เกษตรกรต้นแบบ
"สมเจตน์ แก้วแกมกาญจน์ : ชาวนาวิถีดั้งเดิมผู้อนุรักษ์พันธุ์ข้าวโบราณ "ข้าวหอมแม่พญาทองดำ""
 22 เมษายน 2559   127
จ.จันทบุรี
ผมใส่ใจเรื่องสุขภาพของผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนรายได้และผลกำไรเป็นเรื่องที่สองรองลงมา

ลุงเจตน์เกษตรกรผู้ผลักดันข้าวพื้นเมืองโบราณของจันทบุรีให้เป็นที่รู้จัก

ประชาชนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาเรื่องของสุขภาพจากโรคภัยไข้เจ็บ สาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัยทั้งมลพิษทางอากาศรวมถึงอาหารการกินที่บริโภคเข้าสู่ร่างกาย ทั้งยาฆ่าแมลง สารเคมี รวมถึงสารเร่งการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ จนเกิดการสะสมและเป็นอันตรายส่งผลให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาดูแลใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น รวมถึงในเรื่องของอาหารที่ต้องมีคุณประโยชน์ครบถ้วนหลีกเลี่ยงสารเคมีให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังมีเกษตรกรอย่างลุงสมเจตน์ ที่คำนึงถึงความสำคัญในเรื่องสุขภาพของผู้บริโภคเป็นอย่างมากและต้องการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวไทยโบราณไว้ให้ลูกหลานได้สืบทอดกันต่อไป จึงได้ผลิตข้าวหอมแม่พญาทองดำซึ่งมีคุณลักษณะเป็นข้าวเจ้าแข็ง มีสรรพคุณทางยาอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารต่างๆ จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ที่สำคัญเกษตรกรใช้วิธีการปลูกแบบธรรมชาติไม่พึ่งพาสารเคมีเพื่อความปลอดภัยทั้งเกษตรกรและบริโภค

หลักคิดในการใช้ชีวิต

ลุงสมเจตน์ แก้วแกมกาญจน์ เกษตรกรประกอบอาชีพชาวนาในพื้นที่วังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เป็นคนจังหวัดจันทบุรีตั้งแต่กำเนิด เล่าว่า ตั้งแต่บรรพบุรุษครอบครัวมีอาชีพทำนา ตนเองเคยประกอบอาชีพเป็นชาวสวนปลูกผลไม้ควบคู่ไปกับการทำนาแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากทำหลายอย่างจนเกินไป ลุงสมเจตน์จึงคิดได้ว่าน่าจะทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้ประสบความสำเร็จ ดีกว่าทำหลายๆ อย่างแต่ได้ผลที่ไม่ดีพอ เมื่อถึงวันที่ต้องเลือก ตนเองมีความถนัดในด้านการทำนามากกว่าเพราะทำมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษบวกกับต้องการจะช่วยอนุรักษ์พันธุ์ข้าวโบราณไว้ให้อยู่คู่กับชาวจันทบุรีต่อไป จึงตัดสินใจหันกลับมาปลูกข้าวทำนาเพียงอาชีพเดียว ลุงสมเจตน์ เล่าประวัติของข้าวสายพันธุ์นี้ว่า "ข้าวหอมแม่พญาทองดำ" มีคุณลักษณะเป็นข้าวเจ้าแข็ง เดิมชาวบ้านเรียก “ข้าวญา” พบมีการปลูกในพื้นที่ของตำบลวังแซ้มมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2512 มีสรรพคุณทางยาและให้ผลผลิต 500-700 กิโลกรัมต่อไร่ โดย "ชาวชอง" ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ริเริ่มปลูกและเก็บรักษาพันธุ์ข้าวหอมแม่พญาทองดำไว้ให้กับลูกหลานได้สืบต่อ ลุงสมเจตน์ได้คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดี แข็งแรง และขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม โดยทำการผลิตและจำหน่ายเป็นสินค้าประจำท้องถิ่นและมีการปลูกเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ลุงสมเจตน์จึงกลายเป็นผู้ผลักดันข้าวหอมแม่พญาทองดำซึ่งเป็นข้าวดำสายพันธุ์โบราณที่เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และมีความคิดที่ต้องการให้ผู้บริโภคได้รับประทานข้าวสายพันธุ์นี้แล้วมีสุขภาพที่แข็งแรง ลุงสมเจตน์ ยังเล่าต่ออีกว่า "ผู้บริโภคในปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บกันเยอะมาก เพราะละเลยเรื่องของสุขภาพ มุ่งแต่การทำมาหากินสร้างรายได้กันให้มากๆ โดยไม่คำนึงถึงอาหารที่รับประทานเข้าไปว่ามีแต่สารเคมีหรือสิ่งมีพิษเจือปนทำให้ส่งผลร้ายต่อร่างกาย ในผักผลไม้ก็มียาฆ่าแมลง ในเนื้อสัตว์ก็มีสารเร่งสารกระตุ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ผมเป็นชาวนาเวลาทำนาผมจึงใช้วิธีทางธรรมชาติเหมือนที่บรรพบุรุษเราทำมาตั้งแต่ในอดีต โดยหลีกเลี่ยงสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงและข้าวที่ผมปลูกคือข้าวหอมพญาทองดำซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวโบราณของจังหวัดจันทบุรี ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงปลูกกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย แต่ปัจจุบันกำลังค่อยๆ หายไป ผมจึงพยายามผลักดันข้าวชนิดนี้ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายเพื่อให้พันธุ์ข้าวดีๆ ของบรรพบุรุษอยู่คู่กับคนจันทบุรีต่อไป"

หลักการใช้ชีวิตของลุงสมเจตน์ คือ "เดินตามรอยพ่อ" ผมเห็นในหลวงท่านมีแต่ให้ ท่านทรงทำเพื่อประชาชนมากมาย ผมคิดว่าเราก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง เราควรจะทำอะไรให้สังคมบ้าง ผมเองก็อายุมากแล้วคงทำอะไรไม่ได้มาก แค่ต้องการให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง เพราะเมื่อเรามีสุขภาพที่ดี แข็งแรง เราก็จะมีแรงผลักดันในการดำเนินชีวิตต่อไป ถ้าเราสุขภาพไม่ดีต่อให้มีเงินเยอะแค่ไหนเราก็ไม่มีความสุข อีกเรื่องหนึ่งที่ลุงสมเจตน์ ฝากไว้ก็คือ "จะทำอาชีพอะไรก็แล้วแต่ ให้รักในอาชีพและซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตนเองแล้วเราจะทำสิ่งนั้นได้ดี"

สุขภาพที่ดีต้องมาก่อนเงินทองเสมอ

ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร

ลุงสมเจตน์เล่าต่อว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพกันมากขึ้น ข้าวสีดำหรือข้าวที่ไม่มีการขัดสี กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทำให้ข้าวหอมแม่พญาทองดำเป็นที่รู้จักมากขึ้นเช่นกัน นอกจากการปลูกข้าวหอมแม่พญาทองดำเพื่อจำหน่ายแล้ว ลุงสมเจตน์ยังมีแนวคิดในการต่อยอดแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยลุงสมเจตน์ กล่าวว่า "ผมเห็นผู้บริโภคบางคนไม่ชอบรับประทานข้าวสีดำ ผมจึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์จากข้าวหอมแม่พญาทองดำนี้ จึงเริ่มทดลองทำชาใบข้าวโดยการนำใบอ่อนของต้นข้าวหอมแม่พญาทองดำมาต้มให้เป็นชา เพื่อผู้บริโภคจะสามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น นอกจากชาใบข้าวแล้ว ลุงสมเจตน์ยังแปรรูปข้าวหอมแม่พญาทองดำให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกมากมาย อาทิเช่น ชาจมูกข้าว ชาปี่ข้าว และจมูกข้าวพร้อมรับประทาน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคได้เข้าถึงข้าวหอมแม่พญาทองดำมากขึ้น โดยยังคงแนวคิดที่ให้เกษตรกรและผู้บริโภคมีสุขภาพที่แข็งแรง หลีกเลี่ยงสารเคมีให้มากที่สุด อย่างเช่นวิธีการป้องกันศัตรูพืชและเพลี้ยกระโดดเข้าดูดน้ำเลี้ยงในลำต้นโดยไม่ใช้สารเคมี แต่ใช้วิธีการให้ต้นกล้าข้าวขาดน้ำเลี้ยง เพราะน้ำเลี้ยงเป็นอาหารที่เพลี้ยกระโดดและศัตรูพืชชนิดอื่นๆต้องการ ซึ่งภูมิปัญญานี้มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษสืบทอดกันมาอย่างช้านาน ช่วยให้ประหยัดต้นทุนและปลอดภัยสำหรับเกษตรกรและผู้บริโภคอีกด้วย

การทำนาข้าวของลุงสมเจตน์นั้น ใช้วิธีแบบดั้งเดิมเหมือนสมัยบรรพบุรุษโดยใช้เทคนิคต่างๆ ในการป้องกันแมลงด้วยวิธีทางธรรมชาติแทนการใช้สารเคมี ลุงสมเจตน์เล่าว่า ผมใช้วิธีหลีกเลี่ยงแทนการกำจัด เกษตรกรไม่ต้องไปรบกับแมลงเพราะมันเสียเวลา ก่อนอื่นเราต้องรู้จักธรรมชาติของแมลงว่าระบาดช่วงไหนเราก็เลี่ยงโดยให้ต้นข้าวไปโตในช่วงที่ไม่มีการระบาด เราบังคับแมลงไม่ได้แต่เราควบคุมระยะการเติบโตของต้นข้าวได้ ส่วนในเรื่องของหอยเชอรี่ลุงสมเจตน์ใช้นกปากห่างช่วยในการกำจัดโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีที่ทำให้ระบบนิเวศเสียหาย

อนุรักษ์วิถีชาวนาดั้งเดิม ไม่พึ่งสารเคมี

เกียรติประวัติและผลงาน

ผลงานอันโดดเด่นของลุงสมเจตน์ ตั้งแต่เริ่มต้นปลูกข้าวหอมแม่พญาทองดำนั้น สามารถผลักดันและส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักกันอย่างแพร่หลายและได้รับการคัดเลือกขึ้นทะเบียนให้เป็นข้าวประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลุงสมเจตน์อธิบายที่มาของชื่อข้าวหอมแม่พญาทองดำ หมายถึง "หอมแม่ หมายถึง หอมแม่ประสพ , พญา หมายถึง ยิ่งใหญ่ , ทอง สื่อถึงคุณค่าไม่รู้หมด , ดำ คือ ยา" และลุงสมเจตน์ยังมีการแปรรูปข้าวหอมแม่พญาทองดำให้เป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ เช่น ชาใบข้าว ชาจมูกข้าว ชาปี่ข้าว เพื่อให้สะดวกต่อการรับประทานของผู้บริโภคและยังทำให้ข้าวหอมแม่พญาทองดำเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ลุงสมเจตน์ยังได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่องของการปลูกข้าวแก่นักเรียนนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และมีนักศึกษามาศึกษาเรียนรู้และทดลองปฏิบัติปลูกข้าวแบบไร้สารเคมีในแปลงนาของลุงสมเจตน์ปีละ 2-3 ครั้ง และในอนาคตข้างหน้า ลุงสมเจตน์วางแผนเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปที่สนใจโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายและเพื่อให้ภูมิปัญญาดั้งเดิมอันทรงคุณค่าอยู่คู่กับประเทศไทยสืบต่อไป

แปรรูปผลิตภัณฑ์จาก"ข้าวหอมแม่พญาทองดำ"เพื่อต่อยอดสร้างรายได้

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

นายสมเจตน์ แก้วแกมกาญจน์
เลขที่6/1 หมู่12 ซ.สัมฤทธิ์
ถ.กระทิง-หนองบัว
ต.วังแซ้ม อ.มะขาม
จ.จันทบุรี 22150

เรื่อง/ภาพโดย: อิศรา แจ้งประจักษ์ จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.ระยอง
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
26-28°C
เชียงใหม่
23-30°C
นครราชสีมา
24-31°C
ชลบุรี
25-28°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
26-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×