คลิปเกษตร
ปัจจุบันเกษตรปลอดสารหรืออาหารที่ปลอดภัย การจะได้มายังอาหารที่ปลอดภัยเหล่านั้นต้องมาเรียนรู้วิธีการหมักปุ๋ยหมักสร้างอาหารให้พืชกันก่อน ซึ่งวิธีการหมักปุ๋ยนี้อาจไม่ต่างกับการปุ๋ยหมักแบบทั่วไปเท่าไหร่นัก แต่วิธีนี้และอุปกรณ์ในคลิปที่เราจะแนะนำนับว่าเหมาะกับการหมักปุ๋ยแบบเป็นกองที่ไม่ต้องใช้เวลาทำนาน วันหนึ่งๆสามารถหมักปุ๋ยได้ไม่ต่ำกว่า 10 กอง (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ) สะดวกไม่ต้องกลับกองปุ๋ย หมักไว้ประมาณ1-2เดือนก็นำไปใช้งานได้ เช่น เป็นปุ๋ยบำรุงพืช,รองก้นหลุมก่อนปลูกพืชผักทุกชนิดก็ดีนัก ซึ่งวิธีการดังกล่าวตามคลิปที่เราจะนำเสนอ ซึ่งเจ้าของสูตรคุณสมโภช ปานถม เกษตรผสมผสาน เจ้าของศูนย์เรียนรู้ฯอ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ได้ให้ชื่อว่า"ปุ๋ยหมักชีวภาพอัดแท่งเคลื่อนที่" จะเป็นอย่างไรติดตามรายละเอียดวิธีการทำในคลิปเกษตรดังต่อไปนี้
25 พฤษภาคม 2558
12,048
คลิปเกษตรใหม่ล่าสุด
คุณปติ ศรีคราม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์มาตรฐานสากล ที่ ต.ทุ่ม อ.เมืองศรีสะเกษ ให้คำแนะนำเคล็ดลับวิธีการปลูกข้าวแบบอินทรีย์โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมี โดยภายหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการทำนา ในขณะที่ดินยังมีความชื้นสูงอยู่นั้น คุณปติจะเติมปุ๋ยอินทรีย์ตามธรรมชาติหรือที่เรียกกันในนามของปุ๋ยพืชสด ใช้พืชตระกูลถั่ว อาทิ ถั่วพร้า ถั่วเหลือง หรือปอเทือง โดยทำการหว่านภายหลังจากการไถกลบตอซังข้าวแล้วในอัตรา 15-20 กิโลกรัม/ไร่ ใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 90-120 วัน และภายหลังจากการเก็บเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วแล้วให้ทำการไถกลบ โดยพืชตระกูลถั่วจะใช้ระยะเวลาในการย่อยสลายประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนการเตรียมดินและทำนาต่อไป ซึ่งการปลูกพืชตระกูลถั่วอย่างต่อเนื่องทุกๆปี จะสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวหอมมะลิได้จากเดิม 300-400 กิโลกรัม/ไร่ เป็น 600 กิโลกรัม/ไร่ โดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด
6 พฤษภาคม 2558
2,069
ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านแสงจันทร์ อาจารย์ไพรัตน์ ชื่นศรี เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี 2552 ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญการทำเกษตรแบบผสมผสานที่ต้องการถ่ายทอดความรู้ด้านการปลูกข้าว โดยเฉพาะการปลูกข้าวแบบอินทรีย์และวันนี้มีเทคนิคง่ายๆ โดยการทำฮอร์โมนเมล็ดข้าวเปลือกบำรุงต้นข้าวให้แข็งแรง วิธีการทำ เพียงนำข้าวเปลือกแช่น้ำเลือกเอาแต่เมล็ดที่สมบรูณ์จากนั้นเอาเมล็ดข้าวที่สมบรูณ์เพียง 250 กรัมใส่ลงไปในขวดพลาสติกที่เตรียมไว้ ตามด้วยน้ำเปล่า 1 ลิตร น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ จากนั้นปิดฝาให้แน่นแล้วเขย่าส่วนผสมให้เข้ากันจากนั้นเจาะรูบริเวณรอบๆปากขวด 3-4 รู (เพื่อป้องกันไม่ให้ขวดระเบิด) และหมักทิ้งไว้ประมาณ 3 วันก็สามารถนำไปใช้ได้เลย การนำไปใช้ นำน้ำหมักที่ได้ 200 ลิตร ต่อน้ำเปล่า 20 ลิตร ไปฉีดต้นข้าวหลังจากปักดำได้ 15 วัน จนถึงข้าวกำลังท้องแล้วให้เลิกฉีด ควรฉีดพ่นช่วงเวลาเช้าตั้งแต่เวลา 05.00-08.00 น. เพราะปากใบจะเปิด ประโยชน์ ช่วยสร้างความสมบรูณ์ให้ต้นข้าว ทำให้เมล็ดข้าวเต็ม อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนสำหรับเกษตรกรที่มีทุนน้อยอีกด้วย
8 เมษายน 2558
4,561
คุณปรีชา เล่าว่า ดินดีต้องมีที่มาที่ไป มีเหตุและผล ซึ่งดินจะดีขึ้นมาเองไม่ได้ ต้องมีปัจจัยร่วมที่สำคัญ อย่างจุลินทรีย์ การทำปุ๋ยหมักสารสกัดจากพืชสีเขียว (ดินหอม)ต้องทำด้วยแรงงานที่มาจากคน ไม่ใช้เครื่องจักร เพราะเครื่องจักรจะเป็นตัวรบกวนการทำงานของจุลินทรีย์ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก่อนการทำดินหอมได้ต้องเริ่มการผลิตสารสกัดจากพืชสีเขียวและหมักทิ้งไว้ 15 วัน จากนั้นจึงนำน้ำหมักมาผสม โดยส่วนผสมที่ใช้ คือ ดินธรรมดาทั่วไป 3 ส่วนนำมาผสมกับแกลบดำหรือแกลบเผา 2 ส่วน โดยเทแกลบดำก่อน 1 ครั้งตามด้วยดิน สลับกันไปจนถึงชั้นสุดท้ายต้องให้เป็นแกลบ ใน 1 กองไม่ควรใส่แกลบเกิน 500-1000 กิโลกรัม จากนั้นใช้น้ำสารสกัดจากพืชสีเขียว หรือเซรั่มน้ำนมที่ได้จากนมสดหรือมะพร้าว นำใส่ฝักบัวแล้วจึงค่อย ๆ รดกระจายไปให้ทั่วดิน ไม่แฉะ เพราะต้องการให้อุณภูมิอยู่ที่ 30-40 องศาเซลเซียส เป็นการเร่งให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีที่สุดภายใน 20 วัน และต้องรดน้ำถึง 3 ครั้ง จากนั้นใช้มือโกยออกรอบ ๆ แล้วรดน้ำครั้งที่ 2 ทำสลับกันจนครบ 3 ครั้ง สุดท้ายนำดินไปกองเป็นแนวยาวเกลี่ยให้เท่า ๆ กันแล้วจึงนำสแลมมาปิดเพื่อรักษาอุณหภูมิ
3 เมษายน 2558
3,792
ปัจจุบันการทำนาข้าวนิยมใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรและสารเคมีมากขึ้นทำให้เกิดปัญหาดินเสื่อมสภาพ มีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นและการจัดการที่ยุ่งยากขึ้น จากการสัมภาษณ์คุณลุงเสวต จรรทะนา ชาวนาในอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ประกอบอาชีพทำนามาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ได้แนะนำวิธีการทำให้ดินในนาข้าวไม่แน่นและแข็ง มีความนวลเหมาะแก่การปลูกข้าว รากของข้าวสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยวิธีการใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำขึ้นเองผสมบริเวณต้นทางน้ำระหว่างที่กำลังสูบน้ำเข้าในแปลงนา ส่วนผสมของน้ำหมักประกอบด้วย 1.EM 2.สารเร่ง พด.2 3.กากปลา 4. น้ำสะอาด ผสมให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 2 เดือน จากนั้นนำส่วนที่เป็นน้ำใสๆ ที่ตกตะกอนแล้ว นำมาหยดหรือเทลงน้ำระหว่างที่กำลังสูบน้ำเข้าแปลงนาโดยนา 1ไร่ ใช้น้ำหมักชีวภาพจำนวน 7 ลิตร วิธีนี้จะช่วยให้ดินในแปลงนามีสภาพดีและต้นข้าวสามารถดูดซึมธาตุอาหารและน้ำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้ชาวนาได้เป็นอย่างดี ด้วยคำยืนยันจากคุณลุงเสวต จรรทะนา
1 เมษายน 2558
2,863
คุณนรินทร์ จงกล เกษตรกรที่เก่งในการเกษตรแบบผสมผสาน และวิธีการเพิ่มผลผลิตที่หลากหลาย วันนี้ได้แนะนำถึงการทำปุ๋ยหมักแก้ไขปัญหาดินเค็มในนาข้าวแบบลดต้นทุนด้วยวิธีการ ง่ายๆ ดังนี้ เพียงใช้มูลหมูหลุม 30 กิโลกรัม แกลบดิบ 5 กิโลกรัม รำอ่อน 6 กิโลกรัม นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำกากน้ำตาล 250 มิลลิลิตร จุลินทรีย์ EM 500 มิลลิลิตร น้ำหมักผลไม้ 500 มิลลิลิตร น้ำสะอาด 10 ลิตร แล้วผสมคนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปรดบนบนกองปุ๋ยที่เตรียมไว้ได้ แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้เป็นเวลา 7 วัน ก็สามารถนำไปใช้ในนาที่มีดินเค็มได้ทันที ประโยชน์ที่ได้คือ ปุ๋ยหมักที่ได้จะช่วยบำรุงหน้าดินได้เป็นอย่างดี แล้วช่วยป้องกันปัญหาดินเค็มในข้าว
9 มีนาคม 2558
3,715
คุณปรีชา บุญท้วม เกษตรกร ตำบลห้วยทับมอญ กิ่งอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการทำน้ำสารสกัดจากพืช ได้ให้ข้อมูลว่า การทำน้ำสารสกัดจากพืชนั้นเป็นการเลือกเอาจุลินทรีย์ที่อยู่ในพืชรวมถึงธาตุอาหารและน้ำเลี้ยงของพืชแต่ละชนิดมาใช้งาน ซึ่งมีขั้นตอนและช่วงเวลาในการตัดพืช เวลาที่เหมาะสมคือ ช่วงเวลาเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ตีห้าถึงหกโมงครึ่งโดยประมาณ เพราะในช่วงนี้เป็นช่วงที่จุลินทรีย์กำลังลำเรียงสารอาหาร จากนั้นให้เรานำมาคัดเลือกแต่ส่วนที่ดีที่สุด ส่วนที่เน่าเสียหายให้ตัดทิ้ง จากนั้นให้ตัดเป็นท่อนกลม ๆ ประมาณหนึ่งนิ้วใช้ได้ทั้งต้นและใบ พืช 1 กิโลกรัมใช้น้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลทรายแดงประมาณ 8 ขีดเหลืออีก 2 ขีดใช้โรยหน้า ระหว่างเคล้าให้ใส่ทีละกำมือเคล้าไปเรื่อยจนครบสัดส่วนจากนั้นนำถังหมักแล้วโรยด้วยน้ำตาลอีก 2 ขีดที่เหลือ ปิดฝาธรรมดาไม่ต้องรัดแน่น จากนั้นลงวันที่หมักไว้ข้างถัง ทิ้งไว้ 20 วัน จึงกรองน้ำไปใช้ได้ ซึ่งสามารถใช้ได้ครั้งเดียวเพราะจุลินทรีย์สามารถผลิตได้ครั้งเดียว ส่วนกากที่เหลือนำไปทิ้งโคนต้นไม้เพื่อเป็นปุ๋ยต่อไปได้
19 กุมภาพันธ์ 2558
3,824
คลิปเกษตรแนะนำ
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×