คลิปเกษตร
คุณสุเทพ ศิริมูล สมาชิกสภาเกษตรกรและเจ้าของเทพศิริฟาร์ม บ้านใหม่สารภี ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ดำขุนเนื้อและสัตว์ปีกหลากหลายชนิด ซึ่งที่ฟาร์มแห่งนี้มีการเพาะและขยายพันธุ์ไก่ดำเองโดยใช้พ่อพันธ์-แม่พันธุ์ไก่ดำพื้นเมืองท้องถิ่นด้วยตู้ฟักไข่อัตโนมัติ โดยคุณสุเทพได้ให้คำแนะนำวิธีการสังเกตว่าไข่ไก่ที่จะนำไปฟักจะมีเชื้อและสามารถฟักออกมาเป็นตัวได้หรือไม่ด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก โดยวิธีการสังเกตว่าไข่ไก่จะมีเชื้อหรือไม่ให้นำไข่ไปส่องด้วยไฟฉายในที่มืด โดยให้แสงไฟแนบสนิทกับเปลือกไข่ ถ้าไข่มีเชื้อจะสังเกตเห็นจุดสีแดงและเส้นใยอยู่ ณ บริเวณจุดใดจุดหนึ่งของเนื้อไข่ ซึ่งสามารถนำไปฟักออกมาเป็นตัวได้ แต่ถ้าไม่พบจุดสีแดงก็แสดงว่าไข่ไม่มีเชื้อจะไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้นั่นเอง
10 สิงหาคม 2558
3,572
คลิปเกษตรใหม่ล่าสุด
คุณพูลจิตต์ กาลพัฒน์ เกษตรกรที่มีความโดดเด่นด้านการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เจ้าของสวนลูกนายพล บ้านภูดิน ต.ภูเงิน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ คุณพูลจิตต์ปลูกตงไต้หวัน ไผ่ตงดำ และไผ่อีกหลายชนิดในรูปแบบเกษตรผสมผสาน คุณพูลจิตต์กล่าวว่าการตอนกิ่งไผ่เป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะทำได้สะดวกรวดเร็ว มีอัตราการรอดตายสูง ค่าใช้จ่ายต่ำ กิ่งที่ตอนจะให้ผลผลิตเร็วกว่าการขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่น ให้หน่อดกและให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี วิธีการก็คือ ให้เลือกกิ่งแขนงที่ไม่แก่หรือไม่อ่อนจนเกินไป มีรากอากาศเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอมเหลือง และใบที่ยอดคลี่แล้ว กาบหุ้มตาหลุดหมด อายุของกิ่งแขนงอย่างน้อยต้องมีอายุ 4-6 เดือน ภายหลังจากที่เลือกกิ่งแขนงได้ตามความต้องการแล้ว ให้ใช้เลื่อยโค้งเลื่อยตรงกลางระหว่างกิ่งแขนงกับลำไผ่ เลื่อยไปจนกิ่งแขนงเกือบขาด จากนั้นก็ดึงกิ่งแขนงให้แยกจากลำแม่ ให้เหลือเปลือกเขียวของลำแม่ให้บางที่สุด นำขุยมะพร้าวที่แช่น้ำไว้แล้ว กรีดถุงด้านหนึ่งแล้วดันประกบจากด้านล่างเข้ากับกิ่งแขนง แล้วค่อยใช้เชือกพันถุงดินที่ตอนให้แน่นเหลือช่องว่างให้น้ำเข้ามาได้ทางด้านบนเวลารดน้ำ ใช้เชือกยึดกิ่งแขนงไว้กับลำไผ่กันลมโยก หมั่นรดน้ำให้ชุ่ม 5-10 วัน/ครั้งปล่อยให้รากออกเต็มที่จึงค่อยตัดกิ่งที่ตอนได้ลงมาเพื่อใส่ถุงชำต่อไป
7 สิงหาคม 2558
3,684
ในยุคปัจจุบันในการทำการเกษตรจะที่มีค่าแรงที่สูง ส่งผลกระทบในหลายสาขาอาชีพ ไม่เว้นแต่เกษตรกร แต่ปราชญ์เกษตรกรคนเก่ง คุณอร่าม ทรงสวยรูป อดีตพนังงานออฟฟิตและช่างถ่ายอิสระผันตัวเองมาทำการเกษตรแบบผสมผสานและวันนี้มีองค์ความรู้การทำเชื่อราขาวกำจัดกลิ่นในคอกสุกรแบบลดต้นทุน ซึ่งมีวิธีการง่ายๆ มาแนะนำ ดังนี้ เพียงใช้ ข้าวสวย 1 กิโลกรัม ใส่ไปในกระบะที่เตรียมไว้(ขนาด 50 x 50) จากนั้นนำกระดาษA4 ไปคลุมไว้ ทิ้งไว้ 3วัน หลังจากนั้นก็นำน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม มาคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นนำกระดาษA4 ไปคลุมไว้อีกครั้ง ทิ้งไว้อีก 14 วัน หลังจากนั้นก็จะได้เชื่อราขาวที่สมบรูณ์(ถ้าเชื่อราขาวที่ใช้ได้แล้วจะมีลักษณะเป็นสีส้ม) จากนั้นก็นำรำอ่อน 5 กิโลกรัม ขี่หมู 5 กิโลกรัม จุลินทรีย์ EM 500 มิลลิลิตร น้ำสะอาด 20 ลิตร แล้วผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นคลุมด้วยผ้าดำ หมักทิ้งไว้ อีก14 วันเพียงเท่านี้ก็จะเชื่อราขาวกำจัดกลิ่นในคอกสุกรแบบลดต้นทุน การนำไปใช้ นำเชื่อราขาวที่ได้ไปว่านบริเวณที่มีกลิ่นเหม็นของคอกหมูได้เลย ประโยชน์ จะลดกลิ่นเหม็นของคอกหมูได้เป็นอย่างดี
6 สิงหาคม 2558
2,918
คุณเดือนเพ็ญ สิทธิ์รักษ์ เกษตรกรบ้านเตย ต.กระเบื่องใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา แนวการทำเกษตรแบบผสมผสาน ได้แนะนำถึงการทำปุ๋ยหมักเพื่อแก้ไขปัญหาดินเค็มในนาข้าวแบบลดต้นทุนด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้ เพียงใช้ มูลวัว 50 กิโลกรัม ร่ำอ่อน 5 กิโลกรัม แกลบดิบ 30 กิโลกรัม มูลหมูหลุม 20 กิโลกรัม นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำกากน้ำตาล 250 มิลลิลิตร จุลินทรีย์ EM 500 มิลลิลิตร น้ำหมักชีวภาพจากซากสัตว์ 1 ลิตร น้ำสะอาด 10 ลิตรวผสมคนให้เข้ากัน นำไปรดบนกองปุ๋ยที่เตรียมไว้ ให้ได้ความชื้น 60 เปอร์เซ็น แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง โดยให้เกษตรกรทำการกลับกองปุ๋ยหมักทุกๆ 3 วัน จนปุ๋ยหมักได้ 21 วัน ก็สามารถนำไปใช้ในนาที่มีดินเค็มได้ทันที ซึ่งประโยชน์ของปุ๋ยหมักที่ได้ จะช่วยบำรุงหน้าดินได้เป็นอย่างดี แล้วช่วยป้องกันปัญหาดินเค็มในข้าวได้
5 สิงหาคม 2558
3,582
ปัจจุบันราคาปุ๋ยเคมีตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาแพง เกษตรกรต้องลงทุนซื้อปุ๋ยเพื่อทำการเกษตรในต้นทุนที่สูงขึ้น จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่คุณสมโภช ปานถม เกษตรกรเครือข่ายสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดลำปาง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์สูตรต่างๆ โดยเฉพาะการผลิตปุ๋ยหมักสูตรโบกาฉิ ที่มีวัตถุดิบทำง่ายๆเช่น รำ,แกลบดิบ,มูลไก่หรือมูลหมู,อย่างละ1ส่วน นำน้ำหมักชีวภาพ พด.2 หรือ EMและกากน้ำตาล 2 ช้อน/น้ำ20ลิตร นำน้ำรดบนกองปุ๋ยผสมให้ได้ความชื้นที่ 60 % (ปุ๋ยติดกันเป็นก้อนไม่แตกออกจากกัน) จากนั้นตักปุ๋ยที่ได้บรรจุใส่ในกระสอบฟาง อย่าใส่จนเต็มกระสอบ จากนั้นมัดปากกระสอบ เก็บเข้าไว้ในที่ร่ม หมั่นกลับกระสอบทุกวัน โดยวันแรกวางกระสอบไว้แนวนอน กลับกระสอบไปมาวันละ 1 ครั้งจนครบ 7 วัน ในวันที่ 7 ให้วางกระสอบในแนวตั้งจากนั้นเปิดปากกระสอบระบายความร้อนทิ้งไว้อีก 1 คืน จะได้ปุ๋ยหมักโบโบชิสามารถนำไปใช้ได้ ใช้หว่านบนแปลงปลูกพืช ในอัตรา 1 กิโลกรัม ต่อ 1 ตารางเมตรแทนการใช้ปุ๋ยเคมีดีเยี่ยม!
5 สิงหาคม 2558
6,100
ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ต้องการการดูแลจัดการอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากการจัดการเรื่องน้ำและใส่ปุ๋ยที่เพียงพอและเหมาะสมแล้ว การตัดแต่งทางใบก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งเกษตรกรหลายๆท่านยังขาดความรู้ความเข้าใจ เวลาตัดแต่งทางใบก็ตัดแค่ให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้สะดวก และให้ดูสวยงาม ทำให้ส่งผลกระทบต่อการให้ผลผลิตระยะยาว ซึ่งจากการสัมภาษณ์อาจารย์จรูญ ประดับการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกปาล์มน้ำมันมา 20 ปี ได้แนะนำเทคนิคในการตัดแต่งทางใบว่า สำหรับต้นปาล์มที่ต้นยังไม่โตมากและเพิ่งเริ่มให้ผลผลิต ทางใบด้านล่างสุดควรตัดให้เหลือความยาวประมาณ 1 ฟุต และด้านล่างของทะลายปาล์มควรมีทางใบรองรับสองทางเสมอ ไม่ควรตัดให้สั้นจนถึงทะลาย วิธีนี้จะช่วยยืดอายุต้นปาล์มให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานขึ้นและให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
4 สิงหาคม 2558
3,516
3 สิงหาคม 2558
3,082
คลิปเกษตรแนะนำ
คุณสุทธิเดช กฤษณะเศรณี หรือลุงต้อย กล่าวถึงเคล็ดลับในการทำกิ่งพันธุ์ทุเรียนโบราณ โดยเฉพาะพันธุ์นกหยิบ โดยลุงต้อยจะสั่งเมล็ดพันธุ์ต้นตอมาจากทุเรียนทางภาคใต้ ซึ่งต้นตอจะต้องมีอายุ ตั้งแต่ 4 เดือน จากนั้นก็นำมาผ่า แล้วเสียบยอด โดยใช้ทุเรียนต้นพันธุ์โบราณที่ต้องการเสียบลงไป เป็นยอดทุเรียนที่ต้นไม่แก่เกินไป (ทุเรียนรุ่น) ขั้นตอนก็ทำง่ายๆดังนี้ ที่ต้นตอตัดเป็นปากฉลาม หรือจะผ่าลิ่มก็ได้แล้วแต่ถนัด จากนั้นเลือกกิ่งพันธุ์จากต้นที่เราต้องการ (พันธุ์นกหยิบ) มาตัดใบออกเหลือแค่หนึ่งส่วนสามของใบ เพื่อลดการคลายน้ำ มาเสียบ จากนั้นจึงนำพลาสติกมาพันให้รอบจนแน่น จากนั้นนำไปเข้ากระโจมพลาสติก บ่มไว้อีกสี่เดือนไม่ต้องรดน้ำ แต่ถ้าแห้งไปก็พรมน้ำนิดหน่อย พอเพิ่มความชื้น แล้วจึงนำไปบำรุงก่อนลงแปลงปลูก ลุงต้อยกล่าวถิ่งท้ายว่าเกษตรกรควรที่จะเพาะต้นพันธุ์เองเพราะสามารถเลือกต้นพันธุ์เองได้
3 มีนาคม 2560
4,012
คุณสมพงษ์ ไชยสง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาวัย 64 ปี ที่หันมาประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในบ่อดินธรรมชาติมานานกว่า 10 ปี จนประสบผลสำเร็จในพื้นที่บ้านหนองนางขวัญ ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้ให้คำแนะนำวิธีการทำอาหารปลาที่มีโปรตีนสูงและมีราคาถูก อีกทั้งยังมีส่วนช่วยการเร่งการเจริญเติบให้กับตัวปลาได้เทียบเคียงกับอาหารสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป โดยใช้วัตถุดิบส่วนผสม ได้แก่ รำข้าว 8 กก. ,กากถั่วเหลือง 22 กก. ,ปลาป่น 7 กก. ,น้ำหมักปลา(ปลาเปรี้ยว) 6 กก. , น้ำเปล่า 3 ลิตร วิธีการทำโดยนำส่วนผสมตามอัตราส่วนที่กำหนดคลุกเค้าให้เข้ากันจนเกิดความเหนียวหนืดแล้วนำอาหารเข้าเครื่องบดให้ออกมาเป็นเส้น จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง(สูตรอาหารแห้ง) หรือให้ปลากินสดๆก็ได้(สูตรอาหารสด) ส่วนการให้อาหาร ปลาเล็กจะเริ่มเลี้ยงจนปลามีอายุ 1 เดือน ใช้สูตรอาหารสดเช้า-เย็น เมื่อบดเสร็จให้ปั้นเป็นก้อนกลมๆใช้ภาชนะรองแล้วหย่อนลงให้ปลากินได้เลย และเมื่อปลามีอายุ 1 เดือนขึ้นไป จึงให้อาหารแห้งให้วันละครั้ง จะใช้เวลาเลี้ยงปลาประมาณ 7-8 เดือน ก็สามารถจับขายได้ตามขนาดที่ตลาดต้องการ
23 มกราคม 2560
6,545
กล้วยเล็บมือนางของดีจังหวัดชุมพร ของฝากของอร่อยที่ขึ้นชื่อ คุณจันตนา นามกร ได้แปรรูปกล้วยเล็บมือนางเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบกล้วยอบแห้งธรรมดา กล้วยเล็บมือนางทอด กล้วยเล็บมือนางเคลือบช็อคโกแลต เป็นต้น ซึ่งทางกลุ่มได้แปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วยเล็บมือนางมานานกว่า 10 ปี และปริมาณกล้วยที่นำมาแปรรูปใช้กล้วย 120 กิโลกรัม/วัน เพื่อนำมาทำกล้วยเคลือบช็อคโกแลต สร้างรายได้ให้กับทางกลุ่มฯ ได้เป็นจำนวนมากและรสชาติก็เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าที่ได้ลิ้มชิมรสทุกราย ใช้วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ ได้รับเชิญให้ไปออกบูธตามงานต่างๆทั้งในและนอกพื้นที่ ซึ่งทางกลุ่มฯ ยินดีเปิดเผยสูตรการทำกล้วยเล็บมือนางเคลือบช็อคโกแลต สุดยอดอาชีพ สุดยอดความอร่อย ติดตามได้ในคลิปนี้
13 พฤษภาคม 2559
3,588
ผักกระชับ เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวระยองรู้จักกันดีและยังนิยมนำมาบริโภคกันในหลายพื้นที่ โดยสามารถนำมารับประทานได้ทั้งแบบสดและแบบปรุงสุก ผักกระชับเคยถูกจัดให้เป็นวัชพืชที่ไม่มีคุณค่า แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคที่รักสุขภาพหลายคนเริ่มหันมารู้จักกันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากผักกระชับมีสรรพคุณทางด้านตัวยาที่ช่วยในการลดความดัน ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยกระชับช่องคลอด และด้วยมีรสชาติอร่อยและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจึงทำให้สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด ส่งผลให้ผักกระชับมีความต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก โดยราคาจำหน่ายพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 100 - 200 บาทเลยทีเดียว
11 พฤษภาคม 2559
3,809
ขนมสาคูไส้หมูนั้น เป็นอีกหนึ่งขนมไทย ที่เหมาะเป็นอาหารว่างทานเล่น สามารถทานกันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยรสชาติที่อร่อยนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นความนุ่ม และกลิ่นหอมของแป้งสาคู อีกทั้งรสชาติของไส้ที่มีรสชาติ หวาน เค็ม ของส่วนผสมหัวไชโป๊ว ทำให้มีรสชาติที่กลมกล่อมอร่อย เวลาทานให้ทานคู่กับผักสดเพื่อเพิ่มความอร่อย หากชอบทานเผ็ดอาจจะทานกับพริกสดก็ได้เพื่อเพิ่มความอร่อย และวันนี้ทางทีมงานศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครราชสีมา ได้นำสูตรการทำขนมสาคูไส้หมูมาฝาก โดยผู้เชียวชาญในการทำขนมไทย ที่จะมาถ่ายทอดวิธีการทำ คือคุณป้าที่ธนันญพร แมลงทับ อยู่ที่บ้านดง ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งคุณป้ายังเป็นเจ้าของร้านขนมไทยอีกด้วย บางท่าน อาจจะคิดว่าขั้นตอนการทำนั้นอาจจะยุ่งยาก ซ้ำซ้อน แต่หากได้ชมคลิปขั้นตอนการทำแล้ว ทุกท่านสามารถทำตามกันได้ง่ายๆเลยค่ะ
25 เมษายน 2559
3,900
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×