มวยไทย
ลูกไม้มวยไทย
 

ลูกไม้มวยไทย หมายถึง ท่าของการใช้ศิลปะมวยไทยที่แยกย่อยออกไปจากแม่ไม้ มีลักษณะที่ละเอียดอ่อนมากมายหลายอย่าง ซึ่งผู้ฝึกจะต้องผ่านการฝึกหัดแม่ไม้มวยไทยก่อน จึงจะฝึกลูกไม้ให้ได้ดี บูรพาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิได้จัดแบ่งลูกไม้มวยไทยออกเป็น ๑๕ ไม้

 
  • ๑ เอราวัณเสยงา (แหวกชกเสยคาง)

    ลูกไม้นี้คล้ายกับแม่ไม้มวยไทย ชื่อตาเถรค้ำฝัก

    ฝ่ายรุก ชกต่อยหมัก ซ้ายตรง ไปที่ใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า หมัดขวาคุมเสมอคาง

    ฝ่ายรับ เอนตัวผลักเฉียงไปทางซ้ายเล็กน้อย เพื่อหาหลบหมัดซ้ายของฝ่ายรุก พร้อมกับใช้หมัดซ้ายแหวกหมัดคุมของ ฝ่ายรุกด้วยหมัดซ้าย หมุนตัวไปทางขวาพร้อม ทั้งใช้หมัดซ้ายชกเสยปลายคางของฝ่ายรุก ฝ่ายรับพยายามแบนาตัวให้หัวไหล่ชิดอกฝ่ายรุก

  • ๒ บาทาลูบพักตร์ (ปัดหมัดเตะตรงหน้า)

    ฝ่ายรุก พร้อมหมัด คุมเชิงโดย หมัดซ้ายนำ พร้อมทั้งก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า หมัดขวาคุมปลายคางเต รียมจะชกหน้าฝ่าย รับด้วยหมัด ซ้ายตรง

    ฝ่ายรับ ตั้งหมัด ซ้ายนำพร้อม ทั้งก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าเช่นเดียวกัน พอ ฝ่ายรุกขยับตัวจะก้าวชกด้วยหมัดซ้ายตรง ฝ่ายรับรีบใช้หมัดซ้าย ปัดหมัดซ้ายของฝ่าย รุกที่จะชกมาให้เบนไปทางชวาของฝ่ายรับ พร้อมกับรีบเตะด้วยเท้าชราตรงไปที่ปลาย คางของฝ่ายรุก หรือใช้ฝ่าเท้าลูบหน้าฝ่ายรุก แทนการเตะปลายคาง ตัวเอนไปทางซ้ายยืนบนปลายเท้าซ้าย หมัดทั้งสองคุมเชิงอยู่เสมอหน้าอก

  • ๓ ขุนยักษ์พานาง (แหวกหมัดด้วยทุ่ม)

    ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัด ซ้ายตรง พร้อมทั้งก้าวเท้าสืบไปข้างหน้า หมัดขวาคุมเสมอคาง

    ฝ่ายรับ รีบสืบเท้าซ้ายก้าวออก นอกเท้าซ้ายของฝ่ายรุก ยกแขนขวากระแทก ข้อคอก ปัดแขนซ้ายของฝ่ายรุกให้พ้นตัว พร้อมกับรีบอาศัยความเร็วเข้าชิด ตัวฝ่ายรุกใช้แขนซ้าย โอบกลางตัว(ตอนใกล้เอว) ของฝ่ายรุก ใช้สะโพกยกตัวฝ่ายรุกขึ้นทุ่มหงายหลัง ลงกับพื้นโดยแรง ฝ่ายรุกจะเสียกำลังหรือ ศีรษะอาจฟาดพื้นได้

  • ๔ พระรามน้าวศร (ปิดศอกชกเสยคาง)

    ลูกไม้นี้ ใช้แก้การตีศอกของคู่ต่อสู้

    ฝ่ายรุก สืบเท้าเข้าหาฝ่ายรับหรือเข้าชิด ด้วยยกศอกคู่จะกระแทกศีรษะ

    ฝ่ายรับ สืบเท้าเข้าหาฝ่ายรุกพร้อมทั้ง ยกแขนท่อนล่างขึ้นขนานกับพื้น เพื่อรับศอกคู่ของฝ่ายรุกพร้อม กับให้ใช้หมัดตรงกันข้ามเสยคาง ของฝ่ายรุกพร้อมทั้งก้าวเท้าสืบ ตามหมัดที่ชกไปด้วย

  • ๕ ไกรสรข้ามห้วย (หลบถีบ เตะตรงถีบขาหลัง)

    ลูกไม้นี้ใช้แก้ไม้บาทาลูบพักตร์

    ฝ่ายรุก กระโดดเตะปลายคางของฝ่ายรับ โดยวิธีเตะเสยขึ้นตรงๆ ด้วย เท้าขวา

    ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายกระโดดหลบปลายเท้าขวาของฝ่ายรุก โน้มตัวไปทาง ซ้าย ยืนบนเท้าซ้าย พร้อมกับรีบสอดเท้าขวา ถีบขาหลังของฝ่ายรุกที่เป็นหลักยืนอยู่ บริเวณหัวเข่า ซึ่งจะทำให้เข่าเคล็ดใช้การไม่ได้

  • ๖ กวางเหลียวหลัง (ตามเตะ ถีบด้วยส้นเท้า)

    วิธีปฏิบัติ ๒ ตอน

    ตอนที่ ๑
    ฝ่ายรับ เตรียมตัวจะเตะฝ่ายรุกกราดไปที่ชายโครง มือทั้งสองงอคุมบริเวณคาง
    ฝ่ายรุก ตั้งหมัดขวา หรือซ้ายนำ เตรียมจะชกไป ยังใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมด้วยก้าวเท้าไปข้างหน้า

    ตอนที่ ๒
    ฝ่ายรุก ต้องถอยหลังเพื่อหลบเตะของ ฝ่ายรับ
    ฝ่ายรับรีบหมุนตัวกลับโดยเร็ว โดยใช้เท้าข้างที่ เตะในตอนแรกยีน เป็นหลัก กลับหลังหันใช้เท้าตรงกันข้ามถีบ ปลายคางหรือยอดอกของฝ่ายรุก

  • ๗ หิรัญม้วนแผ่นดิน (รับเตะม้วนแทงศอกกลับ)

    ฝ่ายรุก เตะด้วยเท้าขวากราด ไปที่บริเวณชายโครงของฝ่ายรับ ยืนบนขาซ้ายมือทั้งสองงอกำบังตรงหน้า

    ฝ่ายรับ รีบยกแขนขวาท่อนล่าง ขึ้นรับเตะของฝ่ายรุก พร้อมกลับหลังหันกางศอกซ้ายเสมอพื้นระดับดีคาง หรือบริเวณ ใบหน้าของฝ่ายรุก

  • ๘ นาคมุดบาดาล (ก้มตัวหลบลอดขาถีบขาพับ)

    ลูกไม้นี้ใช้แก้การเตะสูง แบ่งการ ปฏิบัติเป็น ๒ ตอน

    ตอนที่ ๑
    ฝ่ายรุก เตะบริเวณคางหรือขมับด้วย เท้าขวา
    ฝ่ายรับ ก้มตัวหลบลอดใต้เท้าขวาของ ฝ่ายรุกที่เตะมายังก้านคอหรือศีรษะ

    ตอนที่ ๒
    ฝ่ายรุก เตะด้วยเท้าขวาไม่ถูกที่หมายตัวหมุน ตามเท้าขวาไปด้วยแรงเหวี่ยง
    ฝ่ายรับรีบสอดเท้าขวาถีบ ขาพับทางซ้ายของฝ่ายรุกให้ล้มขมำไป

  • ๙ หนุมานถวายแหวน (แหวกวงในชกเสยคางด้วยหมัด)

    ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรงไป ยังบริเวณใบหน้า พร้อมกับ สืบเท้าซ้ายไปข้างหน้าแขนขวา งอขึ้นปิดป้องกันคาง

    ฝ่ายรับ เบนตัวหลบหมัดซ้ายของ ฝ่ายรุก พร้อมกับสืบเท้าซ้ายเข้า ชิดตัวหันซ้ายเข้าชิดอกฝ่ายรุก พร้อมกับกำหมัดทั้งสองชกเสือก ไปที่ปลายคางของฝ่ายรุก

  • ๑๐ ญวณทอดแห (ปัดลูกถีบเตะสอดขาพับ)

    ลูกไม้นี้ใช้แก้ลูกถีบของคู่ต่อสู้

    ฝ่ายรุก เตรียมใช้เท้าซ้ายถีบจิกหรือถีบนำไปยังบริเวณ ท้องของฝ่ายรับ

    ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาหลบออก วงนอกใช้มือซ้ายซดเท้าของฝ่ายรุก พร้อมจับข้อเท้าฝ่ายรุกแล้วใช้เท้าขวา เตะสอดใต้ขาพับฝ่ายรุกโดยแรง ตัวเบนไปทาง ขวาน้ำหนักอยู่บนเท้าซ้าย

  • ๑๑ ทะแยค้ำเสา (หลบเตะถีบขาหลัง)

    ฝ่ายรุก เตะฝ่ายรับด้วยเท้าชวาไปบริเวณชายโครง ตัวเอนและยืนบนเท้าซ้ายหมัดทั้งสองงอกำบังตัวอยู่เสมอ

    ฝ่ายรับ รีบก้มตัวไปทางขวาและยกเท้าถีบด้วยส้นเท้าที่โคนขาซ้าย ของฝ่ายรุกซึ่งใช้ยืนเป็นหลัก น้ำหนักตัวของฝ่ายรับอยู่บนขาขวา

  • ๑๒ หงส์ปีกหัก (หลบวงใน วงนอก ศอกฟันแขน)

    ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดขวาดรงไปยัง บริเวณโบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าหมัดซ้ายคุมเสมอคาง

    ฝ่ายรับ สืบเท้าก้าวเข้าชิดตัว ฝ่ายรุกโดยเร็ว ใช้หมัดซ้ายงดหมัดขวาของ ฝ่ายรุกให้พันตัวพร้อมกับรีบใช้ศอกขวาง ฟันเฉียด ใบหู ลงไปกึ่งกลางแขนขวา ท่อนบน

  • ๑๓ สักพวงมาลัย (หลบวงใน แทงศอกที่หน้าอก)

    ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดตรงไปยัง บริเวณโบหน้าของฝ่ายรับ เท้าซ้ายสืบไปข้างหน้าพร้อมกับหมัดขวาคุมเสมอคาง

    ฝ่ายรับ สืบเท้าเข้าหาฝ่ายรุก งอตัวอวัยวะภายในแขนของฝ่ายรุก หมัดขวารีบปัดแขนซ้ายของฝ่ายรุก ออกไปพ้นตัว พร้อมกับรีบยกศอกซ้าย แทงบริเวณแผนอกของฝ่ายรุกแทงซ้ำหลายๆ ครั้ง

  • ๑๔ เถรกวาดลาน (เตะขาขวา)

    ฝ่ายรุก เตะด้วยเท้าซ้ายหรือ ยืนในลักษณะเท้ายืนคู่

    ฝ่ายรับ เดินมวยเข้าหาพร้อม กับก้มตัวลงหลบให้เท้าซ้ายฝ่ายรุก ผ่านศีรษะไปใช้เท้าขวาเตะกวาดไป ที่ข้อเท้าขวาของฝ่ายรุกสุดแรง ถ้ายืนจดมวยให้เตะกวาดขาที่อย่างหน้า

  • ๑๕ ฝานลูกบวบ (หลบเข้าวงในศอกตรงหน้า)

    ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายพร้อมกับ ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า หมัดขวาคุม เสมอคาง

    ฝ่ายรับ รีบสืบเท้าซ้ายเข้าชิดตัว ฝ่ายรุก ให้พ้นตัวพร้อมกับรีบยกศอกซ้ายขึ้นเสมอกกหู ฟันลงใบหน้าของฝ่ายรุก เมื่อฝ่ายรุก เตรียมถอยฉากจะชกด้วยหมัดขวาตวัด ให้ฝ่ายรับรีบก้าวขาขวาตามติดตัว และ ใช้ศอกขวาที่บริเวณหน้าสลับกัน แขนตรง ข้ามรีบปิดชายโครงเพื่อกันฝ่ายรุกหมายชก ชายโครงไว้

ข้อมูลจากเว็บไซต์
มหาวิทยาลัยบูรพา http://thaiboxingproject.wordpress.com/
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน http://saranukromthai.or.th/index.php

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เรื่องแนะนำ
วิจิตรแห่งร่มโพธิ์
วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร
1269
วัดบ่อเงิน
1840
วัดเจ็ดยอด
3549
นิทานชาดก
มหากัณหชาดก
381
คูถปาณกชาดก
377
มาตุโปสกชาดก
400
โขน - นาฏกรรมสยาม
ประวัติ กำเนิดโขน
โขนจัดเป็นนาฏกรรมที่มีความเป็นศิลปะเฉพาะของตนเอง ไม่ปรากฏชัดแน่นอนว่าคำว่า "โขน" ปรากฏขึ้นในสมัยใด แต่ ...อ่านต่อ>
อาหลับราตรี
ซาห์เรียร์กับซาห์เชนัน
323
ประตูเปลี่ยนชีวิต
282
เจ้าหญิงผู้เสียสละ
325
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×