เกษตรกรต้นแบบ
"อิงณภัสร์ วงษ์สิทธิชัย : เมล็ดพันธุ์ดี ที่บ้านสวนขวัญ"
 10 มิถุนายน 2562   861
จ.ลพบุรี
ถ้าเราเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี
เราอยู่ที่ไหนเราก็จะงอกงาม
เวลาเราปลูกพืช
เรายังเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดมาปลูก
ในการสร้างชุมชน สร้างประเทศก็เช่นกัน
บ้านเมืองเราต้องการเมล็ดพันธุ์ดีๆ เยอะๆ

คุณขวัญ อิงณภัสร์ วงษ์สิทธิชัย เจ้าของบ้านสวนขวัญ

ด้วยวัย 34 ปี ของคุณขวัญ การได้เป็นเจ้าของกิจการเป็นจุดหมายในชีวิต และในวันนี้คุณขวัญก็ได้เป็นผู้ประกอบการเกษตรกรแล้ว การกลับมาทำงานที่บ้านทำให้คุณขวัญมีความสุขมาก ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ได้ทำตัวให้มีประโยชน์กับชุมชน ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานกับเธอ เพราะทุกคนเอ็นดูและเห็นถึงความตั้งใจที่คุณขวัญมีต่อทุกคน ไม่ใช่เพียงแต่ตนเองหรือครอบครัวตนเองเท่านั้น

“วันนี้มันไกล ไกลจากวันแรกมาก วันแรกกับวันนี้มันต่างกัน วันแรกเราต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนรู้นะคะว่าเราตั้งใจเราจะทำแบบนี้ พอผ่านเวลามาได้ทุกคนยอมรับ มันก็เลยทำให้ เรามีความสุขขึ้น ที่จริงวันแรกเราก็มีความสุข วันนี้เดี๋ยวนี้ก็ยังมีความสุขเหมือนเดิมแต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เลยคือคุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นมาก มันไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องเงิน แต่มันตอบโจทย์เรื่องคุณภาพชีวิต สุขภาพเราดีขึ้น เหมือนเราได้พลังชีวิตทุกวัน”

น้อมนำปรัชญาในหลวง ร.๙ เป็นแนวทาง
สิ่งที่คุณขวัญทำมาตลอดคือการเรียนรู้อย่างจริงจัง ตั้งแต่เด็ก ก็ตั้งไว้ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ และการทำงานทุกอย่างของคุณขวัญก่อนหน้า ก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะเรียนรู้อะไร เพื่อนำไปสู่การมีธุรกิจของตัวเอง นั่นเป็นความชัดเจนตั้งแต่ต้น และเมื่อทำ ก็ศึกษาอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก และลงมือทำอย่างซื่อสัตย์ จริงจัง และจริงใจ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความสำเร็จแก่เธอ ตั้งแต่อายุยังน้อย

สิ่งสำคัญที่คุณขวัญได้จากการทำงาน คือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.๙ ก่อนหน้าคุณขวัญไม่เข้าใจ ก็มันไม่พอจะให้พอเพียงได้อย่างไร แต่พอวันหนึ่งที่มีความเข้าใจ ก็เลยเกิดปณิธานเล็ก ๆ ว่าอยากจะถ่ายทอดสิ่งที่ได้รู้ว่ามันเป็นประโยชน์มาก ๆ และเป็นหลักคิดที่ดี ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานสมบัติล้ำค่าไว้ให้ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณขวัญชอบ คือ “ความขาดแคลนไม่เป็นปัญหาถ้าเรามีสติปัญญาและความอดทน” อันนี้คือแบบอย่าง ไม่ต้องใช้เงิน แต่คุณต้องใช้สมองมากขึ้น บางอย่างควรอดทนได้ รอคอยความสำเร็จได้ อันนี้ไม่จำเป็นว่าเราต้องทำวันนี้และสำเร็จพรุ่งนี้ บางอย่างมันรอได้ ถ้าความพร้อมคุณไม่มีคุณต้องใช้ความอดทนมากกว่าคนอื่น แต่ถ้าวันนี้ความพร้อมคุณมีคุณใช้ความอดทนน้อยลงไม่เป็นไร และที่สำคัญเลยคือความเพียร ที่คุณต้องมีต่อเนื่อง การพัฒนาตัวเองความเพียร ในที่นี้หมายถึงคุณต้องเรียนรู้ ที่สำคัญที่สุดเลยคือสติ เวลาเจอปัญหาอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ให้ใช้สติ แล้วก็กลับมาพินิจพิเคราะห์ให้ดีว่าทุกอย่างมันแก้ด้วยอะไรได้บ้าง มันก็จะทำให้เราผ่านเรื่องราวต่างๆไปได้ เดินไปได้ ข้อคิดเหล่านี้ทำให้คุณขวัญวันนี้รู้สึกขอบคุณปัญหาและอุปสรรคมากเพราะถือว่าเป็นครู

และสำหรับคนที่อยากกลับมาทำงานบ้านเกิด สิ่งที่อยากให้สำรวจก่อนเลยคือสำรวจตัวเองก่อนว่าจริง ๆ แล้วเราชอบแล้วลองทำดูก่อน ต้องดูว่าเราจะไปอยู่จุดไหนก่อนที่จะลาออกมา เพราะต้นไม้ ไม่ได้ปลูกวันนี้แล้วพรุ่งนี้เก็บเกี่ยวได้เลย อย่างน้อยก็ 2 - 3 ปี ต้องดูว่าคุณจะปลูกพืชแบบไหน คุณต้องเตรียมของคุณก่อน ก่อนที่คุณจะออกมา แล้วคุณต้องเตรียมองค์ความรู้ทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขาดทุนช่างมัน แล้วก็ต้องประเมินตัวเอง ประเมินความพร้อมของตัวเอง เพราะว่าธุรกิจมีปัญหาและอุปสรรคของมัน

อยู่กับสิ่งเล็กๆน้อยๆก็มีความสุข

ด้วยความตั้งใจตั้งแต่เด็กว่าโตขึ้นจะเป็นเจ้าของธุรกิจ ทำให้การทำงานของคุณขวัญ อิงณภัสร์ วงษ์สิทธิชัย เป็นไปเพื่อสั่งสมประสบการณ์ ในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ตัวเอง

คุณขวัญจบการศึกษาปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ เอกการตลาด ระหว่างที่เรียนก็ทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย เมื่อจบการศึกษา ก็มาเป็นเซลล์อยู่ที่ King Power เป็นที่แรก อยู่ในตึกระหว่างประเทศ เป็น PC ขายน้ำหอม เครื่องสำอาง อยู่ที่นี่ได้สักพัก ก็มาทำในส่วน Marketing ของบริษัทรถยี่ห้อหนึ่ง ในส่วนของเซลล์มาร์เก็ตติ้ง และในส่วนงานด้านเลขา ทำให้คุณขวัญมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาบ้าง หลังจากนั้นก็ไปทำงานในส่วนของบริการบริษัทคนไทยเช่นเดิม ทำอยู่ที่นั่นสักพักนึง ก็ได้องค์ความรู้ในเรื่องของเทคนิคในการใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นคุณขวัญเริ่มกลับมาที่เป้าหมายชีวิตตนเอง ที่ว่าอยากเป็นผู้ประกอบการ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงเริ่มทำธุรกิจของตัวเองตั้งแต่ตอนอายุ 26 ปี


คุณขวัญเริ่มธุรกิจของตัวเองด้วยการเปิดร้านโทรศัพท์ขายปลีกขายส่งอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าที่หนึ่ง ทำอยู่ได้ประมาณ 2 ปีกว่า ก็เริ่มรู้สึกว่ามันผิดทางไปนิดหนึ่ง เพราะว่าได้เงินแต่ไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆ คุณขวัญอยากออกจากงานประจำเพื่อจะได้มีเวลา แต่กลายเป็นว่า คุณขวัญมีเงิน แต่ไม่มีเวลาเลย ทำให้เกิดคำถามในใจว่า เราต้องการเงินจริงๆ หรือเปล่า จึงเกิดการหาเครื่องมือตัวใหม่ว่าอะไรที่จะทำให้ได้ทั้งเวลาได้ทั้งเงินและก็ได้คุณภาพชีวิตด้วย จึงกลับเข้าทำงานประจำอีกครั้ง เป็นมาร์เก็ตติ้ง เทรนเนอร์ ให้บริษัทที่ทำเรื่องน้ำมันรำข้าว ยอดขายเป็นพันล้าน เมื่อเข้าไปศึกษาอยู่ได้สักพัก ก็รู้สึกว่าข้าวไทยนี่ช่างมหัศจรรย์ มีงานวิจัยหลายๆ ที่มาซัพพอร์ตแนวความคิดนี้ เลยทำให้รู้สึกว่าอยากมีอาหารคุณภาพแบบนี้ แล้วก็เกิดความสงสัยว่า เกษตรกรเขารู้กันไหมว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันดีมากๆ เลยสงสัยอยู่ในใจว่า ทำไมมูลค่าเงินขนาดนี้ ไม่ไปตกอยู่กับชาวนา แต่กลับอยู่กับนักธุรกิจที่มีเงินเยอะๆ และเป็นช่วงเดียวกับที่ทางบ้านบอกให้กลับไปอยู่บ้าน ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ ที่บ้านก็เลยให้ที่นามาทดลองทำนาดู

เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้าน คุณขวัญยังไม่รู้จะทำอะไร เห็นแต่ทุ่งนากับลำคลอง จึงนึกถึงคำที่ว่า “ถ้าเราเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี อยู่ที่ไหนเราก็จะงอกงาม” จึงย้อนกลับไปคิดถึงน้ำมันรำข้าว และรู้สึกว่า “เรากลับมาอยู่กับชาวนาแล้วนี่ เขาจะรู้มั้ยว่าข้าวเขาเจ๋งมาก” ก็เลยทดลองทำนาดู ที่บ้านให้ที่นามาสองแปลง 2 แปลงนี้ ถือเป็นการเรียนรู้ของคุณขวัญจริงๆ

อยากรู้ต้องลองทำ ทำนาด้วยตัวเอง

คุณขวัญทำตามทุกอย่างที่ชาวนาทำ เขาทำอะไรก็ทำตาม เบ็ดเสร็จขาดทุนไป 6 หมื่น แต่เป็นเงินที่เตรียมไว้ขาดทุนเพื่อเรียนรู้อยู่แล้ว จึงไม่ได้เสียใจอะไร กลับขอบคุณด้วยซ้ำว่า ถ้าไม่ทำ จะไม่รู้ถึงปัญหาจริงๆ ว่าที่ควรจะต้องทำคืออะไร

หลังจากนั้นมาเจอปราชญ์ชุมชน ท่านบอกว่ามีโครงการสร้างและพัฒนาผู้นำเกษตรกรรุ่นใหม่ สนใจรึเปล่า คุณขวัญเลยตัดสินใจไป เพราะคำว่าพัฒนาผู้นำเกษตรกรรุ่นใหม่ มันต้องมีอะไรมากกว่าปกติ ต้องไปเรียน 6 เดือน ภาคทฤษฎี 2 เดือน 4 เดือน แต่คุณขวัญตั้งใจจะไปแค่ภาคทฤษฎี 2 เดือน แต่พอไปจริงก็อยู่ครบเลย 6 เดือน แล้วก็ไปทำจริง จับจอบจริง ไปรู้ถึงความเหนื่อยยากของเกษตรกรจริงๆ ได้เรียนรู้การแก้ปัญหา การจัดการ การวางแผนการผลิตให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

หลังจากเข้าโครงการ คุณขวัญก็กลับมาทำนาของตนเองในคราวที่ 2 ครั้งนี้คุณขวัญหักดิบ ไม่ใช้สารเคมีเลย เลือกทำข้าวหอมปทุมก่อน ควบคู่ไปกับข้าว 31 ใช้หลักการคือ อยากทำข้าวคนกิน แล้วขายข้าวคนกิน เริ่มที่ขายญาติญาติก่อน ครึ่งหนึ่งคุณขวัญขายเข้าโรงสี อีกครึ่งหนึ่งเก็บไว้ทำตลาด คุณขวัญเลยมีเงินก้อนไว้สำหรับลงครั้งถัดไป ส่วนครึ่งหนึ่งที่ทำตลาด ก็คือ 1 แจกญาติ 2 ทำหุงข้าวให้ที่บ้านกิน ทั้งญาติและคนที่ได้ชิมจะบอกเลยว่าข้าวหอมมาก ก็เลยเกิดจากสิ่งเล็ก ๆ ที่คิดอยากจะทำให้คนในครอบครัวทานก่อนและตนเองก็ทานด้วย เลยไม่กล้าใช้เคมีในแปลงแม้แต่นิดเดียว และยืนหยัดมาตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน

ในปีแรกที่คุณขวัญปลูกข้าวโดยไม่ใช้สารเคมี คนในหมู่บ้านไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ ไม่เชื่อว่าจะขายได้ ไม่เชื่อว่ามันจะดี แต่คุณขวัญไม่คิดอะไร แค่คิดว่าทำให้คนในครอบครัวกินแค่นั้น แต่ในวันนี้เริ่มมีแนวร่วมมากขึ้น และสำหรับคุณขวัญถือเป็นความภาคภูมิใจที่ปลูกข้าวไม่พอขาย ผลิตเท่าไหร่ก็หมด แต่คุณขวัญจะไม่มุ่งไปที่ปริมาณมาก ๆ แต่มองว่าคุณภาพสำคัญมันทำให้อยู่ได้ และมันทำให้ยั่งยืนในภาคธุรกิจนี้มากกว่า มองว่าความซื่อสัตย์สำคัญ เพราะความรู้เทคนิคต่าง ๆ เราเรียนรู้เพิ่มได้ แต่องค์ประกอบสำคัญที่สุดคือความซื่อสัตย์นี่เองที่จำเป็นต้องมี

นอกจากปลูกข้าวแล้ว คุณขวัญยังทำกล้าข้าวขายด้วย จากเริ่มต้นเดิมทีที่คุณขวัญทำกล้าข้าวนาโยน ที่เลือกวิธีนี้เพราะคำนวณแล้วมันลดต้นทุนได้จริง และคุณขวัญต้องเพาะกล้า ก็จะมีเกษตรกรมาขอซื้อกล้า จึงเกิดเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ขึ้นมา และกลายเป็นรายได้หลักของคุณขวัญเลยทีเดียว ที่ตัดสินใจทำเพราะ ปลูกข้าว 4 เดือนถึงจะได้เงิน แต่กล้าข้าว 15 วันก็ได้เงินแล้ว คุณขวัญเลยมองถ้ารอ 4 เดือนมันจะนานไป เลยเพิ่มตรงกล้าข้าวขึ้นมา ทั้งเพาะเองและก็หาทีมมาโยน จ้างครูมาสอนทีมโยน เอาคนที่โยนเก่งๆ มาสอนทีมงาน ทั้งเพาะกล้าและรับจ้างโยนข้าวก็ทำให้รายได้ของคุณขวัญค่อนข้างดีพอสมควร

ราคากล้าข้าว ถาดหนึ่งจะมี 434 หลุม ถ้าเกิดเอาข้าวมาให้ทางคุณขวัญ จะอยู่ที่ถาดละประมาณ 8 - 11 บาท แต่ถ้าเอาข้าวของคุณขวัญเลย จะอยู่ที่ถาดละ 13 - 16 บาทขึ้นอยู่กับราคาข้าวในแต่ละช่วงด้วย เพราะในแต่ละฤดูแต่ละรอบ ข้าวพันธุ์ราคาไม่เท่ากัน บางพันธุ์คุณขวัญเก็บเอง บางพันธุ์ไปเอาจากศูนย์เพาะพันธ์ข้าว ค่าแรงโยน 250 บาทต่อไร่ ค่าขนส่ง 15 บาท / กิโลเมตร แต่ถ้าภายในเขต 15 กิโลเมตร ส่งให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย

แปลงนาข้าวปลอดสาร ทำกิน ทำขาย อย่างปลอดภัย

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

นางสาวอิงณภัสร์ วงษ์สิทธิชัย
บ้านเลขที่ 58 หมู่ 6
ต.มหาสอน อ.บ้านหมี่
จ.ลพบุรี 15110

อาชีพในฝัน ปลูกข้าว ปลูกผัก ทำที่พักโฮมสเตย์ แบบอิงณภัสร์ วงษ์สิทธิชัย

ต้นข้าวแข็งแรงโตไว ด้วยจุลินทรีย์หน่อกล้วย!!!

เรื่อง/ภาพโดย: ณัฏฐ์ คำวิชัย ทีมงานรักบ้านเกิด
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×