เกษตรกรต้นแบบ
"ทิติยา คำเถื่อน : เลี้ยงด้วงสาคู แมลงเศรษฐกิจตัวใหม่ กับรายได้งามๆ"
 10 มกราคม 2563   659
จ.เพชรบุรี
กล้าคิด กล้าทำ กล้าลอง
เมื่อทำแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด

กล้าที่จะทำอะไรแตกต่างไปจากคนอื่น กล้าคิด กล้าทำ กล้าลอง และเมื่อทำแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด ทำความรู้จักสิ่งที่เราจะทำให้ดีที่สุด ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะดีกว่าจุดที่เราเคยอยู่ก็ได้ อย่างการเลี้ยงด้วงสาคูซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหม่ ไม่มีใครคิดว่าจะทำเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้มากขนาดนี้ ตอนแรกก็มีคนไม่เห็นด้วย ไม่คิดว่าจะไปได้ แต่คุณทิติยากลับคิดอีกอย่าง จึงเกิด ‘ด้วงสาคูฟาร์มมาดี’ ขึ้น ที่สำคัญอีกอย่างต้องให้โอกาสตัวเองได้ลองผิดลองถูกด้วย ต้องทำไปอย่างใจเย็นๆ ไม่มีใครที่ทำอะไรแล้วไม่ผิดไม่พลาด แต่ให้นำความผิดพลาดนั้นมาเป็นประสบการณ์ แล้วพยายามแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม

เหตุผลที่ทำให้คุณทิติยาตัดสินใจทำด้วงสาคูเพื่อจำหน่าย เกิดจากการที่ได้ไปเที่ยวทางภาคใต้แล้วได้รับประทาน ก็ติดใจในรสชาติความอร่อยของมัน แต่ตอนนั้นอยู่กรุงเทพ หาทานยาก จึงตัดสินใจซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาเลี้ยงเอาไว้ทาน เรียกว่าเลี้ยงเป็นงานอดิเรกนั่นแหละ เพราะว่ามีอาชีพขายหมูกระทะอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่ามีเพื่อนบ้านมาขอซื้อเพื่อนำไปทาน ต่างก็ติดใจ ประกอบกับช่วงหลังร้านขายหมูกระทะไม่ค่อยดี ค่าครองชีพก็สูง จึงปรึกษากับแฟนว่า ควรจะหาอาชีพอื่น หันไปเห็นกะละมังเลี้ยงด้วงสาคูพอดี จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อเพาะพันธุ์ขาย จากที่เลี้ยงไม่กี่กะละมังก็ค่อยๆ ขยายพื้นที่ขึ้น จนสามารถขยายเป็นฟาร์มได้

ทุกวันนี้คุณทิติยามีความสุขกับอาชีพที่ตัวเองทำมาก ได้อยู่กับครอบครัว ไม่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ อยู่กับชีวิตที่มันพอดี ค่าครองชีพก็ไม่สูงมาก ยังมีเงินเก็บเหลือใช้ไว้ให้ลูกด้วย

ปัญหาในช่วงแรกที่เลี้ยงด้วงสาคูคือต้องสั่งสาคูบดมาจากทางภาคใต้ ทำให้เกิดปัญหาต้นทุนแพง บางครั้งก็ส่งมาไม่ทันทำให้ด้วงตาย คุณทิติยาจึงต้องมองหาวัตถุดิบที่อยู่ในพื้นที่ของตนเพื่อเป็นการลดต้นทุน แต่ยังทำให้ด้วงเจริญเติบโตเป็นด้วงที่ตัวใหญ่และมีคุณค่าทางอาหารเหมือนเดิม ช่วงแรกคุณทิติยาให้ด้วงกินแต่สาคูบดที่มาจากทางใต้ แต่ตอนหลังได้ทดลองปรับอาหารที่ทำจากวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุน และต้องปลอดสารพิษด้วย จึงมาลงตัวที่มะพร้าวและมันสำปะหลัง รวมถึงกล้วยและโปรตีน นอกจากนี้แล้ว การคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ก็สำคัญมาก ถ้าเลือกผิดเวลา เขายังไม่โตเต็มที่ ก็จะได้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ไม่ดี ส่งผลให้ด้วงรุ่นต่อๆ ไปออกมาไม่ดีด้วยเช่นกัน คุณทิติยาจึงพิถีพิถันในการคัดเลือกเป็นอย่างมาก

คุณทิติยา คำเถื่อน เจ้าของฟาร์มด้วงสาคูมาดี อายุ 29 ปี หลังจากเรียนจบก็เข้าไปทำงานที่กรุงเทพ เปิดร้านขายหมูกระทะกับแฟน ซึ่งรายได้ก็ถือว่าดีทีเดียว พอเข้าสู่ปีที่ 7 ปีที่ 8 เริ่มมีร้านหมูกระทะใหม่ๆ เปิดบริเวณใกล้เคียงเยอะขึ้น ลูกค้าลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังเท่าเดิม จึงมองหาลู่ทางที่จะเปลี่ยนอาชีพ โดยระหว่างยังเลือกไม่ได้ว่าจะหันเหไปทำอะไรดี ก็ได้ไปเที่ยวพักผ่อนที่ภาคใต้ ได้ไปทานด้วงสาคูทอดแล้วติดใจ พอกลับมากรุงเทพก็หาทานยาก ด้วยความที่ติดใจรสชาติมากจริงๆ จึงตัดสินใจซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาเลี้ยงเอาไว้ทานเอง ช่วงนั้นมีเพื่อนบ้านมาขอซื้อไปทานด้วย คุณทิติยาเลยคิดว่าน่าจะเพาะด้วงขาย จึงนำเงินที่มีเหลืออยู่ไม่มาก ไปลงทุนซื้ออุปกรณ์การเพาะเลี้ยงมาเพิ่ม นั่นคือจุดเปลี่ยนชีวิต หลังจากนั้น พอลูกด้วงออกมา ก็หาลูกค้า หาที่ขายใกล้บ้านและลูกค้าตลาดออนไลน์ ผลปรากฎว่า "ขายได้" มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็มีอุปสรรคเกิดขึ้น เพราะที่อยู่อาศัยไม่เอื้ออำนวยกับการเพาะเลี้ยง จึงคุยกับแฟนว่าควรจะเพาะเลี้ยงแบบจริงจัง โชคดีที่แฟนเห็นด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด และเริ่มทำฟาร์มด้วงสาคูอย่างจริงจัง โดยทำเป็นโรงเรือนเล็กๆ อยู่แบบพอเพียง

ช่วงแรก คุณทิติยาจะรับสาคูบดจากทางใต้มาเป็นอาหารของด้วง (เป็นสาคูที่มีแต่ทางใต้เท่านั้น) จึงเกิดปัญหาค่าขนส่งแพง ส่งมาไม่ทันบ้าง จึงมองหาพืชชนิดอื่นมาแทนสาคู ก็ลงตัวที่มะพร้าว มันสำปะหลังและกล้วย โดยเริ่มแรกคุณทิติยาเลี้ยงแค่ 50 กะละมังเท่านั้น จากนั้นก็ขยายมาเรื่อยๆ จนสามารถเปิดเป็นฟาร์ม ทุกวันนี้เพิ่มจำนวนเป็น 500 กะละมัง

สำหรับเกษตรรุ่นใหม่ คุณทิติยาแนะนำว่าอันดับแรก ถ้าสนใจอยากทำด้านไหนก็ต้องศึกษาให้ดีก่อน แล้วค่อยลงมือทำ โดยอาจจะเริ่มจากเล็กๆ น้อยๆ ก่อน ก่อนหลังจากนั้นถ้าจะต่อยอดหรือเราจะออกไปใช้ชีวิตทำเกษตรเราก็จะทำให้มันสำเร็จได้ง่ายขึ้นเพราะเราได้ศึกษาและเรียนรู้ก่อนแล้ว

จากการเพาะเลี้ยงด้วงสาคู ทำให้คุณทิติยาได้เรียนรู้ว่า หลังจากปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 10-15 วัน ถ้าจับขึ้นมาจากกะละมัง จะเห็นว่าตัวด้วงจะมีขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ พ่อแม่พันธุ์ที่จับขึ้นมา สามารถนำไปใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ได้อีก 2 ครั้ง ดังนั้นต้องนำมาพักฟื้นอย่างน้อย 3 วัน

ตัวด้วงขนาดหัวไม้ขีดไฟจะเจริญเติบโตไปเรื่อยๆ ไม่ต้องดูแลอะไรมาก ยกเว้นความชื้นต้องรักษาให้ได้ ประมาณ 70-80 % อาหารต้องรักษาความชื้น 70-80 % หากอาหารมีความชื้นมากเกินไปจะทำให้พ่อแม่พันธุ์ตาย หรือไข่ที่ออกมาไม่ฟักเป็นตัวด้วงและตายในที่สุด หรือแม่พันธุ์อาจจะไม่วางไข่ หากความชื้นน้อย ด้วงจะมีขนาดเล็ก 

ข้อควรระวัง การเลี้ยงตัวด้วงให้ประสบความสำเร็จ 
- ไม่ควรเพิ่มอาหารใหม่หรือเสริมอาหารใหม่เข้าไปหลังจากเลี้ยงในกะละมัง เพราะอาหารใหม่จะมีความร้อนสูงทำให้ด้วงไม่กินอาหาร ตัวเล็กและตายในที่สุด
- กำจัดแมลงศัตรูไม่ให้เข้ามารบกวน ห้ามใช้สารฆ่าแมลงในขณะที่พ่อแม่พันธุ์วางไข่เพราะจะทำให้พ่อแม่พันธุ์ไม่วางไข่หรือไข่จะลีบ

ด้วงที่โตเต็มที่พร้อมจับขายจะมีสีเหลือง หนังจะหนาขึ้น ถ้าเนื้อตัวสีขาวๆ อยู่จะยังกินไม่ได้
ต้นทุนการผลิตขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ ถ้าเราหาได้ใกล้ๆ บ้านหรือไม่ไกลมาก ก็จะลดต้นทุนได้มาก

ปัญหาที่อาจพบในการเลี้ยงด้วงสาคูและศัตรูของด้วง

- ให้อาหารผิด (เวลาเติมอาหารแต่เริ่มแรกเป็นอย่างไร เราก็ควรเติมอย่างนั้นไม่ควรเอาอย่างอื่นมาใส่เพิ่มด้วงจะน็อค) อาหารบูด และอาหารหมด
- หนอนแมลงวันลาย ในระยะที่พันธุ์ด้วงกำลังวางไข่ หนอนแมลงวันลายจะคอยกินไข่ด้วงและกัดด้วงตัวเล็กๆ และแย่งด้วงกินอาหาร แนวทางป้องกันก็คือ อาจจะหาตาข่ายสีฟ้าๆ มามัดคลุมกะละมังไว้ หรือบางโรงเรือนอาจจะใช้ยาที่ใช้พ่นผิววัวมาพ่นตามโรงเรือนไว้ก่อนเลี้ยงด้วงเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงมาตอม
- แมลงวันแมลงหวี่ หากเจอไข่และดักแด้หนอนแมลงวันในกะละมัง ให้เอาสก็อตไบรท์ชุบน้ำยาล้างจานเล็กน้อยเช็ดรอบกะละมังและรอบฝาปิด จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดตามอีกรอบ แล้วปิดฝาไว้เหมือนเดิม
- ราบนหน้าอาหาร เกิดจากความชื้นที่ไม่เหมาะสม มักพบในกะละมังที่ใช้ฝาปิดแบบกระจาด วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือเปลี่ยนมาใช้ฝาแบบถาด ปัญหานี้จะมีผลช่วงที่แม่พันธุ์เริ่มวางไข่
- หน้าอาหารแห้งเกินไป เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อน ขาดความชื้นโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน ให้ใช้สเปรย์ฉีดพรมน้ำบริเวณหน้าอาหารเพื่อไม่ให้หน้าอาหารแห้งไปกว่าเดิม
- ตัวไร ส่วนใหญ่มักเกาะอยู่บนตัวพ่อแม่พันธุ์ป่าที่บินมาตามธรรมชาติ ถ้ามีเยอะก็เช็ดออกได้เลย ถ้าเกาะไม่มากก็ยังไม่น่าห่วง ไม่มีผลต่อด้วงสักเท่าไหร่
- มด ใช้วิธีโรยปูนขาวก่อนเลี้ยงด้วงหรือเอากะละมังวางไว้บนถาดแล้วเอาน้ำและเกลือใส่ในถาดก็ได้

ช่องทางการขายด้วงสาคูของคุณทิติยา เริ่มจากเพื่อนบ้านที่ทราบว่าเลี้ยง ก็มาขอซื้อไปรับประทาน เกิดการบอกต่อกันปากต่อปาก ตอนหลังคุณทิติยาย้ายจากกรุงเทพไปเปิดฟาร์มด้วงที่ต่างจังหวัด ก็มีลูกค้าจากกรุงเทพโทร.สั่งบ้าง ลูกค้าในพื้นที่บ้าง และเกิดการบอกกันปากต่อปากอีกครั้ง คนสั่งเยอะขึ้น คุณทิติยาเริ่มขายแบบออนไลน์ คราวนี้มีออเดอร์เข้ามาเยอะมาก จึงต้องขายแบบแช่แข็งส่งทั่วประเทศ จากนั้นก็เริ่มมีรายการทีวี มีนิตยสารมาขอสัมภาษณ์ ทำให้ฟาร์มมาดีของคุณทิติยายิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทุกวันนี้จึงยังคงมีลูกค้าหนาแน่น ทั้งเข้าไปซื้อที่ฟาร์มและส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งมีทั้งคนที่สั่งด้วงเป็นกิโลไปรับประทาน (กิโลละ 250-300 บาท) และมีทั้งผู้ที่สั่งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไปเลี้ยงรวมถึงอาหารของด้วง (ชุดละ 400 บาท) นอกจากนี้คุณทิติยายังเปิดโอกาสให้คนที่สนใจเข้าไปเรียนรู้การเพาะเลี้ยงด้วงด้วย ซึ่งที่ผ่านมาจะมาเป็นรายบุคคล ยังไม่มีเป็นกลุ่มคณะ

ในอนาคต คุณทิติยาตั้งใจจะเปิดฟาร์มสาขาที่สองที่จังหวัดนครพนม โดยมีจุดมุ่งหมายจะเปิดตลาดเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวเป็นอันดับต่อไป

คุณทิติยาสนับสนุนให้เลี้ยงด้วงสาคูขาย เพราะตลาดยังกว้าง และรายได้ก็ดีมากด้วย อย่างคุณทิติยา รายได้จะอยู่ที่เดือนละ 50,000 บาท กลายเป็นรายได้หลักของครอบครัว

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

คุณทิติยา คำเถื่อน อาศัยอยู่ที่ ฟาร์มด้วงสาคูมาดี ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 76210

เลี้ยงด้วงสาคู แมลงเศรษฐกิจตัวใหม่ กับรายได้งามๆ l รักบ้านเกิด



วิธีเลี้ยงด้วงสาคู ให้กลายเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ l รักบ้านเกิด



สูตรผสมอาหารเลี้ยงด้วงสาคู อ้วนเร็ว โตไว ขายได้ราคาดี l รักบ้านเกิด

เรื่อง/ภาพโดย: ณัฏฐ์ คำวิชัย ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
27-32°C
เชียงใหม่
24-33°C
นครราชสีมา
25-33°C
ชลบุรี
27-31°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
26-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×