คลิปเกษตร
คุณประชาสรรค์ พันธ์วิไล วิทยาการประจำศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน ได้แนะนำวิธีการผลิตจุลินทรีย์ก้อนดินระเบิด เพื่อนำไปใช้ในการบำบัดน้ำเสียในแหล่งน้ำ โดยมีวัตถุดิบส่วนผสม คือ รำละเอียด 1 กก., ดินป่าที่อุดมสทบูรณ์ 1 กก., น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ, จุลินทรีย์อีเอ็ม 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำสะอาด พอประมาณ วิธีทำ นำเอาดินผสมกับรำละเอียดและน้ำตาลทราย ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำเอาจุลินทรีย์อีเอ็มผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำมารดบนกองส่วนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันพอหมาดๆ เท่าที่จะปั้นเป็นก้อนได้ ไม่แห้งหรือแฉะจนเกินไป จากนั้นปั้นส่วนผสมให้เป็นก้อนพอเหมาะ แล้วนำไปผึ่งลมไว้ในที่ร่มประมาณ 3 วัน ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ การนำมาใช้ประโยชน์ ใช้บำบัดน้ำเสียในบ่อปลา หรือบ่อน้ำทั่วๆไป โดยการใช้จุลินทรีย์ก้อนดินระเบิดในอัตรา 4-5 ก้อนต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร และสามารถนำไปใช้กำจัดกลิ่นเหม็นและบำบัดน้ำเสียในบ่อของเสียในห้องน้ำได้ โดยการใส่จุลินทรีย์ก้อนดินระเบิดลงในชักโครกแล้วราดน้ำลงไปได้เลย
21 มกราคม 2558
1,050
คลิปเกษตรใหม่ล่าสุด
คุณลุงไพรัช เชาวลิตร เลี้ยงผึ้งโพรงแบบธรรมชาติ ตามฉบับเมืองคอน มาเป็นเวลา 36 ปี แกบอกว่าผึ้งโพรงเป็นผึ้งพันธุ์ของเมืองไทยชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในทุกภาค ซึ่งในธรรมชาติของผึ้งโพรง จะทำรังด้วยการสร้างรวงซ้อนเรียงกัน อยู่ในโพรงไม้หรือโพรงหินซึ้งคนเรารู้นำผลผลิตจากผึ้งมาใช้เป็นประโยชน์ช้านานแล้ว ตั้งแต่สมัยกรีกโบราณกาลแล้วซึ้งก็เป็นความชาญฉลาดของคนในยุดนั้นที่รู้จักความหวานของน้ำผึ้งมาใช้แทนน้ำตาลในการประกอบอาหารและเป็นยา อย่างยุดปัจจุบันการเลี้ยงผึ้งโพรงอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครๆเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ บ้านเสาเภา เป็นหมู่บ้านที่มีประชากรทำอาชีพสวนผลไม้และทำสวนยางเป็นหลักและบริเวณนั้นก็เป็นที่สำคัญที่มีน้ำหวานจากการแตกยอดใหม่ของพืชพรรณไม้หลายชนิด ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญในการเลี้ยงผึ้งโพรง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครๆ และทำรายได้ให้กับผู้เลี้ยงอย่างเป็นกอบเป็นกำ จึงแนะนำการทำบังกะโลให้ผึ้งเพื่อเพิ่มรายได้.
21 มกราคม 2558
1,375
ตะไคร้เป็นพืชที่ ปลูกง่าย โตเร็ว แต่ราคาจำหน่ายไม่สูงมากนัก เกษตรกรส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยนิยมปลูก แต่มีเกษตรกรท่านหนึ่ง คือคุณสร้อย ดอนกันยา เป็นเกษตรกร อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ได้ปลูกตะไคร้เพื่อจำน่าย ประมาณ 30 ไร่ ส่งตลาด แต่ตะไคร้ที่คุณสร้อยส่งตลาด นั้นต้องมีการคัดขนาดของต้นตะไคร้ให้ได้มาตรฐาน ตามที่ตลาดต้องการ ส่วนตะไค้ที่ไม่ได้ขนาด แต่ก่อนต้องนำไปทิ้ง ต่อมา คุณสร้อย ได้ลองติดต่อไปยังกลุ่มตลาดที่นำไปทำเป็นสมุนไพรลูกประคบ ซึ่งมีความต้องการ ตะไคร้หั่นตากแห้ง เป็นการเพิ่มมูลค้าให้กับตะไคร้ ราคาจำน่ายถึงกิโลกรัม 30- 50 บาท วิธีการทำ 1. นำตะไคร้ที่ไม่ได่ขนาดมาล้างทำความสะอาด 2. หั่นให้ได้ขนาด ประมาณ 10-15 ซม. 3. ทำการแกะกาบตะไคร้ออก และผ่าส่วนหัวของตะไคร้ เพื่อเวลาที่ตาก ตะไคร้จะได้แห้งเร็ว ๆ และเป็นการป้องกันเชื้อราด้วย ระยะเวลาในการตาก 4-7 วัน ก็สามารถนำไปจำหน่ายได้
21 มกราคม 2558
1,775
คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ เกษตรกรรางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้าน ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชคอนโด 9 ชั้นและนำวิธีการปลูกพืชโดยการห่มดินมาให้ชม ซึ่งการห่มดินช่วยทำให้ดินมีความชุ่มชื้นเหมาะแก่การปลูกพืชได้ทุกชนิด โดยการปลูกพืชแบบห่มดินนั้นก็เหมือนกับการปลูกพืชผักทั่วไป มีการเตรียมแปลง ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ แล้วปลูกพืชผักตามปกติ แล้วจึงใช้ทลายปาล์มมาห่มดินไว้ รดน้ำตามปกติ การห่มดินจะช่วยทำให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอและวิชพืชไม่สามารถขึ้นได้ ทำให้พืชที่ปลูกได้รับอาหารอย่างเต็มที่
21 มกราคม 2558
1,895
จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ มักพบปัญหาเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากแผลติดเชื้อและลุกลามเป็นวงกว้างของโค-กระบือ โดยเฉพาะบริเวณปากและกีบเท้า จะมีอาการปากเปื่อยเท้าเปื่อย หากไม่ได้รับการรักษาและปล่อยทิ้งไว้จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระบือ ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องดูแลเอาใจใส่และต้องรักษาอาการที่เกิดขึ้นอย่างถูกวิธี ซึ่งมีวิธีการง่ายๆ โดยการใช้สมุนไพรภูมิปัญญาท้องถิ่นของคุณจำเริญ จันต๊ะนาเขต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 20 บ้านใหม่นาวา ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย ผู้มีประสบการณ์ด้านการเลี้ยงโค-กระบือ มานานกว่า 20 ปี ได้ใช้สมุนไพรเปลือกสดของต้นหว้าหรือต้นประดู่นำมาแช่น้ำให้เข้มข้นนานตั้งแต่ 5-10 นาทีขึ้นไป สามารถนำมาใช้รดแผลในโค-กระบือ เพียงวันละ 2 ครั้งเช้าเย็น ภายใน 3-5 วันอาการมีแผลปากเปื่อยเท้าเปื่อยในโค-กระบือ จะหายขาดอย่างน่าอัศจรรย์
21 มกราคม 2558
2,282
คุณประชุม รูปสง่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมบ้านสุขสมบูรณ์ ต.ชุมโค นำเทคนิคการรีดนมโคให้ได้ประสิทธิภาพ ซึ่งน้ำนมที่ได้จะมีปริมาณมากและคุณภาพดี
21 มกราคม 2558
1,216
อาชีพการปลูกผักและไม้ผล เกษตรกรต้องพึ่งสารเคมีประเภทฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต โดยเฉพาะสาร"จิบเบอเรลลิน" ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรสามารถนำหัวไชเท้ามาประยุกต์ผลิตเป็น "สารจิบเบอเรลลิน" เพื่อบำรุงการเจริญเติบโตของพืช แทนการใช้สารเคมีได้ เพราะต้นทุนต่ำแต่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน ทำง่าย ใช้ได้จริง อีกหนึ่งภูมิปัญญาที่น่าสนใจของ คุณไสว ม่วงศรีจันทร์ ประธานกลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ ตำบลห้วยงู อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท
21 มกราคม 2558
1,337
คลิปเกษตรแนะนำ
3 มีนาคม 2560
1,411
23 มกราคม 2560
2,146
26 สิงหาคม 2559
2,683
13 พฤษภาคม 2559
1,362
11 พฤษภาคม 2559
1,353
25 เมษายน 2559
1,531
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×