เกษตรกรต้นแบบ
"ภัชรวดี เจริญฤทธิ์ : ปลูกขึ้นฉ่ายไร้ดิน ดูแลง่าย กับรายได้ 300,000 บาทต่อเดือน"
 27 มกราคม 2563   1,047
จ.ตรัง
ทำอะไรแล้วซื่อสัตย์
ต่อตัวเอง สำคัญที่สุด

“ทำอะไรแล้วซื่อสัตย์ต่อตัวเอง สำคัญที่สุด” ถ้าทำเพียงให้มันผ่านไปในแต่ละวัน อย่างนั้นเรียกว่าไม่ได้ทำ เพราะทุกอย่างที่เราทำ ใช้เงินลงทุน เงินทุกบาททุกสตางค์มีคุณค่า ต้องใช้เงินอย่างรู้คุณค่า ต้องได้ผลตอบแทนกลับมา

มีความสุขมากกับการได้ทำการเกษตร ทำแล้วเรามีความสุข เหมือนกับเราขาดอากาศบริสุทธิ์ไปไม่ได้ ต้องมาให้ได้ทุกวัน และมีความสุขเมื่อเข้ามาในสวนนี้ เห็นผักเขียวๆ เห็นต้นไม้ เห็นแปลงมะนาว แปลงผักขึ้นฉ่าย เดินชมทุกวัน พูดคุยกับเขาทุกวัน และได้พบว่า การเปิดเพลงให้พืช ผลไม้ฟังทำให้ต้นไม้เจริญงอกงาม ทุกวันนี้พอตื่นเช้ามา ทำอาหารให้ลูกทาน ส่งลูกไปโรงเรียน หลังจากนั้นก็จะเข้ามาในสวนทุกวัน

ถ้าใครคิดอยากจะทำการเกษตร อยากให้เขาซื่อสัตย์ในการที่จะปลูกผัก เช่น ถ้าจะทำอินทรีย์ก็ต้องเป็นอินทรีย์ ห้ามนำสารเคมีอะไรมาปะปน ถ้าทำอินทรีย์สุขภาพ สุขภาพเราก็จะดีด้วย ได้อะไรหลายๆ อย่างที่ตอบกลับมากับสุขภาพของเราและคนที่ทาน แถมยังได้บุญอีก

และในการทำการเกษตร อยากให้ทุกคนทราบว่า มันมีการลองผิดลองถูก มีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเรามีความมานะอดทน มีความตั้งใจ ใส่ใจกับพืชผักที่เราปลูก มีปัญหาก็ไม่ท้อ หาคนให้คำปรึกษา ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ให้คิดเสียว่า การทำงานอะไรก็ตาม การมีปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีปัญหา ก็หาทางแก้ไป

ก่อนที่คุณภัชรวดี เจริญฤทธิ์ จะมาปลูกขึ้นฉ่าย เธอเป็นแม่บ้านมาก่อน มีสวนปาล์ม สวนยางที่ต้องดูแล แล้วก็ให้คนงานปลูกมะเขือ ปลูกถั่วฝักยาว ส่วนตนเองก็มาศึกษาเรื่องผักขึ้นฉ่าย

เหตุที่สนใจปลูกขึ้นฉ่าย เพราะว่าราคาดี อีกอย่างหนึ่งคือทำได้ทุกฤดูกาล ไม่ค่อยมีโรค แต่ถ้าปลูกลงดินจะมีปัญหาเรื่องโรคเชื้อรา เรื่องน้ำ เรื่องความร้อน เธอจึงเลือกปลูกแบบไร้ดิน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ และสามารถปลูกได้ตลอดปี ไม่ว่าจะช่วงฤดูฝนหรือว่าฤดูร้อน และเรื่องราคาก็ไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่สำหรับผักขึ้นฉ่าย โดยขั้นตอนการปลูกก็ใช้วิธีลองผิดลองถูกมาเรื่อย ๆ

ในช่วงแรก ๆ จะทดลองปลูกก่อนประมาณ 2 ชุด หลังจากนั้น และเนื่องด้วยพื้นที่ที่ปลูกมันติดริมเขา อากาศดี จึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไร สองเรื่องน้ำก็ไม่มีปัญหา แล้วก็ไม่ค่อยมีโรค ไม่ค่อยมีแมลงรบกวน ก็เลยขยายขึ้นมาเรื่อย ๆ ปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ด้านเทคนิคการปลูกนั้น ขึ้นฉ่ายจะไม่ชอบอากาศร้อน พื้นที่ที่คุณภัชรวดีปลูกจะมีความชื้น มีความเย็น ต้นจึงสวยมาก เพราะเขาถูกกับอากาศ

ส่วนราคาของขึ้นฉ่าย ของจังหวัดตรังที่ส่งอยู่ทุกวันนี้คือต่ำสุดประมาณ 50 ถึง 60 บาท ราคาสูงสุดก็ประมาณ 150 ถึง 180 บาท

ตอนนี้คุณภัชรวดีปลูกอยู่ประมาณ 3 แปลง แปลงในตัวเมืองที่ตรัง แล้วก็ที่เขตอำเภอทุ่งหว้า ที่หาดสำราญ ขยายไปเรื่อย ๆ อย่างละเล็กอย่างละน้อย เพราะราคาต้นทุนต่อชุดที่ปลูกค่อนข้างสูง

ระยะเวลาในการปลูกทั้งหมดประมาณ 50 วัน เริ่มเพาะสัปดาห์หนึ่ง หลังจากนั้นสัปดาห์ที่สองคือ 14 วันก็เอามาลงที่แปลงได้เลย หลังจากนั้นประมาณ 45-55 วัน ก็ถอน ส่วนมากจะ 50 วันก็ถอนแล้ว

สายพันธุ์ที่ใช้ คือ ทองหยก และ หงส์ทอง สั่งมาจากหนองคาย เพราะเพื่อนปลูกต้นพันธุ์อยู่ที่นั่น ก็ให้เพื่อนส่งมาให้

ส่วนรางสำหรับปลูก1 ชุดตกประมาณ 10,000 บาท ใช้ท่อแบบอย่างดี อย่างหนา ใช้ได้ 10-20 ปี ระยะห่างของหลุมอยู่ที่ประมาณ 1 – 1.5 เซ็นติเมตร สำหรับแปลงเพาะ หลังจากนั้นก็นำไปแยกใส่ที่ทำเป็นแบบมาตรฐานอยู่แล้ว ระยะห่างประมาณ 3-4 เซ็นติเมตร เมื่อปลูกเสร็จคราวหนึ่งก็ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกครั้ง ทิ้งไว้ประมาณหนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นค่อยนำมาลงปลูกต่อ

การเก็บ ควรเก็บตอนเช้า เพื่อตอนจัดส่งให้ลูกค้าเที่ยงหรือบ่าย จะยังคงสดอยู่ และในด้านการดูแล คุณภัชรวดีใช้จุลินทรีย์ฉีด จะทำให้ผักสดใหม่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ผลผลิตมีเพียงวันต่อวัน จะส่งลูกค้าหนึ่งวัน หยุดสองวัน เพราะบางแปลงลงพร้อมกัน จึงยังไม่หมุนเวียนจำหน่ายได้ทุกวัน และบางพื้นที่ที่ปลูกมีปัญหาเรื่องอากาศร้อน แต่ในอนาคตก็จะขยายแปลงผักมากขึ้น เพราะตอนนี้ยังไม่พอต่อการส่งลูกค้า ตอนนี้คุณภัชรวดีส่งแม่ค้ารายใหญ่อยู่ 7 ราย และแม่ค้าเหล่านั้นก็ไปต่อยอดจำหน่ายของเขาเอง

ต้นขึ้นฉ่ายของที่นี่จะขาวอวบ เพราะคุณภัชรวดีใช้น้ำขาวสารรด คุณภัชรวดีมั่นใจขึ้นฉ่ายของที่นี่แตกต่างจากที่อื่น เพราะความใส่ใจของผู้ปลูก และความปลอดภัยในการบริโภค เพราะใช้จุลินทรีย์ตลอด ไม่ใช้สารเคมี คุณภัชรวดีกล้ารับประกัน

ตลาดของขึ้นฉ่ายตอนนี้ที่แม่ค้ามารับไปส่งต่อมีที่ จ.สตูล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จ.ตรัง และที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากนั้นจะมีแม่ค้ามารับไปส่งในห้างต่ออีกทีหนึ่ง ที่เขารู้ว่าคุณภัชรวดีปลูกเพราะว่าปกติคุณภัชรวดีส่งผักอยู่แล้ว ทั้งถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ หลังจากนั้นก็มารับขึ้นฉ่ายต่อ

ตอนนี้ตลาดที่ส่งอยู่ ถือว่ายังไม่เพียงพอ คุณภัชรวดียังต้องการขยายไปเรื่อย ๆ เพราะว่าตลาดตอนนี้ที่ส่งอยู่ต่อวันอยู่ที่ประมาณ 200 ถึง 300 กิโลกรัม จะมีปัญหาช่วงฤดูแล้งนิดหนึ่งว่าผักโตช้ากว่าช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว ฤดูฝนจะใช้ประมาณ 45 ถึง 48 วันในการปลูก ส่วนฤดูร้อนใช้ 55 วัน แต่ต้นอาจจะไม่งามเหมือนช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว ไม่อวบสวยเท่า

ราคาในช่วงฤดูแล้ง จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 - 70 บาท แต่ช่วงฤดูฝนราคาจะดีมาก เพราะว่าขึ้นฉ่ายจะขาดตลาดราคาประมาณกิโลกรัมละ 150 – 180 บาท รายได้เฉลี่ยนเดือนละ 200,000 กว่าบาท บางเดือนก็ 300,000 กว่าบาท ตีเสียว่าเดือนละ 200,000 กว่าบาทอยู่ที่ราคาของตลาด

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

คุณภัชรวดี เจริญฤทธิ์ บ้านเลขที่ 49/3 หมู่ 5 ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง

ภัชรวดี เจริญฤทธิ์ ปลูกขึ้นฉ่ายไร้ดิน ดูแลง่าย กับรายได้ 300,000 บาทต่อเดือน l รักบ้านเกิด



เทคนิคการทำน้ำซาวข้าว บำรุงขึ้นฉ่ายให้โตเร็ว แข็งแรง l รักบ้านเกิด



ทำปุ๋ยน้ำจากน้ำซาวข้าว บำรุงใบขึ้นฉ่ายให้ใหญ่ เพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น l รักบ้านเกิด

เรื่อง/ภาพโดย: ณัฏฐ์ คำวิชัย ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-31°C
เชียงใหม่
23-31°C
นครราชสีมา
25-32°C
ชลบุรี
27-30°C
นครศรีธรรมราช
25-30°C
ภูเก็ต
26-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×