่อยๆดีขึ้นและหายเป็นปกติ โดยไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด และสำหรับส่วนของการจัดการฟาร์มในการแก้ปัญหาในส่วนของมูลสุกรที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน พี่วัฒน์ได้ลองผิดลองถูกจนค้นพบวิธีจัดการกับกลิ่นสุกรไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน และยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยการสร้างบ่อรองรับของเสียและมูลของสุกรไว้ด้านหลังสองบ่อ บ่อแรกปล่อยของเสียที่ได้จากการทำความสะอาดคอกหรือฟาร์มสุกรลงมาทั้งหมด จากนั้น ตักตะกอนของมูลสุกรไว้ข้างบ่อ ไม่แช่ไว้ในบ่อนาน จะช่วยลดกลิ่นได้ระดับหนึ่ง จากนั้นดูดน้ำจากบ่อแรก ไปพักไว้บ่อที่ 2 ซึ่งบ่อที่สองจะเป็นน้ำที่แทบจะไม่มีกลิ่นและตะกอนเลย สามารถนำไปใช้รดน้ำต้นไม้ต่างๆในสวนได้โดยไม่มีกลิ่นและเชื้อโรคหรือพาหะนำโรคต่างๆรบกวน ทำวิธีการนี้เป็นประจำจะช่วยให้ฟาร์มสุกรไม่มีกลิ่นมูลรบกวน และยังน้ำปุ๋ยคุณภาพไว้ใช้สวนอีกด้วย ในส่วนของสุกรที่ป่วยเป็นไข้ หรือเป็นหวัด พี่วัฒน์ก็จะใช้วิธีการนำสมุนไพรต่างๆที่มีคุณสมบัติแก้ไข้แก้หวัดมาสับผสมกับอาหารให้สุกรกินเพื่อช่วยลดต้นทุนค่ายาปฏิชีวนะที่มีราคาแพง เช่นต้นฟ้าทลายโจร ต้นหญ้าลูกใต้ใบ เป็นต้น ซึ่งใช้ได้ผลดีเช่นกัน แต่การรักษา ก็ไม่ได้ดีไปกว่า การป้องกันไว้ก่อน พี่วัฒน์ได้แนะนำถึงการจัดการฟาร์มในส่วนของการทำความสะอาดคอก และวิธีการอาบน้ำสุกร ไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็นไข้หรือเป็นหวัด โดยมีวิธีการแตกต่างกันไปตามช่วงฤดูกาลหรือสภาพอากาศ สำหรับช่วงฤดูหนาว ให้อาบน้ำและทำความสะอาดคอกเพียงวันละ 1 ครั้ง เฉพาะช่วงเย็นหลังจากสุกรกินอาหารและถ่ายมูลเรียบร้อยแล้ว และพยายามฉีดล้างคอกโดยไม่ให้ต้องอาบน้ำ หรือไม่ให้น้ำโดนตัวสุกร เพราะโดยปกติสุกรจะไม่ชอบความสกปรก หากมีการจัดการความสะอาดคอกที่ดี ตัวสุกรก็จะไม่สกปรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สุกรเล็กที่เพิ่งเริ่มนำเข้าขุน ในช่วงฤดูหนาวหากเป็นไปได้ ไม่ควรให้โดนน้ำตอนทำความสะอาดคอก เพราะยังมีภูมต้านทานต่ำและป่วยได้ง่ายกว่าสุกรรุ่น หรือสุกรโตสำหรับช่วงฤดูแล้งสุกรจะร้อนและเกิดภาวะความเครียดได้ง่าย จึงควรล้างทำความสะอาดคอกและอาบน้ำให้วันละสองรอบ รอบแรกช่วงสายๆถึงช่วงเที่ยง และรอบที่สองประมาณห้าโมงเย็น

เนื่องจากเป็นช่วงที่สุกรกินอาหารเสร็จเรียบร้อยและส่วนใหญ่จะถ่ายมูลและขับถ่ายของเสียเรียบร้อยแล้ว คอกสุกรจะได้สะอาด สุกรเองก็จะไม่เกิดความเครียดและมีสุขภาพที่ดีด้วย
สำหรับสัตว์ชนิดอื่นๆที่พี่วัฒน์เลี้ยงไว้ ไม่ว่าจะเป็นโคเนื้อ โคแม่พันธุ์ รวมถึงไก่ไข่ ก็มีการดูแลใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างสม่ำเสมอ รู้จักสังเกต และดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างดี ทำให้สัตว์ที่เลี้ยงไว้ทุกตัวมีความแข็งแรง และดูมีความสุขทุกตัว นับว่าพี่วัฒน์ เป็นเกษตรกรคนขยันอีกหนึ่งคน ที่น่าเอาเป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่ง

มีความสุขกับสิ่งที่ทำ ภูมิใจกับสิ่งที่มี

เกียรติประวัติและผลงาน

พี่วัฒน์เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในแนวคิดและมีอุดมการณ์ชัดเจนในการสร้างอาชีพและสร้างงานเกษตร ในชุมชนบ้านเกิดให้มั่นคง โดยเฉพาะ อาชีพการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีใจรักมาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา พี่วัฒน์ประกอบอาชีพด้วยความขยันหมั่นเพียร มีความอดทนลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จในการเลี้ยงสัตว์หลายๆชนิด ควบคู่ไปกับการทำเกษตรแบบผสมผสาน และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต และคอยแนะนำช่วยเหลือและให้กำลังใจชาวบ้าน ให้ความรู้และแนวคิดต่างๆกับเกษตรกรในชุมชนบ้านเกิดมากว่าครึ่งชีวิต ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาจจะไม่มีโล่เกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ และใบประกาศเกียรติคุณอะไรมากมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้ชื่นชม แต่สิ่งที่ได้รับมันมีค่ามากกว่านั้นมากมาย นั่นคือการได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เป็นผู้ใหญ่บ้านถึง 5 ปีเต็ม และได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลธงชัย 3 สมัยติดกันจนถึงปัจจุบัน รวมถึงได้รับการยกย่องและเคารพรักจากคนในชุมชนให้เป็นต้นแบบในการเลี้ยงสัตว์ การทำเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และที่สำคัญเป็นต้นแบบที่ดีในการใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างยั่งยืน

การเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสานทำให้มีรายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวตลอดปี

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

คุณอนุวัฒน์ ศรีสุข
บ้านเลขที่112/1 บ้านหนองมงคล
หมู่ที่7 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน
จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77140

เรื่อง/ภาพโดย: อรรถพงศ์ ศักนา จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.ชุมพร
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-30°C
นครราชสีมา
24-32°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
23-32°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×