เกษตรกรต้นแบบ
"วีระ สรแสดง : เกษตรกลางกรุง Res Q Farm ทำเกษตรในเมืองอย่างไร ให้มีรายได้หลักแสน"
 08 กรกฏาคม 2563   904
จ.กรุงเทพมหานคร
เวลาคิดอะไรต้องคิดกลับหัว
คิดย้อนกลับด้าน
มันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า...

สิ่งที่คุณโบ้ยึดถือในการดำเนินชีวิต คือ เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นปรัชญาแนวคิดในการใช้ชีวิต ที่บอกให้รู้ว่าพอเพียงในแต่ละคนไม่เท่ากัน ต้องเข้าใจว่าพอเพียงของคนรวยกับคนจนต่างกัน แต่สำคัญที่ถ้าเรามีความสุขกับมัน รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำทั้งหมดมันมีความสุข ถ้าเราแบ่งปันความสุขกับผู้คนได้แล้วเขาก็สุข ต่างคนต่างก็สุข มันก็เป็นสิ่งแวดล้อมที่เป็นสุข มันก็ทำให้เราเป็นสุขแค่นั้นเอง

การทำฟาร์มทดลองแห่งนี้สร้างประกายแห่งความหวังที่เขามองว่าเขาจะไปสร้างงานสร้างอาชีพได้หรือไม่ ถ้าที่นี่สร้างงานสร้างอาชีพให้คุณได้ นั่นคือความสุขของคุณโบ้แล้ว เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด คุณโบ้เชื่อว่าวันหนึ่งมันจะกลับมาเอง และวันนี้มันก็ทยอยกลับมา มันค่อย ๆ กลับมา แต่คุณโบ้อยากให้พี่น้องทุกคนคอยดูต่อไปดีกว่าว่าสิ่งที่คุณโบ้ทำทั้งหมดมันจะได้อะไรกลับคืนมา ขอให้รอดูกันนาน ๆ

คุณโบ้สร้างตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ก็มีความภูมิใจระดับหนึ่ง สิ่งคุณโบ้อยากทำตอนนี้คือการถ่ายทอดแรงบันดาลใจต่างหากว่าทำไมถึงได้ทำอย่างนี้ อย่ามาดูตอนเขามีเงิน ตอนสำเร็จ แต่ให้ดูว่าจากเด็กยากจนคนหนึ่ง เด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงมีวันนี้เพราะอะไร หาเหตุผลว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ ไม่ใช่บอกว่าวันนี้มีเงินก็ทำได้

การทำการเกษตรของคุณโบ้นั้น เวลาคิดอะไรต้องคิดกลับหัว คิดย้อนกลับด้าน บางทีเราเดินตามกรอบตามวิถีที่เราเรียนมามากจนเกินไป จริง ๆ ผลลัพธ์เรารู้อยู่แล้ว แต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าเรามีโอกาสทำอย่างนั้นได้อย่างนั้นน้อยมาก แต่ว่าลองคิดกลับอีกด้านหนึ่งว่า ถ้าเกิดไม่ทำอย่างนี้ ถ้าทำอีกแบบหนึ่งที่เป็นทางของเราเอง มันน่าจะได้ผลดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็นทางของเรา มันเป็นทางที่เราเลือกแล้วเราชอบเราถนัด มันเป็นเรื่องของวิธีคิดต่างหาก คุณไม่จำเป็นต้องเดินตามแนวที่เขาวางไว้ คุณโบ้เชื่อว่าทางออกมีมากกว่าหนึ่งทางเสมอ ดังนั้นอย่าไปกลัวเลยทางตัน ไม่มีหรอกทางตัน แต่ว่าคุณจะไปทางไหนเท่านั้นเอง คุณจะตีเมืองเข้าเมืองหนึ่ง มันไม่ใช่ตีเข้าประตูหน้าประตูเดียว ต้องมีทางออกมากกว่าหนึ่งทาง ลองดูเอาแนวคิดนี้ไป แล้วไปหาจุดอ่อนจุดแข็งของธุรกิจดูว่าตัวเองจะทำอะไร

คุณโบ้ - วีระ สรแสดง เจ้าของ Res-Q Farm ฟาร์มที่สร้างขึ้นมาเพราะอยากจะใช้ชีวิต Slow Life

และเมื่อจะใช้ชีวิตแบบ Slow Life คุณโบ้ก็มองว่าวิถีแห่งเกษตรเป็นอาชีพที่น่าจะเรียกว่า Slow Life ก็เลยซื้อที่แปลงหนึ่ง ๆ ไปทำการเกษตรเพื่อเป็นการทดลอง ก่อนใช้ชีวิตจริง ๆ ในตอนเกษียณ

คุณโบ้จบศิลปะมาจากเพาะช่าง เมื่อเรียนจบเคยทำงานเป็นฝ่ายศิลป์อยู่เซ็นทรัล 5 ปี แล้วก็ไปเป็น Promotion Manager อีก 5 ปี แล้วก็มาเปิดบริษัททำออแกไนซ์เซอร์เองอยู่สิบกว่าปี

จากที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเกษตรเลย คุณโบ้จำเป็นต้องปรับตัว ต้องเรียนรู้เรื่องการเกษตร ก็เลยทำ Res-Q Farm เป็นห้องทดลอง นั่นคือหัวใจของการทำฟาร์มนี้เลย เน้นหนัก ๆ เป็นเรื่องการทดลอง ไม่ได้เน้นเรื่องของการขายผลผลิตและหารายได้ แต่มุ่งเน้นในการทดลองเป็นหลัก และเปิดให้คนเข้ามาดูเพราะอยากให้คนเข้ามาช่วยแชร์ความรู้ที่ได้ทำไป และใครที่ไม่เคยทำเกษตรเลย ไม่เคยเรียนรู้การเกษตรเลยคุณโบ้เชิญชวนให้เข้ามาได้ เพราะฟาร์มนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ถ้าใครที่เคยมาฟาร์มนี้แล้วจะเห็นว่า ฟาร์มนี้วันแรกกับวันนี้ต่างกันเยอะมาก เดือนที่แล้วกับเดือนนี้ก็ต่างกัน และพรุ่งนี้มันจะต่างไปอีก ดังนั้นที่นี่จะปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ดังนั้นใครที่อยากมาต้องรีบเข้ามาชม ก่อนที่คุณโบ้จะเปลี่ยน เพราะคุณโบ้จะเป็นคนเปลี่ยนง่าย พร้อมพัฒนารูปแบบตลอดเวลา

ตอนนี้ Res-Q Farm มีขนาด 9 ไร่อยู่ในกรุงเทพฯ คำว่า 9 ไร่ต่างจังหวัดมันเล็กมาก แต่ 9 ไร่ในกรุงเทพฯ นี่ใหญ่มากเลยทีเดียว ดังนั้นที่สำคัญฟาร์มนี้ยากที่สุดคือ ฟาร์มนี้ไม่มีแหล่งน้ำเลย แต่สามารถมีน้ำใช้ได้ทั้งฟาร์ม ฟาร์มนี้ไม่ใช้ไฟฟ้าเลย แต่สามารถมีพัดลม มีปั๊มน้ำ มีทุกอย่างได้ทั้งฟาร์ม

ที่ Res-Q Farm ปลูกพืชแบ่งออกเป็นสองแบบ คือ เมล่อนกับสลัด เหตุที่เป็นสองพืชนี้เพราะคุณโบ้ไปศึกษามาก่อนว่าพืชอะไรที่คนสนใจ เวลาคนเริ่มจะปลูกผักนึกถึงอะไร คุณโบ้นึกถึงสลัด ก็เลยทำการปลูกผักสลัดเลย ส่วนผลไม้ คนจะนึกถึงผลไม้ที่ปลูกพวกตระกูลแตงก็นึกถึงเมล่อน คุณโบ้ก็ปลูกเมล่อนเลย หลังจากปลูกมาสองสามปีที่ คุณโบ้รู้สึกว่าการทำแบบนี้วิธีไหนที่จะลดต้นทุนได้มากที่สุด จึงเกิดการทำฟาร์มค่าไฟศูนย์บาทขึ้น เพราะนี่คือการลดต้นทุนด้านการผลิตวิธีหนึ่ง เพราะว่าอะไร เพราะว่าปัจจัยการผลิตที่เป็นต้นทุนเรื่องของไฟฟ้าเป็นหัวใจหลักของการทำฟาร์มเลย สำหรับคนที่ใช้น้ำมันก็คือน้ำมัน แต่สำหรับคนที่ใช้ไฟฟ้าคือไฟฟ้าเลย แต่ที่นี่ใช้ทั้งสองอย่าง คุณโบ้สามารถบริหารจัดการฟาร์มได้มีระบบทั้งเป็นโรงเรือนอัตโนมัติ กึ่งอัตโนมัติ ทุกอย่างใช้ไฟฟ้าทั้งหมด แต่ไฟฟ้านั้นผลิตเอง

การที่คุณโบ้สามารถทำให้ Res-Q Farm เป็นฟาร์มค่าไฟ 0 บาทนั้น ไม่ได้มีความรู้ทางไฟฟ้ามาอีกเช่นกัน อาศัยว่าตอนเด็ก ๆ เป็นคนที่เรียกว่าบ้านยากจน ไม่มีของเล่น ของเล่นที่จะได้เกิดจากญาติที่อยู่ในกรุงเทพฯ ส่งมาให้ จะหักจะพังมันบังคับไม่ได้แล้ว เขาก็จะส่งไปให้เล่น ได้รถมาคันหนึ่งวิ่งไม่ได้แล้วก็แกะมอเตอร์มาตัวหนึ่ง เอาถ่านมาอันหนึ่ง แล้วก็ต่อ แล้วก็ทำให้มันหมุน แล้วเอามาทำเป็นเรือ ก็ปล่อยให้มันไหล แล้วก็ใส่หางเสือวิ่งวนอยู่ในอ่างน้ำ รู้สึกมีความสุข รู้สึกว่าการที่เอาล้อรถ ยางรองเท้ามาตัดเป็นล้อแล้วใส่อะไรทำให้มันเข็นได้ รู้สึกสนุกสนานกับมันไป ดังนั้นที่นี่คุณโบ้ไม่ได้ใช่ความรู้ด้านวิศวะทางด้านช่างมากนัก แต่เป็นการ DIY ก็คือ Do It Your Self ทำด้วยตัวเอง ทำแก้ไขไปเรื่อย ๆ มันไม่ดีจะต้องทำอย่างไร โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ข้อดีก็คือ Social media มันมีผลในการเข้ามา ทำให้พอมันติดปัญหาอะไร ก็เปิดเข้าไปดูเลยว่าทำอย่างไร ดูสามคลิปสี่คลิปเพราะแต่ละคลิปไม่เหมือนกัน ก็ได้ความรู้มาทำต่อได้ คุณโบ้บอกเลยว่าคุณโบ้เป็นตัวแทนของคนขี้เกียจและคนโง่ ดังนั้นไม่ต้องฉลาดนัก แต่อย่ายึดติดกับความรู้ที่มีอยู่ ละลายพฤติกรรมละลายตรงนั้นออกไปเลย ทิ้งไปเลยความรู้เก่า ๆ ไม่ต้องไปสนใจมันเลย เอาสิ่งที่ใหม่ ๆ มา แล้วนำมา ค.ว.ย. คือ คิด วิเคราะห์ และแยกแยะ แล้วก็รังสรรค์มันขึ้นมาใหม่ เน้นในเรื่องของการประดิษฐ์ ไม่ใช่เป็นการลอกเลียนแบบ เป็นการประดิษฐ์ใหม่

พูดถึงการจัดการน้ำของฟาร์มนี้ ใช้แนวคิดจากศาสตร์พระราชาล้วน ๆ ที่ Res-Q Farm ใช้สี่ข้อแนวคิดในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ เขื่อน ฝาย แก้มลิง และคลองไส้ไก่ คุณโบ้มีที่อยู่แปลงหนึ่งที่เขื่อนลำตะคอง เจอบ่อน้ำบ่อหนึ่งที่เขาสูบน้ำขึ้นไปเก็บบนหลังเขื่อนตอนที่พลังงานไฟฟ้าเหลือ แล้วตอนที่ไฟฟ้าไม่พอเขาปล่อยน้ำนั้นลงมาเพื่อให้ปั่นกระแสไฟ เพื่อจะเอาพลังงานไปใช้ตอนที่พลังงานขาด แนวคิดนี้อัจฉริยะมาก นี่คือแนวคิดของในหลวง เขาเรียกว่าพลังงานย้อนกลับ ตอนที่เหลือก็นำไปใช้สูบน้ำขึ้น ตอนที่ไม่พอก็ปั่นไฟ สิ่งนี้จุดประกายให้คุณโบ้มาก ที่ Res-Q Farm นำหลักการนี้มาใช้ คือเอาพลังงานฟรีสูบน้ำขึ้นที่สูงเรียกเขื่อน ปล่อยน้ำลงมาติดฝายชะลอน้ำเก็บน้ำที่ปลายน้ำเรียกแก้มลิง แล้วใช้คลองไส้ไก่ในการเชื่อมโยงแหล่งน้ำ ดังนั้นเขื่อน ฝาย แก้มลิง คลองไส้ไก่ที่นี่ใช้ครบ ที่นี่ไม่มีแหล่งน้ำ ก็เอาน้ำเสียจากคลองกีบหมู ไปตั้งปั๊มเลย สูบน้ำกันมาทุกวัน 50,000 ลิตรต่อชั่วโมง สูบทุกวัน หน้าฝนน้ำจะเกิน หน้าแล้งน้ำจะพอดี น้ำเสียมาบอกด้วย เปลี่ยนน้ำเสียเป็นน้ำดี ดีขนาดไหน ดีขนาดลองไปถามปลาดู บ่อที่เราอยู่รอบ ๆ มีปลาคาร์พอยู่ทุกบ่อ เป็นตัวชี้วัดว่าปลาคาร์พอยู่ได้แสดงว่าน้ำที่นี่คุณภาพดี

ที่นี่องค์ความรู้เยอะแล้วสอนกว้าง ๆ แล้วสรุป ใครอยากรู้อะไรเอาโจทย์มาเลย ถามคุณโบ้ตรง ๆ เลย เขาจะได้มีแรงบันดาลใจก่อนว่าเขาจะทำอะไร กลับไปแล้วค่อยส่งการบ้านคุณโบ้อีกที

ส่วนคาเฟ่เกิดจากคนที่มาเยี่ยมชมเป็นคนร้องขอให้ทำ เพราะว่าถ้าใครที่เข้ามาฟาร์มจะรู้ว่าสามปีที่ผ่านมา Res-Q Farm ไม่เคยคิดจะทำคาเฟ่เลย ไม่เคยคิดจะทำร้านอาหารเลย เพราะว่าอาชีพคาเฟ่และร้านอาหารคุณโบ้คิดว่าเป็นอาชีพที่เป็นขี้ข้า ทำงานขี้ข้าทั้งชีวิต แต่คนที่เข้ามา เขาไม่มีอะไรจะกิน เขาเดินในฟาร์มเนื่องจากมันใหญ่ 9 ไร่ใช้เวลาตั้งสามชั่วโมง มา 9 โมงก็ เที่ยง พอดี เพราะฉะนั้นหมายความว่าเราจะขายก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ น้ำตก ร้านแถว ๆ นี้มีหมด แต่ฟาร์มนี้บรรยากาศสวย คุณโบ้จึงทำคาเฟ่ที่มีโจทย์ว่าห้ามขายอะไรที่เหมือนกับชุมชน มันคือโจทย์เลยตั้งแต่วันแรก ก็เลยสรุปว่าพวกพิซซ่า สเต็ก ซึ่งสเต็กไม่มีขายตอนกลางวันไม่มีขายแน่นอน เพราะร้านสเต็กปกติแฟรนไชส์ใหญ่ ๆ เขาจะขายตอนเย็น ร้านพิซซ่าก็ส่วนใหญ่อยู่ในห้าง หาสเต็กกินหาร้านสวย ๆ นั่งไม่มี จึงได้เปิดร้านอาหาร แล้วก็ทำให้มันดีหน่อย ให้มันสวยหน่อย ทำเป็น Work space ไปเลย ที่นี่ปล่อยไวไฟฟรี ให้คนมานั่งแอร์ฟรี ค่าไฟศูนย์บาทอยู่แล้ว ก็ผลิตไฟใช้ด้วย ไฟหลวงด้วยก็ใช้ ๆ กันไป

และการที่หลายคนรู้จักที่นี่ เพราะเป็นการวางจุดยืนของตัวเอง ถ้าวันนี้ Res-Q Farm ปลูกเมล่อนไม่มีใครมาแน่ ถ้าปลูกสลัด ก็ไม่มีใครมา แต่ถ้าบอกว่าที่นี่เป็นฟาร์มค่าไฟศูนย์บาทล่ะ ไม่มีใครมีนะในประเทศไทย ใครทำฟาร์มค่าไฟศูนย์บาท นั่นเป็นเพราะว่าก่อนที่คุณโบ้จะทำฟาร์ม คุณโบ้ศึกษาก่อน ในเรื่องที่คนอื่นโดดเด่นกันแล้ว ถ้าคุณโบ้เดินตามหลังเขา คุณโบ้ต้องทำให้มากกว่าไม่รู้จะกี่เท่า ถ้าเขาปลูกเมล่อน 10 โรงเรือน คุณโบ้ต้องปลูก 50 โรงเรือน นั่นหมายความว่าวันนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากประสบความสำเร็จในธุรกิจใดก็ช่าง สิ่งสำคัญที่สุดให้โลกจดจำ คุณต้องมีอัตลักษณ์ของตัวเอง ทำไมคุณโบ้ต้องแต่งตัวเป็นคาวบอย อย่างแรก เป็นความชอบตั้งแต่เด็ก ข้อที่สองคือคุณโบ้ไปดูเกษตรกรว่าเขาแต่งตัวอะไรกัน สุดท้ายก็คือเสื้อม่อฮ่อมหรือเสื้อยีนส์ คุณโบ้ก็เลยเลือกที่จะแตกต่าง เลือกให้ตัวเองเป็นฟาร์มคาวบอย แล้วทำโปรโมชั่นใครแต่งคาวบอยลด 10% เพราะฉะนั้นโลกของ Res-Q Farm เป็นโลกคาวบอย ฉากก็เป็นคาวบอยหมดเลย ต่อไปจะมีม้าเข้ามาอีกด้วย

สำหรับโซนปลูกผักของ Res-Q Farm มีอยู่ 2 โซน โซนที่ปลูกเมล่อนกับผักสลัด โซนนี้คุณโบ้จะให้คนมาดูมาชมฟาร์ม ดูว่ามีการบริหารจัดการฟาร์มอย่างไร

สำหรับเมล่อน คุณโบ้จะปลูกสัปดาห์ละหนึ่งโรงเรือน เมล่อนสายพันธุ์ที่คุณโบ้ปลูกอายุ 8 สัปดาห์ หรือ 65 วัน ภายใน 2 เดือน คุณโบ้ปลูก 8 โรงเรือน พอปลูก 8 โรงเรือน โรงเรือนหนึ่งได้ประมาณ 400 ต้น ต้นหนึ่งก็ 1 ลูก เมล่อนลูกหนึ่งจะหนักกิโลกว่า ๆ จะขายได้ประมาณลูกละ 100 บาท สัปดาห์หนึ่งขาย 400 ต้นคูณด้วย 100 บาทจะได้ 40,000 บาท พอครบ 8 สัปดาห์ สัปดาห์ที่หนึ่งจะตัดได้ทันที จากนี้จะวนเลยจนครบ 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 40,000 บาทเท่ากับเดือนละ 160,000 บาท

ส่วนผักสลัด คุณโบ้ปลูกวันละ 1 โต๊ะ โต๊ะหนึ่งมี 400 ต้น ผักสลัดอายุ 45 วัน ปลูก 45 โต๊ะครบ 45 วันเมื่อไหร่ โต๊ะที่หนึ่งเก็บได้ 400 ต้น ต้นละ 10 บาท วันหนึ่งจะขายได้ 4,000 บาท เดือนหนึ่งคูณด้วย 30 วันคือ 120,000 บาท เมล่อน 160,000 บาท สลัด 120,000 บาท เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

แนวคิดทางด้านการตลาดของคุณโบ้เรียกว่าการรวมกลุ่มมากกว่า เขาเรียกว่าเครือข่าย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ทุกวันนี้หลายคนทำธุรกิจแล้วพอผลผลิตมันออกพร้อมกันหมด ทุกคนก็จะลดราคาแข่งกัน เพื่อทำให้ของตัวเองขายได้ แต่ว่าถ้าเรารวมกลุ่มกันแล้วตั้งราคาเป็นราคากลางราคาเดียวเลย ให้ทุกสวนอยู่ได้ แล้วก็ขาย โดยเฉพาะเป็นการรวมกลุ่มที่เกษตรกรรวมกลุ่มกันเองแล้วก็ขาย ผลกำไรก็มาแบ่งกันอีกทีหนึ่ง นอกจากแต่ละคนจะขายได้ราคาดีแล้ว พอมีกำไรจากกลุ่ม ก็จะได้อีกต่อหนึ่งอีก เพราะฉะนั้นวิสาหกิจของเกษตรกรควรจะถูกจัดตั้ง ตอนนี้เริ่มมีเยอะ แต่ยังเยอะไม่พอเท่านั้นเอง คุณโบ้มองว่าการสร้างเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญที่เขากำลังพยายามทำอยู่

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

คุณวีระ สรแสดง 71 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา จังหวัดกรุงเทพ 10510 FB : Res-Q Farm กับ Res-Q Cafe

เกษตรกลางกรุง Res Q Farm ทำเกษตรในเมืองอย่างไร ให้มีรายได้หลักแสน [ rbk | รักบ้านเกิด ]

เรื่อง/ภาพโดย: นนท์ ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-30°C
เชียงใหม่
24-29°C
นครราชสีมา
24-30°C
ชลบุรี
26-28°C
นครศรีธรรมราช
25-30°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×