เกษตรกรต้นแบบ
"ภัณฑารักษ์ แก้วพลี : ผู้พลิกผืนแผ่นดินด้วยชีวิต สร้างแนวคิดวิถีเกษตรชุมชนเข้มแข็ง"
 11 พฤษภาคม 2559   390
จ.สุราษฎร์ธานี
พัฒนาเกษตรคู่ชุมชน อยู่พอดี มีพอใช้ ใจเป็นสุข

ภัณฑรักษ์ แก้วพลี เกษตรกรผู้มีความมุ่งมั่นในการทำเกษตรอย่างพอเพียง

สิ่งที่เรามักจะสังเกตเห็นได้ จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต โดยเฉพาะในสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร นั่นคือแววตาที่มุ่งมั่น แน่วแน่และอดทน แต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นมิตร ความจริงใจ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่มีให้กับผู้คนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นเกษตรกรหนุ่มท่านหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากเด็กวัดธรรมดาๆ คนหนึ่ง ซึ่งแทบจะไม่มีต้นทุนทางด้านวัตถุเลย มีเพียงต้นทุนชีวิตที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด นั่นก็คือ ความขยัน อดทน รู้จักประหยัดอดออม และอ่อนน้อมถ่อมตนมาตั้งแต่เด็กๆ และด้วยความที่เป็นเด็กบ้านนอก จึงซึมซับและมีความชื่นชอบในวิถีชีวิตของความเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่จำความได้ มุ่งมั่นศึกษาหาความรู้ตลอดเวลาและสั่งสมประสบการณ์ด้านการเกษตรเรื่อยมา จนประสบความสำเร็จ พึ่งพาตัวเองได้ และเป็นที่พึ่งพิงของคนในชุมชนอีกมากมาย ซึ่งบุคคลที่เรากำลังกล่าวถึงนั้นก็คือ นายภัณฑารักษ์ แก้วพลี หรือพี่รักษ์ เกษตรกรคนเก่งวัย 40 ปี แห่งไร่แสนสุข ตำบลทรัพย์ทวี อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้พลิกผืนแผ่นดินด้วยชีวิต สร้างแนวคิดวิถีเกษตรชุมชนเข้มแข็ง

หลักคิดในการใช้ชีวิต

ด้วยความเป็นคนขยัน อดทน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาตั้งแต่วัยเยาว์ ประกอบกับดำเนินชีวิตในวิถีของการเป็นเกษตรกรมาโดยตลอด ทำให้คุณภัณฑารักษ์ หรือพี่รักษ์ มีคติประจำใจที่ยึดเป็นหลักแนวคิดในการใช้ชีวิตและแนวทางปฏิบัติเสมอมาว่า ต้องเรียนรู้ด้วยงานการฝึกหัด ปฏิบัติเพื่อมุ่งหวังทางศึกษา หาเลี้ยงชีพเพื่อชีวิตพัฒนา ใช้วิชาบริการงานสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่พี่รักษ์เน้นย้ำอยู่เสมอนั่นก็คือ การจะพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าได้นั้น จะต้องนำพาชุมชนที่อยู่อาศัยให้เข้มแข็งตามไปด้วย ทุกๆกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรที่ทำนั้น ต้องให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม และพัฒนาไปพร้อมๆกัน ถึงจะเป็นอาชีพเกษตรกรรมที่มีเครือข่าย และช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้แนวคิดสำคัญอีกแนวคิดหนึ่งที่ช่วยให้การใช้ชีวิตมีความสุข ครอบครัวอบอุ่น มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีนั้น คือการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 มาใช้ในงานเกษตร และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักง่ายๆ ว่า อยู่พอดี มีพอใช้ ใจเป็นสุข และเมื่อตัวเองและครอบครัวเป็นสุข ก็ไม่ลืมที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนรอบข้างและชุมชนบ้านเกิดรวมถึงผู้ที่มีความสนใจด้วย

ยืนหยัดอย่างมั่นคง บนผืนแผ่นดินบ้านเกิด

ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร

ปัจจุบันคุณภัณฑารักษ์หรือพี่รักษ์ ทำเกษตรไร่นาสวนผสมแบบผสมผสาน ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายในพื้นที่ 5 ไร่ ภายใต้ชื่อไร่แสนสุขพันธุ์ไม้ โดยเน้นการใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ภายในพื้นที่มีทั้งพืชผักสวนครัว พืชล้มลุก พืชผักพื้นบ้าน ไม้พุ่มเตี้ย ไม้ยืนต้น และพืชอื่นอีกมากมาย ทำให้พี่รักษ์ มีความรู้ ประสบการณ์และความสามารถอันโดดเด่นเกี่ยวกับเรื่องพืชชนิดต่างๆอย่างมากมาย โดยจะให้ความสำคัญกับต้นไม้ทุกต้นที่ปลูกไว้ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ โดยความสามารถโดดเด่นที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ การขยายพันธุ์ต้นไม้โดยวิธีการตอนกิ่ง โดยพี่รักษ์มีความเชี่ยวชาญในการตอนกิ่งพันธุ์ต้นไม้ให้ได้ผลผลิตร้อยเปอร์เซ็นต์ สามารถนำไปปลูกให้ได้ผลผลิตดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีวิธีการตั้งแต่การเลือกระยะเวลาที่เหมาะสมในการตอน คือคำนวณระยะเวลาในการแตกรากหรืองอกรากของกิ่งพันธุ์ให้ดี ตัวอย่างเช่น การตอนกิ่งมะนาวควรเลือกตอนในช่วงก่อนฤดูฝน เพื่อรอเวลาที่จะปลูกในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีความชื้นสูงเพื่อให้กิ่งพันธุ์เจริญเติบโตได้ดีเมื่อนำไปปลูก จากนั้นคัดเลือกกิ่งพันธุ์มะนาวที่มีความสมบูรณ์ กิ่งอวบสมบูรณ์ ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป ใช้มีดที่มีความคมควั่นกิ่งด้านบนอย่างระมัดระวังห้ามให้ช้ำเด็ดขาดเพราะด้านบนเป็นส่วนที่รากจะงอกออกมา หากเปลือกส่วนนั้นช้ำ จะทำให้โอกาสงอกรากของกิ่งพันธุ์น้อยลง หรืออาจไม่งอกเลย จากนั้นวัดจากแผลที่ควั่นด้านบนลงมา โดยให้ความยาวเท่าเส้นรอบวงของกิ่งนั้น และควั่นกิ่งโดยรอบเพื่อเอาส่วนเปลือกไม้ออกอย่างระมัดระวัง จากนั้นขูดเนื้อเยื่อด้านในรอบๆกิ่งพันธุ์ออกให้หมดเพื่อตัดท่ออาหารของท่อนพันธุ์ โดยพยายามอย่าให้รอยแผลด้านบนช้ำโดยเด็ดขาด และนำใยมะพร้าวอัดใส่ถุงใสขนาดเล็กให้แน่น โดยควรใช้ใยมะพร้าวเก่าที่กองพักไว้ให้ผ่านการชะล้างของน้ำฝนและแสงแดดแล้วและมีความชื้นพอสมควร ไม่ควรใช้ใยมะพร้าวใหม่ เพราะจะยังมีความฝาด และมีสภาพความเป็นกรดอยู่มากทำให้เป็นอุปสรรคในการงอกรากของกิ่งพันธุ์มะนาวได้ จากนั้น นำถุงที่อัดใยมะพร้าวแน่นแล้วมาผ่าหนึ่งด้านและห่อหุ้มกิ่งพันธุ์และใช้เชือกมัดให้แน่น อย่าให้หมุนหรือขยับได้ จากนั้นรอเวลาที่กิ่งพันธุ์งอกรากเพื่อนำไปปลูกลงแปลงต่อไป ด้วยเทคนิคและวิธีการในการใส่ใจรายละเอียดเหล่านี้ ทำให้พี่รักษ์ สามารถตอนกิ่งพันธุ์มะนาวประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ทุกครั้ง นอกจากนี้ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของพี่รักษ์ คือการเป็นคนช่างสังเกต พยายามใช้ธรรมชาติ เพื่อเกื้อหนุนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว โดยในสวนของพี่รักษ์จะไม่ใช้สารเคมีเลย ทำให้มีปัญหาเรื่องแมลงศัตรูพืชรบกวน พี่รักษ์จึงคิดค้นวิธีตามธรรมชาติโดยการนำไก่มาปล่อยในสวนอัตราส่วนประมาณ 10ตัวต่อ1ไร่ โดยสายพันธุ์ที่เลือกนำมาปล่อยเป็นสายพันธุ์ไก่แจ้ พันธุ์ผสม เนื่องจากหากินเก่ง มีความต้านทานโรคสูง ไข่ดกและแพร่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆ วิธีนี้ทำให้แมลงศัตรูพืชในสวนลดลงได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้สารเคมี นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้คือ ไก่จะถ่ายมูลเป็นปุ๋ยให้ในสวน และได้เก็บไข่ไว้เป็นอาหารในครัวเรือนและเหลือจำหน่ายจ่ายแจกอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันประชากรไก่ในสวนได้เพิ่มจำนวนขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วพี่รักษ์ยังมีแนวคิด วิธีการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตในการทำเกษตรผสมผสานอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงมีแนวคิดดีๆ ในการให้ธรรมชาติพึ่งพาธรรมชาติ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการน้ำในไร่นาสวนผสม จากเดิมใช้น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ดูดมาใช้ในรดต้นไม้ในสวน โดยใช้ระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ ปรากฏว่าต้นไม้ในสวนเติบโตได้ตามปกติ พืชผักบางชนิดก็ไมเจริญเติบโตเท่าที่ควร จึงมีแนวคิดแบ่งเนื้อที่เป็นสองส่วน ส่วนแรกใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติตามเดิม

อีกส่วนหนึ่งขุดสระเพื่อเลี้ยงปลา จากนั้นใช้น้ำในบ่อเลี้ยงปลาดูดขึ้นมาใช้รดน้ำต้นไม้ในสวน โดยใช้ระบบสปริงเกอร์เช่นกัน ปรากฏว่าพืชผักชนิดต่างๆให้ผลผลิตดีและเจริญเติบโตได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากน้ำจากบ่อปลา มีแร่ธาตุจำนวนมาก จากการขับถ่ายของปลา อาหารที่ตกค้างอยู่ในบ่อ ทำให้พืชผักในสวนเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีรายได้เพิ่มจากปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่ออีกด้วย

ผลผลิตที่ดี มาจากทุกขั้นตอนในการใส่ใจ

เกียรติประวัติและผลงาน

สำหรับเกียรติประวัติและผลงานของพี่ภัณฑารักษ์นั้น มีอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน โดยพี่รักษ์ให้ความสนใจในการเรียนสายเกษตรมาโดยตลอด พี่รักษ์เรียนจบระดับปวช.จากวิทยาลัยเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และศึกษาต่อเนื่องระดับชั้น ปวส.วิทยาลัยเกษตรพัทลุง ตั้งใจศึกษาเรียนจนได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่น ด้านการวางเป้าหมายและแผนชีวิต ตามกระบวนการทัศน์เศรษฐกิจพอเพียง เรียนจบหลักสูตรอย่างมีคุณภาพ และได้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด พัฒนาชุมชนของตัวเอง โดยเข้ามาเป็นอาสาของหน่วยงานต่างๆในชุมชน เพื่อให้เข้าถึง และเข้าใจวิถีชีวิตของคนในชุมชนมากขึ้น จนได้รับฉายาจากชาวบ้านว่า ภัณฑารักษ์ 8 อ.(อ หมายถึง อาสาสมัคร) คือมีจิตสาธารณะ ทำงานอาสาสมัครให้กับชุมชนถึง 8 อย่าง และหน้าที่โดดเด่นคืออาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หรือ อสม. ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็น อสม. ดีเด่นระดับจังหวัด 2ปี ซ้อน จนช่วงหนึ่งได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และปัจจุบัน ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลทรัพย์ทวี ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม ประจำปี 2558 จากสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี รางวัลบำบัดทุกข์บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ชุมชน ปี 2559 และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย โดยเกิดขึ้นจากการพลิกฟื้นผืนแผ่นดิน 5 ไร่ที่มี นำมาสร้างไร่นาสวนผสม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่ไปกับการการดึงชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมและพัฒนาไปพร้อมๆ กัน เพื่อความยั่งยืน และหมั่นศึกษาเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง โดยปัจจุบันได้ศึกษาต่ออยู่ที่มหาลัยชีวิต จนใกล้จะสำเร็จการศึกษา และจะได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้มาพัฒนาชีวิต พัฒนาบ้านเกิด และเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นต่อไป

พอมี พอกิน มีความสุขกับสิ่งที่ทำ น้อมนำสู่ความสำเร็จ อย่างยั่งยืน

เรื่อง/ภาพโดย: อรรถพงศ์ ศักนา จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.ชุมพร
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×