คลิปเกษตร
คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ เกษตรกรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการปลูกพืชคอนโด 9 ชั้น และการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ได้แนะวิธีการทำน้ำหมักจุลินทรีย์เรียกว่าน้ำหมักพ่อ ซึ่งวิธีการทำน้ำหมักพ่อนั้นไม่ยุ่งยาก เพียงนำผลไม้สุก เช่น กล้วย มะละกอ ฟักทอง หากมีสีเหลือยงยิ่งดี รวมกัน จำนวน 3 กิโลกรัม พร้อมสับหรือหั่นให้มีขนาดเล็ก เหมาะแก่การย่อยสลาย ถัดมาคือน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพ จำนวน 1 ลิตร และ กากน้ำตาลอีก 1 ลิตรเพื่อเป็นอาหารของจุลินทรีย์ สุดท้ายคือน้ำเปล่า จำนวน 10 ลิตร เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดครบแล้วจึงนำมาผสมกันแล้วหมักทิ้งไว้ 15 วันก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ประโยชน์ของน้ำหมักจุลินทรีย์จากผลไม้สุกหรือน้ำหมักพ่อ นอกจากจะใช้ผสมอาหารเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับสุกรทำให้น้ำหนักดี ไม่เป็นโรคแล้ว ยังสามารถลดกลิ่นเหม็นของมูลสุกรได้เป็นอย่างดี หรือสามารถนำไปผสมน้ำฉีดพ่นพืชผัก ทำให้เจริญเติบโตเร็ว ผลผลิตดี
21 มกราคม 2558
1,503
คลิปเกษตรใหม่ล่าสุด
ทีมงานรักบ้านเกิดขอนำท่านไปพบกับเกษตรกรคนเก่ง คุณจรัส อยู่สบาย เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์กบเหลืองสีทอง ปัจจุบันอยู่ที่ ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี จะมาแนะนำเทคนิคการคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบเพื่อที่จะดูความพร้อมในการผสมพันธุ์ ซึ่งคุณจรัส ได้แนะนำการดูลักษณะของกบพ่อพันธุ์หรือกบตัวผู้นั้น ให้สังเกตุต่อมเสียงอยู่ด้านข้างด้านหน้า เวลาร้องต่อมเสียงจะพองออกมา ส่วนตัวเมียนั้น โครงสร้างจะใหญ่หรืออ้วนกว่าตัวผู้ สำหรับพ่อพันธุ์ที่พร้อมจะจับคู่นั้นควรมีอายุตั้งแต่ 8 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นไป เวลาใช้นิ้วสอดใต้คางของพ่อพันธุ์กบ กบจะกอดรัดนิ้วแน่น แสดงถึงความพร้อมที่จะผสมพันธุ์ ส่วนตัวเมียที่พร้อมจะมีตุ่มสากอยู่บริเวณข้างลำตัว (กรสณีพันธุ์เหลืองสีทองจะเกิดแถบสีน้ำตาลหรือสีดำเข้ม บริเวณข้างลำตัวด้วย)นี่คือเทคนิคในการคัดเลือกกบที่จะนำมาผสมพันธุ์ให้ได้ลูกกบที่สมบูรณ์แข็งแรงและได้ผลผลิตที่แน่นอนเช่นกัน
21 มกราคม 2558
1,266
ในการเลี้ยงไก่งวง เกษตรกรผู้เลี้ยงมักประสบปัญหาไก่งวงเป็นโรคฝีดาษ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ไก่งวงตายจำนวนมาก แต่คุณกิมฮก แซ่เตีย เกษตรกรบ้านดอนรังการ ต.ตาลสุม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี เจ้าของรางวัลเกษตรสำนึกรักบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงไก่งวงพันธุ์พื้นบ้าน พบว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ไก่งวงเป็นโรคฝีดาษ คือ ยุง ซึ่งเป็นพาหะนำโรค ทำให้ไก่งวงที่ติดเชื้อ มีตุ่มแดงขึ้นตามใบหน้าและลำตัว รวมทั้งกินอาหารไม่ได้ ซึ่งปัญหานี้สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ นำยาแก้ปวดผสมกับทิงเจอร์ไอโอดีน จากนั้นนำคัทตันบัดส์หรือสำลี ชุบยาทาบริเวณแผลให้ทั่ว เช้า-เย็น ทำต่อเนื่องกันประมาณ 2-3 วัน แผลจะตกสะเก็ดและหายเป็นปกติ
21 มกราคม 2558
1,653
ปัจจุบันยังเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือบางรายประสบปัญหา"โค-กระบือ"ไม่ค่อยกินหญ้าเบื่ออาหารถึงกินได้ก็ไม่อ้วน ทำให้ผอมโซ ขายก็ไม่ได้ราคา ปัญหาโค-กระบือที่ไม่ค่อยกินหญ้า และผอมโซจะหมดไป เมื่อได้ค้นพบสูตรน้ำหมักสมุนไพรบำรุงโค-กระบือที่พ่อชวนหรือนายบุญชวน มะลัยโย ขุนแผนฟาร์ม 91 ม.10 บ้านปงบน ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ได้ยินดีเผยสูตรนี้ให้กับทีมงานฯ และสูตรนี้มีวัถุดิบและสมุนไพรหลักๆที่นำมาหมักดังนี้ บอระเพ็ด,ไพล,ตะไคร้,ข่าแก่,เกลือป่น,น้ำตาลทรายแดง,เหล้าขาว,เบียร์,โดยการนำมาหมัก 15 วัน ก่อนนำมาให้โค-กระบือกิน นับว่าเป็นสูตรที่ลดต้นทุนและมีประโยชน์อย่างมาก เมื่อนำมาให้โค-กระบือกินเป็นน้ำหมักโดยการนําเอาสมุนไพรที่ช่วยเจริญอาหารมาเพิ่มประสิทธิภาพแยกเอาตัวยาออกมาด้วยแอลกอฮอล์ แล้วกรอกให้โค-กระบือกินเป็นยา จึงเป็นสูตรยาดองที่ทําใหโคกินหญ้าดีโตเร็วอ้วนสมบูรณ์ เหมาะสำหรับโค-กระบือที่เบื่ออาหาร และผอมโซ สมบูรณ์แข็งแรงขนสวย เนื้อดี ประหยัดลดต้นทุน ไม่ต้องพึ่งเกลือแร่หรืออาหารเสริมสัตว์ที่มีราคาแพงอีกด้วย
21 มกราคม 2558
2,422
คุณลุงไพรัช เชาวลิตร เลี้ยงผึ้งโพรงแบบธรรมชาติ ตามฉบับเมืองคอน มาเป็นเวลา 36 ปี แกบอกว่าผึ้งโพรงเป็นผึ้งพันธุ์ของเมืองไทยชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในทุกภาค ซึ่งในธรรมชาติของผึ้งโพรง จะทำรังด้วยการสร้างรวงซ้อนเรียงกัน อยู่ในโพรงไม้หรือโพรงหินซึ้งคนเรารู้นำผลผลิตจากผึ้งมาใช้เป็นประโยชน์ช้านานแล้ว ตั้งแต่สมัยกรีกโบราณกาลแล้วซึ้งก็เป็นความชาญฉลาดของคนในยุดนั้นที่รู้จักความหวานของน้ำผึ้งมาใช้แทนน้ำตาลในการประกอบอาหารและเป็นยา อย่างยุดปัจจุบันการเลี้ยงผึ้งโพรงอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครๆเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ บ้านเสาเภา เป็นหมู่บ้านที่มีประชากรทำอาชีพสวนผลไม้และทำสวนยางเป็นหลักและบริเวณนั้นก็เป็นที่สำคัญที่มีน้ำหวานจากการแตกยอดใหม่ของพืชพรรณไม้หลายชนิด ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญในการเลี้ยงผึ้งโพรง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครๆ และทำรายได้ให้กับผู้เลี้ยงอย่างเป็นกอบเป็นกำ จึงแนะนำการทำบังกะโลให้ผึ้งเพื่อเพิ่มรายได้.
21 มกราคม 2558
2,454
จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ มักพบปัญหาเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากแผลติดเชื้อและลุกลามเป็นวงกว้างของโค-กระบือ โดยเฉพาะบริเวณปากและกีบเท้า จะมีอาการปากเปื่อยเท้าเปื่อย หากไม่ได้รับการรักษาและปล่อยทิ้งไว้จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระบือ ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องดูแลเอาใจใส่และต้องรักษาอาการที่เกิดขึ้นอย่างถูกวิธี ซึ่งมีวิธีการง่ายๆ โดยการใช้สมุนไพรภูมิปัญญาท้องถิ่นของคุณจำเริญ จันต๊ะนาเขต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 20 บ้านใหม่นาวา ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย ผู้มีประสบการณ์ด้านการเลี้ยงโค-กระบือ มานานกว่า 20 ปี ได้ใช้สมุนไพรเปลือกสดของต้นหว้าหรือต้นประดู่นำมาแช่น้ำให้เข้มข้นนานตั้งแต่ 5-10 นาทีขึ้นไป สามารถนำมาใช้รดแผลในโค-กระบือ เพียงวันละ 2 ครั้งเช้าเย็น ภายใน 3-5 วันอาการมีแผลปากเปื่อยเท้าเปื่อยในโค-กระบือ จะหายขาดอย่างน่าอัศจรรย์
21 มกราคม 2558
3,385
คลิปเกษตรแนะนำ
คุณสมพงษ์ ไชยสง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาวัย 64 ปี ที่หันมาประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในบ่อดินธรรมชาติมานานกว่า 10 ปี จนประสบผลสำเร็จในพื้นที่บ้านหนองนางขวัญ ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้ให้คำแนะนำวิธีการทำอาหารปลาที่มีโปรตีนสูงและมีราคาถูก อีกทั้งยังมีส่วนช่วยการเร่งการเจริญเติบให้กับตัวปลาได้เทียบเคียงกับอาหารสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป โดยใช้วัตถุดิบส่วนผสม ได้แก่ รำข้าว 8 กก. ,กากถั่วเหลือง 22 กก. ,ปลาป่น 7 กก. ,น้ำหมักปลา(ปลาเปรี้ยว) 6 กก. , น้ำเปล่า 3 ลิตร วิธีการทำโดยนำส่วนผสมตามอัตราส่วนที่กำหนดคลุกเค้าให้เข้ากันจนเกิดความเหนียวหนืดแล้วนำอาหารเข้าเครื่องบดให้ออกมาเป็นเส้น จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง(สูตรอาหารแห้ง) หรือให้ปลากินสดๆก็ได้(สูตรอาหารสด) ส่วนการให้อาหาร ปลาเล็กจะเริ่มเลี้ยงจนปลามีอายุ 1 เดือน ใช้สูตรอาหารสดเช้า-เย็น เมื่อบดเสร็จให้ปั้นเป็นก้อนกลมๆใช้ภาชนะรองแล้วหย่อนลงให้ปลากินได้เลย และเมื่อปลามีอายุ 1 เดือนขึ้นไป จึงให้อาหารแห้งให้วันละครั้ง จะใช้เวลาเลี้ยงปลาประมาณ 7-8 เดือน ก็สามารถจับขายได้ตามขนาดที่ตลาดต้องการ
23 มกราคม 2560
5,149
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×