คลิปเกษตร
หนูนา หากมารุกรานในนาข้าว ถือเป็นศัตรูตัวสำคัญที่สร้างความเสียหาย แต่ในทางกลับกัน ชาวบ้านกลับนิยมสรรหา จับหนูนามาประกอบอาหารอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะชาวอีสาน ด้วยเหตุนี้จึงจุดประกายให้กับ คุณแม่ทองพัด แก้วบุญมา เกษตรกรจากบ้านโนนรัง ต.สาวัตถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ปัจจุบันทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาขุนเพื่อจำหน่าย สร้างรายได้ดีเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งการเลี้ยงหนูนาขุนนั้นไม่ยากอย่างที่คิด เพียงมีท่อปูนขนาดโบกครึ่ง ตั้งเรียงกัน เจาะรูทะลุเพื่อให้หนูนาสามารถวิ่งลอดไปหากันได้ ปิดฝาด้วยยิมซั่มแผ่นเรียบ รองพื้นด้วยฟางข้าวแห้ง แกลบดิบเพื่อดูดกลิ่น บำรุงด้วยหัวอาหารผสมรำอ่อน หลีกเลี่ยงการให้กินเนื้อสัตว์หรือของคาว ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน สามารถผลิตหนูนาขุนตัวเขื่อง น้ำหนักประมาณ 8 ขีด - 1 กก.จำหน่ายให้ผู้บริโภคได้ในราคาตัวละ 100 บาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่น่าสนใจ สะอาด ไร้กลิ่น และไม่ยุ่งยากใด เป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรได้แน่นอน...ตามไปชมวิธีการเลี้ยงหนูนาในบ่อปูนกันได้ค่ะ
22 มีนาคม 2559
9,837
คลิปเกษตรใหม่ล่าสุด
ในอดีตเกษตรกรมักจะใช้วิธีการก่อกองไฟใกล้กับคอกเลี้ยงสัตว์เพื่อสุมควันขับไล่แมลงศัตรูตัวร้ายของโค-กระบือที่พบในช่วงเวลากลางคืน ได้แก่ ยุง เหลือบ ไร เห็บ เหา และแมลงชนิดอื่นๆที่มักจะสร้างความรำคาญให้กับโค-กระบือได้ตลอดทั้งคืน นายแพง พวงราช เครือข่ายเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดและเป็นเกษตรกรผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของการทำเกษตรแบบอินทรีย์บ้านทุ่งบัว ม.2 ต.ผักไหม อ.ศีรขรภูมิ จ.สุรินทร์ กล่าวว่าแมลงส่วนใหญ่มักจะดูดกินเลือดโค-กระบือในตอนกลางคืนจนส่งผลทำให้สุขภาพสัตว์อ่อนแอ จึงได้หาวิธีการอื่นๆที่สะดวกกว่าการสุมควันไฟ โดยนำเอาน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากกระบวนการเผาถ่านมาใช้ประโยชน์ในการป้องกันยุงและแมลงต่างๆแทนการสุมควันไฟในอดีตที่ต้องจัดหาฟืนมาเป็นจำนวนมาก โดยนำน้ำส้มควันไม้ที่ผ่านกระบวนการตกตะกอนแล้วอย่างน้อย 90 วัน ผสมน้ำสะอาดอัตรา 1:20 จากนั้นนำผ้าไปชุบน้ำแล้วนำไปเช็ดตัวโค-กระบือให้ทั่วร่างกายในตอนเย็นหรือก่อนนอน ซึ่งกลิ่นเหม็นฉุนของน้ำส้มควันไม้จะช่วยขับไล่แมลงต่างๆไม่ให้เข้ามารบกวนโค-กระบือตลอดทั้งคืน อีกทั้งยังช่วยให้โค-กระบือมีผิวและขนมันวาวแลดูสวยงาม
8 มีนาคม 2559
1,740
แพะที่ทานอาหารได้น้อยและเจริญเติบโตช้าผอมแห้ง อาจจะอ่อนแอเจ็บป่วยหรือล้มตายได้ง่าย เป็นปัญหาและอุปสรรคให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ ทำให้สูญเสียรายได้จากผลผลิตที่ลดลง และต้องเพิ่มต้นทุนในการซื้อยารักษาบางรายต้องเลิกกิจการกันเลยทีเดียว คุณบุญมี ชูแสง เจ้าของบุญมีฟาร์ม เลขที่ 4 หมู่ที่ 2 ต.เขาพระ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เลี้ยงแพะมา 4 ปี มีแพะในฟาร์ม จำนวน 130 ตัว ผู้ที่ไม่เคยประสบปัญหาในการเลี้ยงแพะ เลี้ยงแพะด้วยภูมิปัญญา โดยการนำสมุนไพรรักษาแพะมาตลอดปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อแพะ แพะในฟาร์มคุณบุญมี จึงมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ด้วยเป็นคนที่รู้จักสังเกตและคิดค้นนำสมุนไพรที่มีอยู่รอบๆตัวนำมาใช้ โดยเฉพาะสูตรยาบำรุงแพะที่หมักด้วยลูกยอและกากน้ำตาลที่น่าสนใจมากและมีส่วนผสมที่หาได้ง่าย สามารถทำให้แพะ ร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง หมดปัญหาแพะผอมแห้งแรงน้อยแน่นอนค่ะ
2 มีนาคม 2559
1,763
การเลี้ยงหมูหลุม เป็นวิธีการเลี้ยงแบบธรรมชาติ เกษตรกรจากหลายพื้นที่จะมีวิธีการเลี้ยงที่แตกต่างกันออกไปตามภูมิภาค แต่โดยหลักแล้วต้องการที่จะลดต้นทุนในเรื่องของอาหาร ให้หมูมีน้ำหนักและคุณภาพที่ดี เพราะการเลี้ยงแบบทั่วไปจะมีต้นทุนการเลี้ยงที่สูง ด้วยราคาของวัตถุดิบอาหารสัตว์และยาปฎิชีวนะที่มีราคาแพง ส่งผลให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนจากการจำหน่าย ส่วนการเลี้ยงหมูแบบธรรมชาตินั้น (หมูหลุม) คุณอัญชลี สีกุหลาบ ได้อธิบายถึงสูตรอาหารที่เน้นใช้วัตถุดิบที่ผู้เลี้ยงสามารถหาได้ตามธรรมชาติในท้องถิ่นเป็นหลัก นั่นคือ หยวกกล้วยนำมาหั่นฝอย ซึ่งจะมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ดูดซึมสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยล้างลำไส้ ทำให้หมูมีสุขภาพดี โดยใช้วิธีการหมักกับน้ำตาลทรายแดงและเกลือเม็ดนำมาเทเป็นชั้น ๆ หมักทิ้งไว้ 7 วัน ให้สังเกตุเวลาเปิดฝาถังหมักออกจะมีกลิ่นเปรี้ยว เกษตรกรสามารถนำมาใช้เป็นอาหารหลักผสมควบคู่กับอาหารเม็ดได้ โดยจะช่วยลดต้นทุนในเรื่องค่าอาหารได้เป็นอย่างดีและยังช่วยในเรื่องของสุขภาพหมูแถมได้น้ำหนักที่ดีกว่าอาหารเม็ดทั่วไปอีกด้วย
26 กุมภาพันธ์ 2559
2,186
ช่วงปลายฤดูฝนและช่วงต้นฤดูหนาว เกษตรกรผู้ทำฟาร์มปศุสัตว์ มักจะประสบปัญหาสุขภาพสัตว์ เนื่องจากสภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน โดยเฉพาะโคนม ซึ่งจำเป็นต้องมีสุขภาพดีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้น้ำนมที่มีคุณภาพดีและปริมาณที่เพียงพอ จากการสัมภาษณ์ คุณปฏิวัติ อินแปลง เกษตรกรผู้มีประสบการณ์ในการเลี้ยงโคนมมา 10 ปี ได้แนะนำให้ดูแลสุขภาพของโคนมเป็นพิเศษในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยสังเกตจากพฤติกรรมและลักษณะภายนอกของโคนมเพื่อจะได้แก้ไขและทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที และมีโปรแกรมการทำวัคซีนป้องกันโรคระบาดอย่างมีระบบ สำหรับพฤติกรรมและอาการที่เห็นได้ชัดว่าแม่โคในฟาร์มมีอาการผิดปกติจะสังเกตได้จากการที่แม่โคกินอาหารน้อยลง นอนมากผิดปกติและมีอาการเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด และบางครั้งจะมีน้ำลายไหลมากผิดปกติ สังเกตดวงตาจะฝ้าไม่สดใสเป็นประกายเหมือนโคทั่วไป สัมผัสที่จมูกจะแห้ง ซึ่งโดยปกติจมูกของโคจะมีเหงื่อออกชื้นอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังควรหมั่นสังเกตว่าโคมีแผลสดแผลเปื่อยบริเวณต่างๆหรือไม่ เพราะหากปล่อยให้โคมีแผลสดแผลเปื่อย อาจจะทำให้โคเครียดและมีโรคแทรกซ้อน นอกจากนี้ยังส่งผลต่อคุณภาพน้ำนมอีกด้วยจึงควรใส่ใจดูแลอยู่สม่ำเสมอ
25 กุมภาพันธ์ 2559
1,435
แผลที่เกิดกับสัตว์เลี้ยง อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งแผลเพียงน้อยนิดหากปล่อยไว้อาจลุกลามติดเชื้อได้ ดังนั้นเกษตรกรควรดูแลเอาใจใส่ หมั่นสังเกตในแต่ละวันหากมีแผลควรรีบทำความสะอาดแผลและใส่ยารักษา คุณสมัย สาวงษาแห่งสมสมัยฟาร์มศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ หมู่3 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงรายได้คิดค้นทิงเจอร์สมุนไพรรักษาแผลในสัตว์ อีกหนึ่งวิธีที่สกัดสมุนไพรด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ง่ายปลอดภัยกับสัตว์ทุกชนิด ช่วยให้แผลแห้งหายไว ใช้ได้ทั้งแผลสด แผลเป็นหนอง ตุ่มและผดผื่นคันต่างๆ อีกหนึ่งวิธีรักษาแผลในสัตว์ ที่คุณควรทำเก็บไว้ เพื่อการดูแลสัตว์เลี้ยงที่รักของคุณ
12 กุมภาพันธ์ 2559
1,998
ที่ไร่อธิศพัฒน์ บ้านยาง ต.ท่าลี่ อ.ท่าลี่ จ.เลย โดย อ.อธิศพัฒน์ วรรณสุทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของเกษตรออแกนิค และ เกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน ยินดีเผยแพร่เทคนิคง่ายๆ ในการทำ ยาโด๊ป กบพ่อแม่พันธุ์ ให้เกิดการผสมพันธุ์อย่างต่อเนื่องถึงปีละ 4-6 รุ่น ด้วยวิธีการดังนี้ เตรียมน้ำสะอาดใส่แก้ว ครึ่งแก้ว เติม อาหารจานด่วนลงไป 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้ว นำหัวอาหารกบลงแช่ 24 ชม. จากนั้นนำอาหารกบที่แช่นี้ ไปให้ กบพ่อแม่พันธุ์กิน โดยให้ทำแบบนี้ กินแบบนี้ต่อเนื่อง 7 วัน แล้วจึงเริ่มจับกบผสมพันธุ์กัน แนะนำให้ใช้พ่อพันธุ์กบนา เพราะมีความแข็งแรง ต้านทานโรค ส่วนแม่พันธุ์กบ ใช้เป็นกบสายพันธุ์ต่างประเทศได้ ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนในอาหารจานด่วน จะช่วยให้สภาพร่างกายของพ่อแม่พันธุ์กบ มีความแข็งแรง และพร้อมในการผสมพันธุ์ ต่อเนื่องได้ตลอด ถึงปีละ 4-6 รุ่นเลยทีเดียว
8 กุมภาพันธ์ 2559
6,459
คลิปเกษตรแนะนำ
คุณสมพงษ์ ไชยสง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาวัย 64 ปี ที่หันมาประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในบ่อดินธรรมชาติมานานกว่า 10 ปี จนประสบผลสำเร็จในพื้นที่บ้านหนองนางขวัญ ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้ให้คำแนะนำวิธีการทำอาหารปลาที่มีโปรตีนสูงและมีราคาถูก อีกทั้งยังมีส่วนช่วยการเร่งการเจริญเติบให้กับตัวปลาได้เทียบเคียงกับอาหารสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป โดยใช้วัตถุดิบส่วนผสม ได้แก่ รำข้าว 8 กก. ,กากถั่วเหลือง 22 กก. ,ปลาป่น 7 กก. ,น้ำหมักปลา(ปลาเปรี้ยว) 6 กก. , น้ำเปล่า 3 ลิตร วิธีการทำโดยนำส่วนผสมตามอัตราส่วนที่กำหนดคลุกเค้าให้เข้ากันจนเกิดความเหนียวหนืดแล้วนำอาหารเข้าเครื่องบดให้ออกมาเป็นเส้น จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง(สูตรอาหารแห้ง) หรือให้ปลากินสดๆก็ได้(สูตรอาหารสด) ส่วนการให้อาหาร ปลาเล็กจะเริ่มเลี้ยงจนปลามีอายุ 1 เดือน ใช้สูตรอาหารสดเช้า-เย็น เมื่อบดเสร็จให้ปั้นเป็นก้อนกลมๆใช้ภาชนะรองแล้วหย่อนลงให้ปลากินได้เลย และเมื่อปลามีอายุ 1 เดือนขึ้นไป จึงให้อาหารแห้งให้วันละครั้ง จะใช้เวลาเลี้ยงปลาประมาณ 7-8 เดือน ก็สามารถจับขายได้ตามขนาดที่ตลาดต้องการ
23 มกราคม 2560
5,202
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×